ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 7

คู่ปรับหรือคู่กัด

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"คุณแม่... มาทำอะไรที่นี่คะ?" เสียงของฉันเผลอสูงขึ้นกว่าระดับปกติไปเล็กน้อย ปลายนิ้วที่กำสายกระเป๋าเอกสารแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความตกใจพุ่งชนเข้าที่กลางอกอย่างจัง ไม่ใช่เพราะกลัวท่านจะมาตรวจงาน แต่เพราะคนที่ยืนเคียงข้างมารดาของฉันในเวลานี้ คือ 'รัญชิตา' ประธานสาวจอมเนี๊ยบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานีต่อลูกน้อง คุณหญิงรสรินทร์ส่งยิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับผู้ดีเก่ามาให้ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับประกายความรู้ทันอย่างปิดไม่มิด ผิดกับรัญชิตาที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าเรียบตึงราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่ถ้าสังเกตให้ดี... ปลายหูขาวสะอาดคู่นั้นกลับขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ชนิดที่ต่อให้พยายามตีสีหน้าเย็นชาแค่ไหนก็กลบเกลื่อนไม่มิด "แม่ก็แค่แวะมาดูว่าสถาปนิกคนเก่งของบริษัทนี้ทำงานคุ้มเงินเดือนหรือเปล่า... บังเอิญเจอกับคุณรัญที่ชั้นล่างพอดี เลยชวนกันขึ้นมาคุยเรื่องโปรเจกต์ข้างบนนี้" คุณแม่ปรายตามองหน้าฉันสลับกับร่างสูงโปร่งของคุณประธาน "ดูท่าทางแล้ว... พวกคุณคงร่วมงานกันได้ 'ราบรื่น' ดีสินะคะ" คำว่า 'ราบรื่น' ของแม่ลากเสียงยาวจนน่าหมั่นไส้ ฉันแอบส่งค้อนวงใหญ่ให้คุณแม่ไปทีหนึ่งอย่างลืมตัว ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นมืออาชีพแล้วหันไปเผชิญหน้ากับเจ้านายสาวที่ตอนนี้กำลังเลิกคิ้วมองฉันด้วยแววตาท้าทาย "ท่านประธานกับคุณแม่ของฉันคงไม่ได้คุยอะไรเกินเลยไปมากกว่าเรื่องงานหรอกนะคะ" ฉันยิ้มสู้กล้อง แม้ในใจจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อก้าวเข้าไปใกล้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือไม้จันทน์หอมกรุ่นของคุณรัญที่ลอยมาแตะจมูก "ฉันจะไปคุยอะไรกับคุณแม่เธอได้ล่ะ มีนารา... นอกจากเรื่องที่ลูกสาวของท่าน มักจะชอบทำตัว 'ดื้อรั้น' นอกเวลางาน" รัญชิตาเน้นเสียงตรงคำว่าดื้อรั้น พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจแทบจะรดกัน "จริงไหมคะ... คุณรสรินทร์?" "แหม คุณรัญก็... น้องมีนเขาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ดื้อเงียบ หัวรั้น แต่ถ้าได้ตั้งใจทำอะไรแล้วไม่เคยทำให้ผิดหวัง" คุณแม่หัวเราะเบาๆ อย่างถูกอกถูกใจ ก่อนจะยกข้อมือดูนาฬิกาข้อมือเรือนหรู "ตายจริง นี่ก็ใกล้เวลาทานมื้อเที่ยงของแมbsแล้ว รัญคะ... สนใจไปทานข้าวกับผู้ใหญ่สักมื้อไหมจ๊ะ พอดีแม่มีเรื่องอยากคุยกับหนูเป็นการส่วนตัวหลายเรื่องเลย" ฉันเบิกตากว้างทันที 'เรื่องส่วนตัว' ของแม่กับยัยประธานจอมซึนเนี่ยนะ? มันต้องไม่ใช่เรื่องดีต่อหัวใจฉันแน่ๆ! "เอ่อ แม่คะ พอดีมีนต้องตรวจแบบแปลนต่อ..." "คุณรัญว่างหรือเปล่าล่ะคะ?" คุณแม่ตัดบทฉันอย่างไร้เยื่อใยแถมยังส่งยิ้มพินิจพิเทียมให้รัญชิตาอีกต่างหาก