ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 20

เส้นแบ่งเขตแดนใจ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะไม่รับประกันความปลอดภัยของสัญชาตญาณตัวเองนะคะ... คุณรัญชิตา" น้ำเสียงของมีนารากลั้วหัวเราะเบาๆ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายอย่างผู้กุมความได้เปรียบ บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหารยามวิกาลช่างเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ขึ้นทีละน้อย ของเหลวสีอำพันในแก้วทรงเตี้ยบนโต๊ะทำงานราคาแพงถูกละทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ รู้เพียงแต่ว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ในตอนนี้... มันใกล้เกินกว่าที่มาตรฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจจะอนุญาตให้เป็น เกมการแข่งขันรอบใหม่ไม่ได้มีแค่เรื่องงานอีกต่อไปแล้ว และเดิมพันชิ้นนี้ เธอก็ไม่มีวันยอมยกให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น! รัญชิตาชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังหยุดชะงักลงตรงเส้นแบ่งพรมลายกราฟิกพอดี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบตึงไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เจ้าตัวจะเชิดคางขึ้นด้วยฟอร์มอันคุ้นเคย ปากร้ายๆ ที่มักจะใช้พ่นวาจาเชือดเฉือนเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "พูดจาเหลวไหลอะไรของคุณ มีนารา ดึกดื่นมืดค่ำแล้ว งานในโปรเจกต์ใหม่ก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จ ยังจะมีอารมณ์มาเล่นเกมประสาทเสียอะไรอีกคะ" รัญชิตาพยายามบังคับให้น้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าแผ่นหลังที่แนบชิดกับบานประตูห้องทำงานไปแล้วโดยปริยาย กลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังจนมุม มีนาราไม่ตอบคำถามนั้น เธอเพียงแต่ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดเดียว ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือจางจังหวะการเต้นของหัวใจคนตรงหน้าให้รวนเรได้อย่างน่าประหลาด สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครค่อยๆ วางมือข้างหนึ่งลงบนบานประตู กักตัวประธานสาวจอมซึนเอาไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียวเท่านั้น "งานน่ะเสร็จไปตั้งนานแล้วค่ะคุณประธาน..." มีนาราจงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน ปลายดวงตาคู่สวยกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของอีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาตรงๆ "แต่ที่ฉันยังไม่กลับ... เพราะกำลังรอตรวจ 'งานสำคัญ' อีกชิ้นต่างหากล่ะคะ" "คุณ...!" รัญชิตากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ หัวใจในอกเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน หล่อนเกลียดสายตาคู่นี้เหลือเกิน สายตาที่เหมือนอ่านใจเธอทะลุปรุโปร่ง สายตาที่ทำให้เกราะป้องกันนับสิบชั้นที่สร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตาเดียว "ถอยไปนะคะมีน มีนารา! อย่ามาเล่นไม่รู้เรื่องนะ ฉันไม่ใช่เด็กๆ ที่จะให้คุณมาล้อเล่นด้วยได้" "ใครว่าฉันเล่นล่ะคะ?" น้ำเสียงของมีนาราเปลี่ยนเป็นนุ่มทุบและจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน ความขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดผ่านแววตา มืออีกข้างที่ว่างอยู่ค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปปัดปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียแก้มเนียนของรัญชิตาออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นทำเอารัญชิตาสะعุดเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสนี้สั่นคลอนความตั้งใจทั้งหมดที่เธอพยายามอดกลั้นมาตลอดหลายเดือน รัญชิตารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอข้ามผ่านเส้นกั้นของคำว่า "เจ้านายกับลูกน้อง" หรือแม้กระทั่ง "คู่แข่ง" มาไกลโขแล้ว ทุกๆ การปะทะคารม ทุกๆ โปรเจกต์ที่ร่วมมือกันฝ่าฟัน มันคือการหลอมรวมความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำจำกัดความ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนอย่างรัญชิตา... คนที่กลัวการสูญเสียการควบคุม กลัวการตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจ และกลัวที่สุดคือการพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเอง "พอได้แล้วมีน..." รัญชิตาเปล่งเสียงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยเริ่มไหวระริกด้วยความสับสน มือเรียวเล็กยกขึ้นดันลาดไหล่ของมีนาราให้ออกห่าง ทว่าแรงผลักนั้นช่างเบาราวกับแมวข่วน เสียแรงเปล่าเมื่อมีนารากลับยิ่งโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนขนลุกซู่ "กลัวเหรอคะรัญ..." มีนาราเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงกระซิบกระเส่าชวนใจสั่น เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกชื่ออีกฝ่ายห้วนๆ โดยไม่มีคำนำหน้า และมันทรงพลังเสียจนรัญชิตาแทบหายใจไม่ออก "คุณกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่... กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว หรือกลัวว่าคุณจะแพ้ใจให้ยัยตัวแสบคนนี้กันแน่คะ" คำถามนั้นทิ่มแทงเข้ากลางใจดำ รัญชิตาเม้มปากแน่นจนซีดเผือด ความรู้สึกพายุหมุนในอกตีรวนกันจนปั่นป่วน เธอไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า หัวใจดวงนี้มันทรยศเธอมานานแล้ว มันเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มกวนๆ นั่น มันโหยหาอ้อมกอดของคนตรงหน้ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่ความหวาดระแวงและกำแพงทิฐิที่สร้างมาทั้งชีวิตกลับกรีดร้องเตือนสติว่า... *ถ้าก้าวข้ามเส้นนี้ไปแล้ว เจ็บขึ้นมาจะทำอย่างไร?* ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่ถึงเซนติเมตร สติเฮือกสุดท้ายของรัญชิตาก็กรีดร้องขึ้นมาดั่งสัญญาณเตือนภัยภัยพิบัติ "ถอยไปนะ!" รัญชิตาเบี่ยงหน้าหนีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้สองมือออกแรงผลักมีนาราเต็มแรงจนร่างบางเซถอยหลังไปหลายก้าว ความตกใจฉายชัดขึ้นในแววตาของมีนาราเมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกและแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของประธานสาว "รัญ...?" มีนาราชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความไม่เข้าใจระคนเจ็บปวดลึกๆ "อย่าเข้ามานะมีน!" รัญชิตาถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะทำงาน สีหน้าของเธอซีดเผือด มือบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะชี้หน้าห้ามปราม "เรา... เราล้ำเส้นกันมามากเกินไปแล้วมีนารา คุณกำลังสนุก แต่ฉันไม่ได้สนุกด้วย!" "สนุกงั้นเหรอคะ?" มีนาราทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอแห้งผาก รอยยิ้มเยาะหยันตัวเองผุดขึ้นที่มุมปาก สถาปนิกสาวสาวเท้าเข้าไปใกล้ชิดอีกครั้ง แม้จะถูกผลักไสแต่แววตากลับดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน "คุณคิดว่าฉันกำลังเล่นสนุกอยู่จริงๆ เหรอรัญ? ถ้าฉันเล่นๆ ฉันคงไม่ยอมเอาหัวใจตัวเองมาเสี่ยงกับคนปากแข็งอย่างคุณหรอกนะ!" "แล้วไงล่ะ! จะให้ฉันทำยังไง ฮะ?" รัญชิตาโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น น้ำ The eyes เอ่อคลอเบ้าอย่างสะกดกลั้นไม่อยู่ ความกดดันทั้งหมดที่แบกรับไว้พรั่งพรูออกมาในวินาทีนั้น "คุณเข้ามาในชีวิตฉัน มากวนใจฉัน ทำให้ฉันคิดถึงคุณทั้งวันทั้งคืน... แล้วคุณก็คาดหวังว่าฉันจะต้องกระโดดลงไปในหลุมพรางความรู้สึกของคุณอย่างง่ายดายงั้นเหรอ? มีน... ฉันกลัว ฉันกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ฉันจะอยู่ยังไง!" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ทันทีหลังสิ้นเสียงตัดพ้อนั้น มีนาราชะงักกุน เธอมองใบหน้าของคนที่มักจะเข้มแข็งเสมอในยามนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา ความโกรธขึงเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกปวดหนึบในอกที่ตีตื้นขึ้นมา ที่แท้... รัญชิตาไม่ได้ผลักไสเพราะรังเกียจ แต่เพราะอีกฝ่ายกลัวต่างหาก กลัวความรัก กลัวการสูญเสียการควบคุม และกลัวการเจ็บปวด รอยยิ้มอ่อนโยนที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมีนารา เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปหารัญชิตาอย่างช้าๆ คราวนี้ไม่มีท่าทีคุกคามหรือยียวน มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและจริงใจเกินกว่ารัญชิตาจะกล้าสบตา "คนบ้าเอ๊ย..." มีนาราพึมพำเสียงเบา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือที่สั่นเทาของรัญชิตามากุมไว้แนบอกตัวเอง "รู้สึกยังไงล่ะคะ... ได้ยินไหมว่ามันเต้นเพื่อใคร?" รัญชิตาสะท้านเฮือกเมื่อฝ่ามือแนบอยู่กับจังหวะการเต้นของหัวใจมีนารา มันเต้นรัว เร็ว และหนักหน่วงไม่ต่างจากของเธอเลยแม้แต่น้อย "มีน..." รัญชิตาครางชื่อนั้นแผ่วเบา เปลือกตาปิดลงช้าๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลริน ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมกันไว้ค่อยๆ ละลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นทีละน้อย หัวใจที่เคยหวาดกลัวเริ่มสงบลงภายใต้อ้อมกอดทางสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ มีนาราโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสมผสานกันจนแยกไม่ออก ปลายจมูกคลอเคลียกันอย่างแผ่วเบา รัญชิตาหลับตาพริ้ม ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่หลีกหนีมาตลอดริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อรอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น... ระยะห่างระหว่างหัวใจของทั้งสองดวงถูกย่นย่อจนแทบจะไม่เหลือช่องว่าง *ติ๊งด่อง!* เสียงสัญญาณกริ่งหน้าห้องทำงานดังขึ้นผ่ากลางบรรยากาศอันน่าหลงใหลราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน! ทั้งรัญชิตาและมีนาราผละออกจากกันอย่างตกใจ ประธานสาวสะดุ้งสุดตัวรีบยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มลวกๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้บริหาร ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงโปรดของ กรณ์ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และเอกสารกองโตในมือ โดยมีสีหน้าตกตะลึงปนสงสัยเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ยืนชิดติดกันเกินงาม "อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับ ท่านประธาน... แล้วก็คุณมีนารา?" กรณ์หรี่ตามองด้วยความแปลกใจ พร้อมกับโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงทันที "พอดีผมเอาเอกสารสรุปยอดด่วนมาส่ง... แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณสองคนกำลังคุย 'เรื่องส่วนตัว' กันอยู่สินะครับเนี่ย?" รัญชิตาหน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอาย ขณะที่มีนาราหันขวับไปมองกรณ์ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ! ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี"
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%