“ถ้าคุณมีนาราใช้สมองส่วนไหนคิด ตอนเลือกจุดวางเสาเอกรับน้ำหนักตรงนี้ รัญว่าเราคงต้องทบทวนใบประกอบวิชาชีพของคุณใหม่อีกรอบแล้วล่ะค่ะ”
แฟ้มเอกสารปกหนังสีเข้มถูกโยบลลงกระทบโต๊ะพับสนามเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงปูนซีเมนต์จางๆ จากการก่อสร้างชั้นสามลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ แต่ไม่มีใครสนใจมันสักนิด เมื่อสงครามประสาทขนาดย่อมระหว่างสถาปนิกสาวตัวแสบกับท่านประธานสาวสุดเนี๊ยบกำลังเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ
มีนารากอดอกพิงเสาปูนเปลือยอย่างไม่สะทกสะท้าน มุมปากอิ่มแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีส้มอิฐยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มท้าทายที่มักจะทำให้รัญชิตาอยากจะหยิกแก้วตาสองข้างนั้นให้หายหมั่นไส้เสียให้เข็ด หล่อนจงใจวางแบบแปลนโซนโครงสร้างหลักเหลื่อมจากตำแหน่งวิศวกรรมไปสובสามเซนติเมตร—ระยะที่น้อยนิดจนคนตาไม่ถึงมองไม่เห็น แต่สำหรับประธานบริษัทผู้ตรวจแบบแปลนมานับร้อยนับพัน นี่คือความผิดพลาดระดับมหันต์ที่เธอไม่มีทางปล่อยผ่าน
“อุ๊ย... ตายจริง” มีนแสร้งทำเป็นยกมือทาบอก ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความซุกซน “มีนคงเบลอไปหน่อยค่ะท่านประธาน พอดีเมื่อคืนมัวแต่เครียดเรื่องงาน จนเผลอคิดไปว่าสถาปนิกกับประธานบริษัทอาจจะใจตรงกัน ย้ายเสาต้นนี้มาใกล้หัวใจคุณรัญจะได้ตรวจงานสะดวกๆ ซะอีก”
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้!
รัญชิตาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ขบกรามกรอดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ยัยตัวแสบนี่กล้าดีอย่างไรถึงมาหยอกล้อเรื่องงานสำคัญด้วยท่าทางกวนประสาทแบบนี้ แถมยัง... แถมยังใช้สายตาแพรวพราวคู่นั้นมองตรงมาที่เธอราวกับกำลังต้อนแมวเข้ามุมอีกต่างหาก
แต่สิ่งที่รัญไม่รู้—หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้—ก็คือ มีนาราไม่ได้เบลอจริงๆ หรอกค่ะ นี่คือการทดสอบขั้นสุดยอด มีนอยากรู้ว่าประธานสาวจอมเนี๊ยบคนนี้จะจับผิดความตั้งใจของเธอได้รวดเร็วแค่ไหน และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด รัญชิตาตาไวราวกับเหยี่ยว และใส่ใจทุกรายละเอียดในโปรเจกต์นี้เสียยิ่งกว่าอะไรดี
“เลิกเล่นลิ้นแล้วแก้ซะนะคะ มีนารา” รัญปรายตามองเอกสารสลับกับร่างบางที่ยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ขยับเขยื้อนไปไหน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงความดุไว้ในที “บริษัทเราไม่รับความผิดพลาดประเภท ‘เผลอ’ หรือ ‘เบลอ’ ถ้าคุณยังอยากทำงานร่วมกับ ‘รัญชิตากรุ๊ป’ ต่อไป กรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดให้รอบคอบกว่านี้ ไม่ใช่เอาเวลามาหยอดคำหวานไร้สาระกับฉัน”
“โห ดุจังเลยค่ะ” มีนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือจางด้วยกลิ่นอายฝุ่นปูนและเหงื่อจากการทำงานลอยแตะจมูกรัญ จนคนตัวสูงกว่าต้องผถะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ “นี่เป็นห่วงเรื่องงาน หรือกลัวใจตัวเองจะสั่นไหวกับมุกของมีนกันแน่คะเนี่ย”
“คุณมีน!” รัญชิตาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่—ไม่ใช่เพราะเขินนะคะ แต่เป็นเพราะความโกรธ (ที่เจ้าตัวพยายามหลอกตัวเองสุดขีดว่ามันคือความโกรธ) ต่างหาก “ถอยไปห่างๆ เลยค่ะ พื้นที่ตรงนี้อันตราย หมวกนิรภัยก็ไม่ยอมใส่ให้เรียบร้อย ถ้าเศษปูนหล่นใส่หัวขึ้นมา ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรกไล่คุณออกฐานไม่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย!”
