แฟ้มเอกสารสีดำสนิทบนโต๊ะประชุมกระจกใสเงาวับ ถูกนิ้วเรียวของรัญชิตากดทับไว้ด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย จนปลายนิ้วเรียวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของบริษัทสถาปัตยกรรมแถวหน้าเวลานี้ เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน
สายตาของกรรมการอาวุโสสามคนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว โดยเฉพาะท่านรองประธานอาวุโสอย่าง ‘คุณชัยวัฒน์’ ที่มักจะมีรอยยิ้มเคลือบยาพิษซ่อนอยู่เสมอ
“ช่วงนี้โครงการรีสอร์ทที่เกาะช้างดูจะคืบหน้าไปได้ด้วยดีนะคะคุณรัญชิตา แถมยังได้ยินมาว่า... คุณมีนารา สถาปัตยกรรมสาวมือทองคนนั้น ทุ่มเทเวลาให้กับโปรเจกต์นี้เป็นพิเศษ ชนิดที่เรียกว่าตัวติดกันแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว”
คำพูดลอยๆ แต่เจือไปด้วยความนัยนั้น ทำให้รัญชิตาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตานิ่งสนิทที่ซ่อนความไหววูบเอาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบ เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นตามวิสัยของประธานสาวผู้ไร้พ่าย แต่หัวใจข้างในกลับเต้นกระหน่ำด้วยความระแวง
“มันคือความรับผิดชอบในหน้าที่ค่ะคุณชัยวัฒน์ การที่ดีไซเนอร์กับผู้บริหารจะลงพื้นที่ตรวจงานด้วยกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด น่าจะเป็นเรื่องที่บริษัทควรสนับสนุน มากกว่าจะนำมาตั้งข้อสงสัยนะคะ” รัญชิตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงัก
“แต่ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต... บางทีมันอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทนะคะท่านประธาน โดยเฉพาะเมื่อมีคนตาดีเห็นว่า คุณกับสถาปนิกสาวคนนั้นไม่ได้พักอยู่คนละห้องในคืนที่ไปตรวจไซต์งาน”
เปรี้ยง!
ประโยคเดียวเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางห้องประชุม รัญชิตากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรูปชัดเจน เธอรู้ทันทีว่าข่าวลือนี้มาจากไหน... ไม่พ้นฝีมือของกรณ์ คู่แข่งทางธุรกิจที่พยายามหาทางเล่นงานเธอทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงโปรเจกต์ใหญ่
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานสตูดิโอออกแบบชั้นล่าง มีนารากำลังยืนกอดอกมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน พิมเพื่อนสนิทที่ถือแก้วกาแฟเดินเข้ามาหา พร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนก
“แก... แย่แล้วมีน! ตอนนี้บอร์ดบริหารกำลังซักฟอกท่านประธานเรื่องของเราอยู่ ฉันได้ยินพวกฝ่ายบุคคลซุบซิบกันว่า คุณชัยวัฒน์เตรียมจะเอาเรื่องนี้ไปเข้าที่ประชุมใหญ่เพื่อลดอำนาจท่านประธาน!”
มีนาราหันขวับทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยอมให้คนอื่นมาโจมตีตัวเองได้ แต่ถ้ารัญชิตาต้องมาเดือดร้อนเพราะความสัมพันธ์ของเรา... นั่นคือสิ่งที่เธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด
“ใครเป็นคนปล่อยข่าว...” มีนาราถามเสียงลอดไรฟัน
“กรณ์ไงล่ะ แกก็รู้ว่ามันจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ท่านประธานมานานแล้ว พอเห็นว่าเราสองคนสนิทกันเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้อง มันเลยใช้จุดนี้เป็นเครื่องมือโจมตีเรื่องความประพฤติ” พิมสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย
มีนารากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สมองอันปราดเปรียวประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอไม่ใช่คนที่จะยอมนั่งรอให้ใครมาพิพากษาง่ายๆ ในเมื่อพวกเขาอยากเล่นเกมการเมืองในบริษัทนัก เธอก็พร้อมจะพลิกกระดานให้พวกมันดูเหมือนกัน
ตัดกลับมาที่ห้องประชุมใหญ่ รัญชิตากำลังจะเอ่ยปากตอกกลับข้อกล่าวหาไร้สาระนั้นให้หงายเงิบ แต่ประตูห้องประชุมกลับถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสไตล์ working woman ของมีนารา ก้าวเข้ามาด้วยฝ่ามั่นคงและสง่างาม สายตาทุกคู่ในห้องหันไปมองเธอกลุ่มเดียว รวมถึงรัญชิตาที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง
“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องเสียมารยาทรบกวนเวลาอันมีค่าของคณะกรรมการทุกท่าน...” มีนาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน ชัดเจน และทรงพลัง เธอเดินตรงไปยังโต๊ะประชุมยาว ก่อนจะหยุดยืนเคียงข้างเก้าอี้ของประธานสาว
รัญชิตาช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวแสบที่กล้าบุกเข้ามากลางดงเสือดาว หัวใจที่เคยเย็นเฉียบกลับกระตุกวูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธที่อีกฝ่ายไม่ยอมฟังคำสั่งให้อยู่เงียบๆ และทั้งหวั่นไหวที่เห็นมีนาราเลือกจะก้าวออกมาปกป้อง
“คุณมีนารา ที่นี่คือห้องประชุมคณะกรรมการบริหาร คุณไม่มีสิทธิ—” คุณชัยวัฒน์ทำท่าจะเอ่ยไล่
“ดิฉันมีสิทธิเต็มที่ค่ะ ในฐานะที่เป็น ‘เป้าหมาย’ ของข้อครหาที่พวกท่านกำลังถกเถียงกันอยู่” มีนาราตัดบทอย่างไม่เกรงกลัว เธอวางแท็บเล็ตส่วนตัวลงบนโต๊ะ ก่อนจะกดเชื่อมต่อกับจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่
พรึบ!
