ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 9

เสื้อสูทตัวนั้น

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“ถ้าคุณกรณ์ยังไม่เลิกทำตัวเสียมารยาทด้วยการบุกรุกห้องทำงานส่วนตัวยามวิกาลอย่างไร้มารยาท ฉันคงต้องให้ฝ่ายกฎหมายส่งหมายเตือนเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวแล้วนะคะ” เสียงของรัญชิตาคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง ร่างสูงโปร่งของประธานสาวไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย เธอกลับก้าวขึ้นไปยืนบังร่างของมีนาราไว้มิดชิดราวกับแม่ไก่หวงไข่ แม้ว่าเมื่อครู่พวกเธอจะอยู่ในท่าทางที่ชวนเข้าใจผิดแค่ไหนก็ตาม แต่วินาทีนี้ เกราะป้องกันความเย่อหยิ่งและมาดมั่นถูกยกขึ้นมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว กรณ์กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววดูแคลนระคนสมเพช “โอ้... ผมคงมาก้าวก่ายจังหวะเวลาส่วนตัวของท่านประธานกับลูกน้องคนโปรดเข้าสินะครับ น่าเสียดายจังที่ผมดันตาดีเกินไปหน่อย ถึงได้เห็นภาพเด็ดที่ถ้าหลุดออกไปสู่บอร์ดบริหาร... ภาพลักษณ์ของท่านประธานผู้แสนจะไร้ที่ติคงสั่นคลอนไม่น้อย” “คุณกรณ์!” มีนาราก้าวออกมาจากด้านหลังรัน ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยืดอกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว “อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณมาตัดสินคนอื่น ห้องนี้คือพื้นที่ทำงาน และพวกเรากำลังคุยงานกันเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ ถ้าสมองของคุณมีแต่เรื่องต่ำต้อยจนมองไม่เห็นความพยายามของคนอื่น ก็กรุณาหุบปากแล้วไสกหัวออกไปจากห้องนี้ซะ!” คำพูดที่เผ็ดร้อนและตรงไปตรงมาทำให้กรณ์หุบยิ้มลงทันที ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ “ปากเก่งดีนี่... หวังว่าเวลาที่โปรเจกต์นี้ล่มไม่เป็นท่า ปากเก่งๆ ของคุณจะยังช่วยให้คุณรอดตัวไปได้นะ มีนารา” ประตูกระจกบานใหญ่ปิดกระแทกตามหลังร่างสูงของกรณ์ที่เดินฮึดฮัดออกไปอย่างหัวเสีย แรงกระแทกทำเอาอากาศในห้องสั่นไหวเล็กน้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างทันที รัญชิตายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไหล่บางไหววูบเล็กน้อยก่อนที่เธอจะผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพื่อควบคุมสติ เจ้าของร่างสูงหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยืนหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธ “ทำไมถึงไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลยคะ” รัญชิตาเอ่ยเสียงดุ แต่แววตาที่มองกลับเจือความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด “ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่กรณ์ แต่เป็นคนอื่นที่มีเจตนาประสงค์ร้ายจริงๆ คุณจะทำยังไง” มีนาราชะงักไปนิด เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานสาว รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวเมื่อครู่ “ก็มีท่านประธานผู้แสนดุร้ายคอยปกป้องอยู่ไม่ใช่เหรอคะ หรือว่า... ท่านประธานกลัวว่าภาพลักษณ์ตัวเองจะเสียหายจริงๆ ถึงได้รีบผลักฉันออกขนาดนั้น” “มีนารา!” รัญชิตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ระคนเอือมระอา “ฉันไม่ได้กลัวภาพลักษณ์ตัวเองเสียหาย แต่ฉันรำคาญเสียงนกเสียงกาที่จะตามมาต่างหากเล่า กลับไปเคลียร์งานที่โต๊ะของคุณได้แล้วค่ะ ดึกมากแล้ว” พูดจบ รัญชิตาก็สะบัดหน้าหนี เดินกลับไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง กองเอกสารมากมายรอให้เธอสะสาง แต่สมาธิของเธอกลับกระเจิดกระเจิงไปหมด ภาพรอยยิ้ม ดวงตา และสัมผัสอุ่นๆ จากร่างบางเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจจนน่าหงุดหงิด รัญชิตายกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม เวลาล่วงเลยไปจนเข็มนาฬิกาบอกเวลาตีสอง