กลิ่นสีทาบ้านที่ยังแห้งไม่สนิทผสมกับฝุ่นละอองจากการรีโนเวทที่ถูกทิ้งร้างมาหลายวัน ทำให้บรรยากาศในเพนต์เฮาส์หรูดูอ้างว้างจนน่าใจหาย ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างมีนารากับรัญชิตามีเพียง "ความเงียบ" เป็นเครื่องมือสื่อสาร ทั้งคู่ต่างถอยหลังคนละก้าว ขีดเส้นแบ่งเขตแดนทางความรู้สึกอย่างชัดเจนราวกับกลัวว่าหากเข้าใกล้กันมากกว่านี้ กำแพงทิฐิที่ต่างฝ่ายต่างสร้างขึ้นมาจะพังทลายลงมาทับถมหัวใจตัวเอง
งานออกแบบที่เคยคืบหน้าอย่างรวดเร็วกลับหยุดชะงักลงดื้อๆ เช่นเดียวกับจังหวะชีวิตของมีนาราที่ปั่นป่วนจนแทบเสียศูนย์ สถาปนิกสาวนั่งกอดอกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศ ดวงตากลมโตจ้องมองแบบแปลนสามมิติของห้องชุดรัญชิตาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดปนน้อยใจ
ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประโยคที่เธอกำลังจะเอ่ยเพื่อทลายความอึดอัด ถูกกลืนกลับลงคอไปเมื่อเห็นสายตาที่ไหววูบแต่ก็ยังคงความเย่อหยิ่งของท่านประธานคนสวย รัญชิตาเลือกที่จะนิ่งเงียบและเดินหนี เช่นเดียวกับเธอที่ศักดิ์ศรีค้ำคอจนไม่ยอมเอ่ยปากรั้งไว้
"ถอนหายใจจนคาร์บอนไดออกไซด์จะล้นห้องอยู่แล้วนะคะคุณสถาปนิก"
เสียงใสๆ ของพิมดังขึ้นพร้อมกับแรงตบเบาๆ ที่ไหล่ ทำนามมีนาราต้องสะดุ้งเล็กน้อย เพื่อนสนิทสายซัพพอร์ตหิ้วถุงกาแฟและขนมปังเข้ามาวางบนโต๊ะ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งประจันหน้า สายตาสอดส่องสำรวจเพื่อนรักที่ดูซูบลงไปถนัดตา
"ฉันไม่ได้ถอนหายใจสักหน่อย" มีนาราปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ใบหน้าจะฟ้องชัดเจนว่ากำลังเครียดจัด
"ปากแข็งเก่งเป็นที่หนึ่ง เรื่องงานก็ดองเค็ม เรื่องหัวใจนี่ไม่ต้องพูดถึง... ปล่อยให้รัญชิตาเขาอกแตกตายอยู่คนเดียวแบบนั้น ตั้งใจจะทรมานเขาหรือทรมานตัวเองกันแน่ยะมีน" พิมหรี่ตามองอย่างรู้ทัน พร้อมกับหยิบหลอดกาแฟมาดูดอย่างสบายใจ
"ใครทรมานใครกันแน่พิม เธอไม่เห็นเหรอว่าเขากลัว... เขากลัวความรู้สึกตัวเองจนเลือกที่จะผลักไสฉันออกไปก่อน" มีนารากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้ง "มีน..." รัญชิตากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกลัวเกาะกุมหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในวันนั้น มันยังคงติดอยู่ในความทรงจำ ภาพที่ท่านประธานคนเก่งแสดงความอ่อนแอออกมาเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบสวมหน้ากากเย็นชาทับลงไป มันช่างน่าหมั่นไส้และน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
"แล้วจะปล่อยให้มันคาราคาซังแบบนี้ไปถึงไหนคะ งานก็หยุด ลูกค้าก็รอ แถมข่าวลือเรื่องที่คุณกรณ์พยายามเข้ามาแทรกแซงช่วงที่พวกเธอหมางเมินกันอีก... คิดเหรอว่าคนอย่างรัญชิตาจะยอมให้คู่แข่งทางธุรกิจคาบชิ้นปลามันไปกินง่ายๆ" พิมโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนา
มีนาราชะงัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "นายกรณ์เหรอ? มันเกี่ยวอะไรด้วย"
"ก็เกี่ยวสิยะ ช่วงนี้คุณประธานเขาเคลียร์คิวหัวหมุน ทั้งประชุมเครียด ทั้งสะสางปัญหาบริษัท แถมยังมีข่าวว่าคุณกรณ์แวะเวียนไปที่ไซต์งานบ่อยๆ เพื่อพยายามซื้อตัวทีมงานเก่าของรัญ... ถ้าเธอยังมัวแต่ฟอร์มจัด นั่งอืดเป็นเรือเกลืออยู่แบบนี้ ระวังเถอะ... จะเสียทั้งงาน เสียทั้งคนรัก แบบไม่ได้ตั้งตัว"
คำพูดของพิมราวกับสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นในหัว มีนาราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองที่เคยปราดเปรียวเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความหึงหวงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมเริ่มแผ่ซ่านออกมาผสมโรงกับความร้อนรน
ถ้าวันนี้นารายังนิ่งเฉย... แปลว่าเธอกำลังยอมแพ้ให้กับความขี้ขลาดของตัวเอง
"ขอบใจมากนะพิม สำหรับข่าววงใน" มีนาราลุกพรวดขึ้นคว้ากระเป๋าและแท็บเล็ตคู่ใจ ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นที่กลับมาเต็มเปี่ยม "ฉันรู้แล้วว่าควรทำยังไงต่อ"
"เออ แบบนี้ค่อยสมเป็นยัยตัวแสบหน่อย ไปจัดการให้ราบคาบเลยค่ะคุณสถาปนิก!" พิมส่งเสียงเชียร์ไล่หลัง
รถเก๋งคันหรูพุ่งทะยานสู่คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ หัวใจของมีนาราเต้นระรัวราวกับกลองเพลิง ตลอดทางเธอคิดคำพูดนับร้อยประโยคเพื่อจะไปใช้เผชิญหน้ากับคนปากแข็ง แต่เมื่อก้าวเข้ามาถึงชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบงันชวนอึดอัดก็ต้อนรับเธออีกครั้ง
หน้าห้องชุดรีโนเวท ประตูไม่ได้ปิดสนิท มีเสียงพูดคุยแว่วออกมา ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยของใครบางคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ที่นี่เวลานี้
"รัญครับ... ผมว่าคุณควรพักผ่อนได้แล้ว งานรีโนเวทนี่ถ้ามันยุ่งยากนัก จะให้บริษัทผมเข้ามาช่วยดูแลต่อให้ไหมครับ ผมยินดีช่วยเสมอ... ในฐานะเพื่อนร่วมวงการ" เสียงของกรณ์เอ่ยขึ้นด้วยความนุ่มนวลแฝงความเจ้าเล่ห์
มีนารากัดฟันกรอด กำมือแน่นจนข้อต่องอขาว เธอแอบชะโงกมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ ภาพที่เห็นคือรัญชิตากำลังยืนกอดอกหันหลังให้ โดยมีกรณ์ยืนประชิดตัวในระยะที่ใกล้เกินความจำเป็น ดวงตาคมของประธานสาวฉายแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ริมฝีปากยังคงเม้มแน่นปฏิเสธความหวังดีจอมปลอมนั้น
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะคุณกรณ์ แต่เรื่องงานของฉัน ฉันจัดการเองได้... และรบกวนช่วยถอยออกไปหน่อยค่ะ มันค่อนข้าง... เสียมารยาท" รัญชิตาเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา แต่แฝงความอ่อนล้าในน้ำเสียง
"โธ่ รัญ... อย่าดื้อนักเลย ผมแค่อยากช่วย..." กรณ์ไม่พูดเปล่าเอื้อมมือทำทีจะแตะไหล่บางของรัญชิตา
ทว่า... ก่อนที่มือของชายหนุ่มจะทันได้สัมผัสตัวร่างโปร่ง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น!
*ปัง!*
"ขอโทษนะคะ พอดีว่า 'เจ้าของโครงการตัวจริง' เขาไม่ได้อนุญาตให้คนนอกเข้ามาเดินพล่านในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ค่ะ!"
เสียงใสทรงพลังและเปี่ยมด้วยความฉุนเฉียวดังแทรกขึ้นกลางอากาศ รัญชิตาสดุ้งสุดตัวหันขวับมามองตามเสียง ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง เมื่อร่างบางของสถาปนิกสาวที่เธอหลบหน้ามาหลายวัน ยืนจังก้าอยู่ตรงธรณีประตู สายตาคมกริบส่งรังสีอำมหิตพุ่งตรงไปยังกรณ์ที่ชักมือกลับแทบไม่ทัน
มีนาราก้าวพรูเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินที่ดุดัน ใบหน้าเชิ่ดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวใคร ก่อนจะหยุดยืนเคียงข้างรัญชิตาอย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับหันไปสบตาคนข้างๆ ที่กำลังมองเธอด้วยแววตาที่สั่นไหวระริก
"มีน..." รัญชิตาหลุดคำพูดนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับคนกำลังขาดอากาศหายใจ
มีนาราไม่รอช้า เธอเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของประธานสาวเข้ามากุมไว้แน่นต่อหน้าต่อตาคู่แข่งทางธุรกิจ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกรณ์ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความเย้ยหยัน "หมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะคุณกรณ์ เชิญทางออกด้านโน้นได้เลยนะคะ... ส่วนเรื่องงานกับเรื่องของ 'คนของฉัน' ฉันจัดการเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคนนอกอย่างคุณหรอกนะคะ"
————————————————————————
❤️ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปพร้อมกับความซึนของท่านประธานนะคะ! ไว้พบกันตอนหน้าค่ะ! - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 23
ความเงียบงันที่เจ็บปวด
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!