รัญชิตานิ่งคิดไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตคู่คมเหลือบมองฉันที่กำลังยืนทำหน้ามุ่ยเป็นปลาทูแม่กลอง มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ฉันอยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าผากสวยๆ นั้นสักทีสองที "สำหรับคุณแม่... ฉันว่างเสมอค่ะ" รัญชิตาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดคาด ก่อนจะปรายตามองฉันด้วยหางตา "ส่วนคุณมีน... ช่วงบ่ายนี้ฉันอยากให้คุณเอาแบบแปลนแก้ไขรอบสุดท้ายไปนำเสนอที่ห้องทำงานส่วนตัวของฉันตอนบ่ายสองตรง ห้ามเลทแม้แต่วินาทีเดียวนะคะ สถาปนิกคนเก่ง" พูดจบ ประธานสาวจอมเผด็จการก็ยอมเดินแยกตัวออกไปพร้อมกับคุณแม่ของฉัน ทิ้งให้ฉันยืนกำมือแน่นอยู่หน้าลิฟต์ด้วยความรู้สึกค้างคาใจแปลกๆ ให้ตายเถอะ! นี่พวกท่านไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหน ถึงได้รวมหัวกันมาปั่นประสาทฉันแบบนี้! *** บรรยากาศในห้องทำงานช่วงบ่ายช่างน่าอึดอัด... ไม่ใช่เพราะงานไม่เดินหน้า แต่เป็นเพราะสมาธิของฉันมันกระเจิดกระเจิงไปไกลตั้งแต่เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังขึ้นเป็นรอบที่สาม *ครืน... ครืน...* ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะกดรับสายเพื่อนสนิทตัวดีที่โทรมาจิกกัดไม่เว้นแต่ละวัน "ยัยมีน! แกนี่มันร้ายเงียบจริงๆ นะ!" เสียงแหลมใสของพิมดังทะลุปรอโปร่งเข้ามาทันทีที่กดรับ "ฉันเพิ่งได้ข่าววงในมาจากเด็กฝึกงานในตึก ว่าช่วงนี้แกเดินเข้าออกห้องทำงานท่านประธานบ่อยยิ่งกว่าเข้าห้องน้ำอีก แถมยังมีคนตาดีเห็นท่านประธานเดินเคียงคู่กับคุณแม่ของแกไปทานข้าวด้วยกันเมื่อกลางวันนี้ด้วย! แกสองคนนี่มันยังไงกันแน่ หืม? ไหนบอกว่าเกลียดขี้หน้าเขานักหนาไงยะ!" ฉันกรอกตามองเพดานอย่างอ่อนอกอ่อนใจ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบปากกามาหมุนเล่นแก้ "แกเลิกมโนแล้วเอาสมองไปคิดเรื่องงานเถอะพิม ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น แม่ฉันแค่บังเอิญเจอท่านประธานที่ล็อบบี้แล้วถูกคอ ก็เลยชวนไปกินข้าวด้วยกันเฉยๆ ส่วนฉัน... ที่ต้องเข้าห้องท่านประธานบ่อยๆ ก็เพราะงานมันบังคับต่างหากเล่า งานแก้แบบนะเว้ย ไม่ใช่เดทดินเนอร์ใต้แสงเทียน" "แหมๆๆ เสียงสูงเชียวนะยะ" พิมหัวเราะคิกคักในลำคออย่างรู้ทัน "ปฏิเสธเสียงแข็งจังนะแม่คุณ แต่เชื่อเถอะว่าอาการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบนี้มันฟ้องว่าแกกำลังเสียอาการอยู่ชัดๆ ระวังเถอะนะ ปากบอกว่าเกลียด ระวังจะตกหลุมพรางความซึนของท่านประธานเข้าสักวัน แล้วถึงวันนั้นฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลยคอยดู!" "เพ้อเจ้อใหญ่แล้วพิม แกไม่มีงานทำหรือไง ถึงได้ว่างมานั่งแซวชาวบ้านชาวช่องเขาเนี่ย" ฉันแหวใส่ปลายสายเสียงเขียว แต่แปลก... แทนที่จะรู้สึกหงุดหงิดเหมือนทุกที หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงใบิ่งนิ่งสนิทและแววตาคู่คมของคุณรัญตอนที่ยืนกระซิบใกล้ๆ *“สำหรับคุณแม่... ฉันว่างเสมอค่ะ”* "โอ๊ะ! ลูกค้ามาพอดีแค่นี้ก่อนนะยะ ไว้เลิกงานค่อยโทรไปเค้นความจริงต่อ!" พิมชิงตัดสายทิ้งไปดื้อๆ ปล่อยให้ฉันนั่งถือโทรศัพท์ค้างไว้พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ฉันสะบัดหัวแรงๆ ไล่ความคิดไร้สาระออกจากสมอง แล้วยกมือขึ้นแนบแก้มตัวเองที่มันกำลังร้อนฉ่า... ยัยพิมบ้าพูดบ้าอะไรของมันเนี่ย ฉันเนี่ยนะจะไปหวั่นไหวกับยัยประธานปากร้าย เย็นชา และชอบหาเรื่องแกล้งฉันตลอดเวลานคนนั้น ไม่มีทางซะหรอก! ทว่า... แม้ปากจะปฏิเสธเสียงแข็งแค่ไหน แต่ริมฝีปากของฉันกลับค่อยๆ คลี่9รอยยิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดลึกซึ้งบางอย่างที่ฉันเองก็ไม่อยากจะยอมรับมันเท่าไหร่ *ก๊อกๆ* เสียงเคาะประตูกระจกใสหน้าห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะความคิด ฉันสะดุ้งสุดตัวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนพิงกรอบประตู แววตาคู่คมคู่นั้นกวาดมองมาที่ฉันด้วยความเรียбеเฉย ทว่ามุมปากหยักสวยกลับยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน "นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียวคะ คุณมีนารา... หรือว่ากำลังคิดอกุศลอะไรเกี่ยวกับฉันอยู่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแซะทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลากระจายตัวเข้ามาแทนที่อากาศเดิม ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเจ้าตัวมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉันจริงๆ แล้ว ฉันรีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเชิดหน้าสู้สายตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "เปล่าสักหน่อยค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่า... ท่านประธานว่างมากเหรอคะ ถึงได้เดินมาจิกงานฉันถึงโต๊ะด้วยตัวเองแบบนี้" รัญชิตาไม่ตอบ เธอก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนฉันต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ ร่างสูงหยุดยืนห่างจากฉันแค่เพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน นิ่งนาน ราวกับกำลังพยายามค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน "ที่ฉันต้องเดินมาตามด้วยตัวเอง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาลอดผ่านริมฝีปากเรียวสวยที่อยู่ห่างกันไม่กี่เซนติเมตร "ก็เพราะว่า... ฉันคิดถึงหน้าคุณเวลาทำท่าทางพยศใส่จนทนไม่ไหวแล้วน่ะสิคะ" หัวใจของฉันกระตุกวูบ ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป รัญชิตาก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มฉันแผ่วเบา พร้อมกับกระซิบประโยคถัดมาที่ทำให้สติของฉันหลุดลอยไปในทันที "และอีกอย่าง... คุณแม่ของคุณฝากฉันมาบอกว่า คืนนี้... เธออนุญาตให้ฉันพาคุณไป 'ทานมื้อค่ำ' เป็นการส่วนตัวได้แล้วค่ะ" รัญชิตาผละตัวออกมายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ปล่อยให้ฉันยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่หน้าโต๊ะทำงาน โดยที่สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว... *** ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 8: "เดทลับฉบับประธานซึน" (เตรียมหมอนไว้จิกให้ขาดได้เลยนะคะ!) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%