ภาพเอกสารสัญญาและภาพถ่ายหลักฐานการทำงานโปรเจกต์รีสอร์ทปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมกับตารางเวลาการทำงานที่ระบุไว้อย่างละเอียดยิบ
“ท่านประธานกับดิฉันไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่บกพร่องต่อจริยธรรมอย่างที่พวกท่านพยายามกล่าวหาค่ะ ทุกค่ำคืนที่เราอยู่ในไซต์งาน เราทำงานร่วมกันจนถึงตีสาม และภาพที่พวกท่านได้มา... มันเป็นเพียงมุมกล้องที่บิดเบือนความจริงเพื่อประโยชน์ของใครบางคนเท่านั้น” มีนาราปรายตามองไปยังเอกสารที่ระบุชื่อของกรณ์อย่างจงใจ
“แต่ข่าวลือ—”
“ข่าวลือก็คือข่าวลือที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนที่ไร้ความสามารถในการแข่งขันด้วยผลงานค่ะ!” มีนาราเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย “ถ้าคณะกรรมการท่านใดสงสัยในความสามารถและจรรยาบรรณของดิฉัน ดิฉันยินดีให้ตรวจสอบผลงานย้อนหลังทั้งหมด แต่ถ้าพบว่านี่คือการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองในบริษัท... ดิฉันและท่านประธานสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายค่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งอย่างน่าอึดอัด บอร์ดบริหารแต่ละคนเริ่มหันไปมองหน้ากันเองเมื่อเจอไม้นี้เข้าไป คุณชัยวัฒน์หน้าเสียไปถนัดตาเพราะไม่คิดว่าสถาปนิกสาวคนนี้จะกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
รัญชิตานั่งมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกาย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว ผู้หญิงคนนี้... ดื้อรั้น ปากเก่ง และชอบสร้างเรื่องให้เธอปวดหัวอยู่เรื่อย แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอในวันที่พายุโหมกระหน่ำ
เมื่อการประชุมจำต้องยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายที่พยายามปล่อยข่าว บอร์ดทยอยเดินออกจากห้องทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงแค่รัญชิตากับมีนาราที่ยืนอยู่ตามลำพัง
รัญชิตาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอถอดแว่นสายตาออก วางลงบนโต๊ะช้าๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวมีนาราที่ยังคงยืนยันความมั่นใจอยู่ สายตาดุดันที่เคยใช้มองคู่แข่งถูกแทนที่ด้วยประกายความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก
“ใครใช้ให้เธอบุ่มบ่ามเข้ามาในนี้... หึ?” รัญชิตากระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าห่างกันเพียงคืบเดียว จนมีนาราต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ก็ถ้าฉันไม่เข้ามา... ประธานคนซึ้ง เอ๊ย คนซึนของฉัน ก็คงจะนั่งรับคมมีดอยู่คนเดียวสิคะ” มีนาราแกล้งยิ้มกริ่ม แม้หัวใจจะเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อถูกสายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมอง
“กล้าดียังไงถึงทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้รู้ไหมว่ามันเสี่ยงแค่ไหน” รัญชิตาเอ็ดเบาๆ มือเรียวยื่นออกไปหมายจะคว้าแขนอีกฝ่ายมาดุ แต่มีนารากลับไวกว่า เธอเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปโอบรอบเอวบางของประธานสาวเอาไว้เสียเอง
“เป็นห่วงก็บอกกันดีๆ สิคะท่านประธาน หน้าตาบึ้งตึงแบบนี้ เดี๋ยวริ้วรอยถามหาไม่รู้ด้วยนะ” มีนาราหยอกล้อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
รัญชิตาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก เธอยกมือขึ้นแตะแก้วเนียนใสของมีนาราแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หัวใจที่ปิดตายมานานยอมจำนนอย่างราบคาบ
“เธอนี่มัน... ดื้อจริงๆ มีนารา” รัญชิตากระซิบชิดริมฝีปาก “คืนนี้... เธอต้องถูกทำโทษที่กล้าขัดคำสั่งฉัน”
“อ๋อเหรอคะ? จะทำโทษด้วยวิธีไหนล่ะคะ หรือว่าจะ—”
ยังไม่ทันที่ประโยคยั่วเย้าจะหลุดออกจากริมฝีปากอิ่ม ประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทก็ถูกผลเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
ร่างสูงโปรดของกรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ แต่รอยยิ้มนั้นกลับค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เมื่อเห็นภาพที่ประธานสาวผู้เย่อหยิ่งกำลังใช้สองมือประคองใบหน้าของสถาปนิกสาวไว้ ในระยะประชิดที่แทบจะแนบชิดติดกัน...
และสายตานิ่งสนิทที่รัญชิตาหันกลับมามองผู้บุกรุกในเสี้ยววินาทีนั้น... ก็เย็นชาเสียจนกรณ์ต้องผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยซัพพอร์ตกันมาตลอดนะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 27
ความลับแตก
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!