หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานรกๆ สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอน มีนาราขยับตัวด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตหรี่มองแสงสีฟ้าที่แสบตาในยามที่เข็มนาฬิกาบนผนังฟ้องเวลาเที่ยงคืนตรงเป๊ะ ข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์เด้งเตือนขึ้นมาอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา และชื่อของผู้ส่งก็ทำให้ต่อมความดันของเธอพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
*รัญชิตา:* [แบบแปลนโซนล็อบบี้โครงการเดอะเทอร์เรซ... ตรงจุดเชื่อมต่อลิฟต์แก้ว มีปัญหาใหญ่ คุณช่วยกลับมาที่บริษัทเดี๋ยวนี้ด้วยค่ะ]
ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยคำด่าทอสารพัดชะงักกึก มีนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ นึกอยากจะโยนโทรศัพท์ใส่กำแพงให้รู้แล้วรู้รอด แต่สมองอีกซีกดันทำงานเร็วกว่าอารมณ์ ข้อความแจ้งเตือนยอดเงินในบัญชีที่เพิ่งถูกตัดค่าใช้จ่ายบวกกับสัญญาจ้างฉบับโหดหินที่ร่างโดยท่านประธานคนเคี่ยวคนนี้ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ
*‘หักเงินเดือน 10% ต่อหนึ่งความล่าช้าในการแก้ไขงานเร่งด่วน’*
“ยัยคุณประธานเผด็จการ ป่านนี้ตึกคงปิดไฟมืดตื๋อแล้วมั้ง บ้าอำนาจชะมัด!” มีนสบพงสบถออกมาเบาๆ ในความมืด มือข้างหนึ่งคว้าเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวโปรดมาสวมทับชุดนอนลายการ์ตูนอย่างลวกๆ ก่อนจะควกุญแจรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจพุ่งทะยานฝ่าความมืดของถนนยามวิกาลมุ่งหน้าสู่ตึกระฟ้าใจกลางเมือง
ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที มีนก็มายืนหอบหายใจโยนกระเป๋าเอกสารลงบนเคาน์เตอร์ต้อนรับชั้นล่างของบริษัทด้วยความหัวเสีย ลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารพาทเธอขึ้นมาถึงชั้นบนสุดในเวลาอันรวดเร็ว บรรยากาศภายในสำนักงานยามค่ำคืนเงียบสงบจนได้ยินเสียงรองเท้าผ้าใบกระทบกับพื้นพรมหนานุ่ม มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวๆ จากโคมไฟตั้งโต๊ะบริเวณห้องทำงานใหญ่เท่านั้นที่ยังคงสว่างไสว
มีนเดินดุ่มๆ ไปหยุดอยู่หน้าประตูบานกระจกใส เธอยกมือขึ้นเคาะสองครั้งพ่องามๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปโดยไม่ต้องรอให้อนุญาต
“ไหนคะปัญหาใหญ่ที่ว่า ถึงขั้นต้องเรียกคนอื่นมาแก้ตอนเที่ยงคืนเนี่ย ฉันตรวจทานแบบแปลนนี้มาสามรอบแล้วนะคะคุณรัญชิตา มันไม่มีทางผิดพลา— อุ๊บ!”
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาแล้วพบว่าสภาพภายในห้องไม่ได้มีกองเอกสารงานด่วนอย่างที่สมองจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย รัญชิตาร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทกำลังยืนไขว้หลังอยู่หน้ากระจกบานยักษ์ที่สะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้หลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่คมคายราวกับภาพถ่ายแฟชั่นในนิตยสารชื่อดัง
รัญชิตาหันกลับมามองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เก๋ฉายแววยากจะคาดเดา ทว่ามุมปากหยักสวยกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
“มาช้าไปสามนาทีจากที่ฉันคาดการณ์ไว้” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าหมั่นไส้ “นึกว่าจะปอดแหกแล้วนอนเกาพุงอยู่บ้านเสียอีกค่ะ คุณสถาปนิกตัวแสบ”
มีนกัดริมฝีปากล่างด้วยความหมั่นไส้จนแทบจะห้ามใจไม่ให้พุ่งเข้าไปหยิกแขนคนตรงหน้าไม่ได้ เธอกอดอกแน่น เชิดหน้าขึ้นท้าทายความนิ่งสงบของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
“ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวโดนคุณหักเงินเดือนหน้าเลือดนะ ฝันไปเถอะค่ะว่าฉันจะถ่อสังขารมาอภิบาลคนนอนไม่หลับกลางดึกแบบนี้ ไหนล่ะคะ แบบแปลนที่มีปัญหา รีบๆ ชี้มาสฉันจะได้รีบแก้แล้วกลับไปนอนสักที พรุ่งนี้ฉันมีประชุมแต่เช้าตรู่”
รัญชิตาไม่ตอบคำถาม เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้มีนทีละก้าว ช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกพร้อมกับแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของสถาปนิกสาวเต้นผิดจังหวะอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ใครบอกคุณว่าฉันเรียกคุณมาเพราะเรื่องงานล่ะคะ” รัญชิตาหยุดยืนประชิดตัว ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ แววตาคู่คมกวาดมองสำรวจชุดนอนลายการ์ตูนที่โผล่พ้นชายเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์แวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ
มีนชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบ “คุณ… หมายความว่ายังไงคะ? อย่าบอกนะว่านี่คือการกลั่นแกล้งกันเล่นๆ แค่เพราะคุณว่างงานน่ะ!”
“เปล่าหรอกค่ะ ฉันแค่อารมณ์ไม่ดี… และบังเอิญว่าคนเดียวที่จะช่วยให้อารมณ์ของฉันดีขึ้นได้ในเวลานี้…” รัญชิตายื่นมือเรียวยาวออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเบาๆ ลงบนปลายคางมนของมีนอย่างจงใจบังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตา “ก็คือคุณ”
มีนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์คาถา ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหูและพวงแก้ม เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่ราวกับเงียบลงไปถนัดตา เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกันที่ประสานกันอยู่ในระยะประชิด
“คุณรัญ… ปล่อยนะคะ เล่นบ้าอะไรเนี่ย!” มีนพยายามจะเบือนหน้าหนีและปัดมือเรียวนั้นออก แต่รัญชิตากลับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้มีนต้องใช้สองมือยันแผงอกอีกฝ่ายไว้โดยอัตโนมัติ สัมผัสได้ถึงไออุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กันภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดี
รัญชิตาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าและเจือรอยเอาแต่ใจที่ทำเอาสถาปนิกสาวขาอ่อนแรงไปชั่วขณะ
“ฉันไม่ได้เล่นค่ะมีน… แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงทำปากเก่งใส่ฉันอีกคำเดียว ฉันจะหักเงินเดือนคุณทั้งปีแล้วเอามาจ่ายเป็นค่าจ้างให้คุณอยู่เป็นเพื่อนฉันตรงนี้จนถึงเช้าแน่ๆ”
มีนอ้าปากค้าง เตรียมจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียง ดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อจู่ๆ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่พวกเธอไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในสถานที่และเวลาแบบนี้ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
“รัญครับ ผมบังเอิญผ่านมาแถวนี้ เลยเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้… อ้าว ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่า?”
ร่างสูงของกรณ์ยืนค้างอยู่ตรงขอบประตู สีหน้าแปลกใจระคนตกใจฉายชัดเจนเมื่อเห็นภาพประธานสาวสุดเนี๊ยบกำลังโอบกอดสถาปนิกสาวคนเก่งไว้แนบชิดในมุมห้องทำงานยามวิกาลแบบนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันนะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 8
ข้ออ้างในการตรวจงานรอบดึก
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!