ความเงียบสงบยามวิกาลปกคลุมไปทั่วทั้งตึกสำนักงานใหญ่ รัญชิตาวางปากกาลงในมืออย่างอ่อนล้า เธอปรือตาลงนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัว ดวงตาคู่คมกวาดสายตาไปทั่วห้องทำงาน ก่อนจะไปสะดุดกับร่างบางของสถาปนิกสาวที่ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะมุมห้อง มีนารานั่งฟุบหลับคาโต๊ะทำงาน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่าเจ้าตัวหลับสนิทไปแล้ว ศีรษะเอียงพับไปข้างหนึ่งอย่างน่าสงสาร บนโต๊ะเต็มไปด้วยกระดาษร่างแบบแปลนและแก้วกาแฟที่หมดเกลี้ยงหลายใบ รัญชิตานั่งมองภาพนั้นอยู่นาน สกัดกั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังเอ่อล้นขึ้นมาในอกไม่ได้ ความรู้สึกอ่อนโยนที่ปกติเธอไม่เคยหยิบยื่นให้ใครเห็น รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างเงียบเชียบที่สุด ฝีเท้าเบาหวิวราวกับแมวป่า เธอเดินตรงเข้าไปหาสถาปนิกสาวที่กำลังหลับใหลอย่างเหน็ดเหนื่อย รัญชิตายืนมองใบยามหลับใหลที่ไร้ซึ่งพิษสง มีนาราในยามนี้ดูตัวเล็กและเปราะบางกว่ายามที่เธอยืนเถียงฉอดๆ เสียอีก แพขนตางอนหนาทาบลงบนพวงแก้มเนียน ผิวขาวจัดตัดกับแสงไฟสลัวในยามดึก อากาศในห้องเริ่มเย็นลงเพราะเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ตลอดคืน รัญชิตาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เธอหันไปหยิบเสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงสีเทาเข้มที่พาดอยู่กับพนักเก้าอี้ทำงานของตนเอง เดินกลับมาคลุมไหล่บางให้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วเรียวเผลอแตะสัมผัสกับเส้นผมนุ่มสลวยที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มอย่างลืมตัว รัญชิตายืนนิ่งค้างอยู่ในท่าทางนั้น สายตาทอดมองร่างที่หลับสนิทด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง... มันคือความหวงแหน และความคลั่งรักที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงความเย็นชามาเนิ่นนาน “ดื้อจริงๆ เลยนะคะ...” เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลมพัดผ่านริมฝีปากของรัญชิตา ในวินาทีที่เธอกำลังจะชักมือกลับ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของมีนาราที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะเกิดสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไลน์ที่เด้งขึ้นมากลางดึก ชื่อผู้ส่งข้อความทำให้รัญชิตาชะงักกึก รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่เต็มไปด้วยความระแวงและคลื่นอารมณ์บางอย่างที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ข้อความบนหน้าจอนั้นสั้นๆ แต่กระชากสติของประธานสาวให้ขาดผึ่ง... *[ถึงที่พักหรือยังครับคนสวย พรุ่งนี้พี่มารับไปกินกาแฟนะ]* รัญชิตากำมือแน่นจนข้อต่องอขาว ร่างสูงสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ดวงตาดุคมกวาดมองข้อความนั้นสลับกับใบหน้าของคนที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยความหมั่นไส้ระคนหึงหวง ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆ กับความจริงที่ว่า... มีนาราไม่ได้มีแค่เธอที่คอยมองอยู่คนเดียว “คนสวยเหรอคะ...” รัญชิตาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มมุมปากกลับมาปรากฏอีกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและชวนให้ขนลุกซู่ “ฝันไปเถอะค่ะว่าฉันจะยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาคาบไปกินง่ายๆ” มือเรียวยื่นไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นขึ้นมาทันทีโดยไม่ลังเล พร้อมกับกดปลดล็อกหน้าจอด้วยความคุ้นเคยบางอย่างที่เธอแอบจำได้... ก่อนที่นิ้วเรียจะกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปหาปลายสายทันที โดยไม่สนเลยว่านี่มันเวลาตีสองกว่าแล้ว! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%