มีนาก้มมองหมวกนิรภัยสีเหลืองที่เธอถือแกว่งไปแกว่งมาในมืออย่างไม่ยี่ห่าว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องเขม็ง ประกายความเอ็นดูฉายวาบในแววตาสถาปนิกสาว รัญชิตาก็เป็นเสียแบบนี้ ปากร้าย ใจแข็ง และชอบซ่อนความห่วงใยไว้ใต้คำพูดเชือดเฉือนเสมอ
“เป็นห่วงมีนเหรอคะ?” มีนแกล้งเอียงคอถาม น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นสองส่วนจนคนฟังใจกระตุกวูบ
“ใครเขาห่วงคุณกัน! ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลาหา ‘สถาปนิกปากดี’ มาเปลี่ยนกลางคันต่างหากล่ะ” รัญเชิดหน้าขึ้นหนีสายตาร้อนแรงนั้น หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรำทำเพลงแปลกๆ จนต้องยกมือขึ้นกอดอกแน่นเพื่ออำพรางความสั่นไหว “เอาล่ะ เลิกพูดมากแล้วไปแก้ไขแบบแปลนนี้ให้ถูกต้องเดี๋ยวนี้เลยนะคะ ฉันให้เวลาคุณสิบห้าเมตร... อ้อ ไม่ใช่ สิบห้านาที!”
“รับทราบค่ะ ท่านประธานคนสวย” มีนหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานชั่วคราวของตัวเองแต่โดยดี ทิ้งให้รัญชิตายืนหายใจฮึดฮัดอยู่กลางห้องโถงโล่งกว้างที่กำลังก่อสร้าง
รัญชิตายกมือขึ้นสัมผัสพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองอย่างหงุดหงิด หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปลอบใจตัวเองว่าความวูบวาบในอกเมื่อครู่เป็นเพียงผลข้างเคียงจากความเหนื่อยล้าในการทำงานเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจของผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่น้อย!
แต่ทว่า... ในจังหวะที่รัญกำลังหันหลังจะเดินหนีเพื่อไปตรวจงานโซนอื่น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากบันไดทางขึ้นชั้นล่าง พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าช่องประตูพอดี
“อ้าว... รัญ มาตรวจหน้างานเองเลยเหรอครับเนี่ย ขยันจริงๆ นะสมกับเป็นผู้บริหารยอดเยี่ยม”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายขึ้นด้วยรอยยิ้มกวนๆ ที่รัญชิตาเกลียดแสนเกลียด ร่างของ ‘กรณ์’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกลุ่มวิศวกรฝ่ายตรงข้ามในชุดสูทเนี้ยบผิดสถานที่ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่รัญชิตา แต่กลับกวาดมองไปทั่วโครงสร้าง ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของมีนารา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่จุดขึ้นที่มุมปาก
“สวัสดีครับคุณมีน ไม่เจอ 3 วัน ผลงานยังแซ่บเหมือนเดิมเลยนะครับเนี่ย... ว่าแต่ สนใจเปลี่ยนมาร่วมงานกับโปรเจกต์ใหม่ทางฝั่งผมไหมล่ะครับ ให้ข้อเสนอดีกว่าที่นี่แน่นอน”
บรรยากาศในห้องก่อสร้างที่เคยมีเพียงแรงปะทะฝีปากระหว่างคนสองคน พลันลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีเมื่อผู้มาใหม่สร้างความปั่นป่วน มีนาราชะงักมือที่กำลังม้วนแบบแปลน รัญชิตาหน้าตึงขึ้นฉับพลัน แววตาคมกริบฉายประกายอันตรายออกมากวาดมองกรณ์หัวจรดเท้า
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ... ประตูลิฟต์ขนของชั่วคราวที่มุมตึกก็เกิดส่งเสียง ‘กริ๊ง’ ดังสนั่น พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างของใครอีกคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาโผล่ ณ ที่แห่งนี้!
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและหมั่นไส้ความซึนไปด้วยกันนะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 3
รอยยิ้มมุมปาก
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!