"ถ้าสถาปนิกคนเก่งอย่างคุณยังแยกแยะระหว่าง 'งานออกแบบ' กับ 'การเอาชนะ' ไม่ได้ ฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้คงไม่รอดพ้นสามเดือนแรกหรอกค่ะ มีนารา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดสนิท มีนาราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รอยยิ้มพินิจพิเคราะห์เมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาพราวระยับกลับท้าทายเสียยิ่งกว่าเดิม
"ท่านประธานรัญชิตากลัวว่าฉันจะเอาชนะคุณ... หรือว่ากลัวจะห้ามใจไม่ให้แพ้ทางฉันกันแนคะ?"
มีนาราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ จงใจก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงระหงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เนื้อผ้าสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูน่าเกรงขาม ทว่าพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อจางๆ บริเวณโหนกแก้มนั้น... กลับบอกเล่าเรื่องราวตรงกันข้ามกับมาดนิ่งสนิทโดยสิ้นเชิง
รัญชิตากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างลืมตัว ดวงตาคู่คมกริบตวัดมองคนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ระคนระอา "หลงตัวเองเป็นกิจวัตรสินะคะ คุณถึงได้คิดว่าทุกคนเขาว่างพอจะมาเล่นเกมต่อสู้ทางสายตากับคุณ"
"ก็ไม่ได้คิดว่าทุกคนหรอกค่ะ..." มีนารายิ้มมุมปาก ขยับเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว "คิดแค่คุณคนเดียวต่างหาก รัญชิตา"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นในพริบตา ความเงียบโรยตัวลงมาพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรำไปคนละจังหวะ รัญชิตาชะงักไปชั่วขณะเมื่อถูกรุกไล่จนมุม สายตาคู่สวยหลุบมองริมฝีปากที่กำลังคลี่ยิ้มเย้าแหย่ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง
"ไร้สาระค่ะ เลิกเล่นลิ้นแล้วตามฉันมาได้แล้ว วันนี้เรามีนัดตรวจคลังวัสดุโซนใหม่"
ประธานสาวตัดบทเสียงแข็ง หมุนตัวเดินนำลิ่วออกจากห้องประชุมทันทีเพื่อหลบเลี่ยงสายตาเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง มีนาราหัวسเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะสาวเท้าก้าวตามหลังอีกฝ่ายไปติดๆ
คลังวัสดุขนาดใหญ่ตั้งอยู่โซนท้ายของโครงการ พื้นที่กว้างขวางถูกจัดสรรเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยชั้นวางเหล็กสูงตระหง่านจรดเพดาน เต็มไปด้วยตัวอย่างกระเบื้อง หินอ่อน ไม้สังเคราะห์ และวัสดุก่อสร้างนานาชนิด กลิ่นเฉพาะตัวของสีทาและแผ่นไม้ใหม่ๆ ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นเวลาพักเที่ยงของคนงาน
รัญชิตายังคงเดินตรวจเช็กรายการในแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ขณะที่เดินนำลึกเข้าไปยังแถวชั้นวางของโครงสร้างเหล็กสูงลิ่วที่มีกล่องวัสดุน้ำหนักมากวางซ้อนกันอยู่ด้านบน
"ดูเหมือนว่าการจัดเรียงโซนนี้จะไม่ค่อยได้มาตรฐานนะคะคุณมีน" รัญชิตาเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ "ถ้าเกิดแผ่นกระเบื้องเซรามิกพวกนี้หล่นลงมา..."
*ครืดด... ตึง!*
ราวกับปากพาซวย ประโยคเตือนสติยังไม่ทันขาดคำ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นกะทันหัน แรงสั่นสะเทือนจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่วิ่งผ่านถนนด้านนอกโครงการ ส่งผลให้โครงสร้างเหล็กขนาดมหึมาที่ตั้งเรียงรายสั่นโยกโคลงเคลง กล่องวัสดุหนักอึ้งนับสิบกล่องบนชั้นบนสุดเอียงวูบ เสียงโลหะเสียดสีกันดังลั่นสนั่นคลังสินค้า
"ระวัง!"
รัญชิตายังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากอย่างแรงจนเซถลาเข้าสู่อ้อมกอดของใครบางคน มีนาราตัดสินใจสัญชาตญาณไวกว่าสมอง ร่างเพรียวบางของสถาปนิกสาวพุ่งเข้าโอบเอวสอบของประธานสาวไว้แน่น พร้อมกับหมุนตัวเอาแผ่นหลังของตัวเองกำบังทิศทางที่กล่องกระเบื้องชุดใหญ่กำลังร่วงหล่นลงมา
*โครมใหญ่!*
เสียงกล่องวัสดุกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เศษกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่ห่างจากปลายเท้าของพวกเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น
ทว่าในพื้นที่ที่ราวกับตกอยู่ในพายุย่อมๆ กลับเงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
รัญชิตาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ใบหน้าคมเนียนแนบชิดอยู่กับลาดไหล่บอบบางของคนตรงหน้า ร่างกายทั้งสองแนบสนิทกันอย่างไร้ช่องว่างจากแรงกอดรัดที่โอบอุ้มปกป้องเธอไว้อย่างแน่นหนา
อ้อมแขนที่ทรงพลังและอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อของมีนารากำลังโอบกอดเธอไว้แนบอก มีนาราก้มหน้าลงซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของประธานสาวเพื่อหลบเศษฝุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนรัญชิตาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"คุณ... คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
เสียงหอบหายใจเจือความกังวลดังขึ้นข้างใบหู มีนาราผละตัวออกเล็กน้อยเพื่อสำรวจความปลอดภัยของคนในอ้อมแขน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างใกล้ชิดในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากขยับอีกเพียงนิดเดียว ปลายจมูกคงจะชนกัน
รัญชิตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยสั่งการเฉียบคมกลับขาวโพลนไปหมดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด เคมีบางอย่างพุ่งกระฉูดรุนแรงยิ่งกว่าแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ หัวใจของประธานสาวซึนเดระเต้นรัวแรงจนแทบทะลุอก ปากร้ายๆ ที่เคยเตรียมไว้ต่อปากต่อคำกลับหนักอึ้งราวกับถูกผนึกไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้น
"ปล่อย... ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ" รัญชิตาเอ่ยเสียงสั่น พยายามรวบรวมสติผลักไหล่อีกฝ่ายเบาๆ ทว่ามีนารากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน ซ้ำยังกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ
"ยังปล่อยไม่ได้หค่ะ... ขาคุณสั่นขนาดนี้ จะยืนไหวได้ยังไงล่ะคะท่านประธาน" มีนาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรัญชิตาต้องหลบสายตาด้วยความเขินอายที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่อยู่
"ใครขา... ใครขาสั่นกันคะคุณมีนารา! ฉันแค่..."
*แกร๊ก...*
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกคลังสินค้าดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รัญชิตาสดุ้งสุดตัวรีบผละออกจากอ้อมแขนของมีนาราทันที ใบหน้าสวยแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความตกใจ ขณะที่สถาปนิกสาวถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันไปมองผู้มาใหม่
ร่างสูงของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมสีหน้าตกใจระคนสงสัย "รัญ! เกิดอะไรขึ้นเสียงดังโครมคราม... อ้าว มีนารา คุณก็อยู่ด้วยเหรอ?"
กรณ์ยืนนิ่งอยู่หน้ากองวัสดุที่แตกกระจาย สายตาดุดันกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็นด้วยแววตาจับผิด ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะอึมครึมไปมากกว่านั้น สายตาของกรณ์ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนพื้นเข้าอย่างจัง—เอกสารแปลนออกแบบฉบับจริงที่ควรจะอยู่บนโต๊ะทำงานของมีนารา กลับตกอยู่ท่ามกลางเศษกระเบื้องแตก โดยมีรอยเท้าเหยียบย่ำจนพังเสียหายยับเยิน... และที่มุมกระดาษแผ่นนั้น มีลายเซ็นอนุมัติลับเฉพาะของบริษัทคู่แข่งประทับอยู่อย่างชัดเจน
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันนะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 13
สะดุดรักกลางกองวัสดุ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!