ร่างสูงระหงที่ก้าวพ้นประตูลิฟต์ขนของออกมาในชุดสูททقางเข้ารูปสีเทาเข้มสะดุดตานั้นไม่ใช่ใครอื่น... กรณ์—กรรมการผู้จัดการหนุ่มไฟแรงจากบริษัทคู่แข่งที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์รีสอร์ตนี้มาตลอดสามเดือนเต็ม รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้พร้อมกับสายตาพินิจพิเคราะห์ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงทันที
"โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะการประชุมลับๆ ของบริษัทคู่แข่งหรือเปล่าครับเนี่ย?" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่ได้รับเชิญ
มีนาราขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังรัศมีการมองเห็นของชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ สถาปนิกสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายแววไม่เป็นมิตรอย่างปิดไม่มิด "ถ้าตาไม่ฝาด คุณกรณ์ก็คงเห็นนะคะว่าที่นี่คือไซต์งานก่อสร้างส่วนตัวของบริษัทเรา การบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ เขาไม่เรียกว่ามาขัดจังหวะหรอกค่ะ... เขาเรียกว่าเสียมารยาท"
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างไม่สะดุดกับวาจาเชือดเฉือนนั้น สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองข้ามไหล่บางไปสบตากับรัญชิตาที่ยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลัง ประธานสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นกำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนแทบจะจับต้องได้ ทว่ากรณ์กลับทำเป็นมองไม่เห็นความตึงเครียดนั้น
"ผมก็แค่ผ่านมาตรวจดูความคืบหน้าแถวนี้... เห็นว่าคุณรัญชิตา ประธานคนเก่งลงทุนลงแรงมาลุยเองถึงไซต์งาน ก็เลยอยากแวะมาทักทายในฐานะเพื่อนร่วมวงการสถาปัตยกรรมสักหน่อย เผื่อว่าจะมีอะไรให้ผมพอจะช่วยเหลือได้บ้าง" กรณ์ว่าพลางส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่ชวนให้น่าหมั่นไส้ในสายตาของมีนารา
รัญชิตายังคงสงวนท่าที ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งเรียบราวกับถูกแกะสลักจากหินอ่อน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนักบริหาร
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะคุณกรณ์ แต่เกรงว่าปัญหาภายในของเรา คงไม่ได้ใหญ่โตจนต้องรบกวนคู่แข่งทางธุรกิจอย่างคุณมาช่วย 'สงเคราะห์' หรอกนะคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าปักกลางใจผู้ฟัง รัญชิตาก้าวออกมายืนเคียงข้างมีนาราโดยอัตโนมัติ สร้างกำแพงมนุษย์ที่ปิดกั้นกรณ์ออกไปจากพื้นที่ของพวกเธออย่างสิ้นเชิง "อีกอย่าง พื้นที่ตรงนี้ต้อนรับเฉพาะคนที่มีมารยาทและมีนัดหมายอย่างเป็นทางการเท่านั้น เชิญค่ะ..."
คำไล่ที่ทรงพลังทำเอาคุณชายตระกูลดังหุบยิ้มลงไปถนัดตา กรณ์ขบกรามแน่นเล็กน้อยด้วยความเสียหน้า แต่ก็ยังรักษารอยยิ้มจอมปลอมไว้ได้ "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับคุณรัญ... หวังว่าผลงานการออกแบบรีสอร์ตชิ้นนี้ จะ 'ปัง' สมกับความมั่นใจของพวกคุณก็แล้วกัน ผมขอตัวก่อนล่ะครับ"
ร่างสูงหมุนตัวกลับเดินเข้าลิฟต์ตัวเดิมไปอย่างเสียไม่ได้ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลชวนคลื่นไส้ในความรู้สึกของมีนารา
เมื่อประตูลิดต์ปิดสนิทลง บรรยากาศรอบตัวก็กลับมาอึมครึมอีกครั้ง มีนาราลอบถอนหายใจยาวเหยียด หันกลับไปมองเจ้านายสาวที่ตอนนี้ใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก รัญชิตาหันขวับมามองสถาปนิกสาวด้วยแววตาคาดโทษ
"ส่วนเธอกับฉัน... ยังเคลียร์กันไม่จบเรื่องที่คุณกรณ์โผล่มาตรงนี้ได้ยังไง!" รัญชิตากัดฟันกรวด
มีนาราแสร้งทำเป็นกระแอมไอแก้เก้อ "โธ่ ท่านประธานคะ ฉันจะไปรู้ล่วงหน้าได้ยังไงล่ะคะว่าคุณกรณ์เขาจะทำตัวเป็นวิญญาณเร่ร่อนโผล่มาถูกจังหวะเวลาขนาดนี้ ว่าแต่... คุณรัญเหนื่อยไหมคะเนี่ย หน้าตึงไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวริ้วรอยก่อนวัยจะถามหาเอาได้"
"มีนารา!" รัญชิตาเสียงสูงขึ้นด้วยความหมั่นไส้ระคนขัดใจกับความกวนประสาทของอีกฝ่าย "เลิกกวนประสาทฉันสักวันจะตายไหม!"
"ไม่ตายค่ะ แต่ถ้าไม่ได้กวนคุณรัญ... ชีวิตประจำวันของฉันคงจืดชืดน่าดูเลยล่ะค่ะ" มีนาราตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา "อุ๊ย! ได้เวลาที่ฉันต้องไปประชุมกับทีมวิศวกรโครงสร้างแล้วค่ะ ท่านประธานโปรดพักผ่อนตามอัธยาศัยนะคะ"
พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัววิ่งแน่บหายไปทางบันไดหนีไฟทันที ทิ้งให้รัญชิตายืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจผสมความรู้สึกบางอย่างที่เต้นเร่าอยู่ในอกอย่างไม่รู้สาเหตุ
---
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ณ อาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมือง
แดดบ่ายส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานประธานบริษัทสะท้อนกับโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อดีที่จัดวางเอกสารไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รัญชิตานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ สายตากำลังจดจ่ออยู่กับแบบแปลนสามDบนหน้าจอไอแพด แต่สมาธิของเธอกลับกระเจิดกระเจิงไปไกลตั้งแต่สถาปนิกตัวแสบเดินออกไปจากห้องเมื่อเช้า
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูสองครั้งดังขึ้น ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกพร้อมกับร่างบางของมีนาราที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ในมือเรียวถือถาดกระดาษใส่แก้วกาแฟสองแก้ว และแฟ้มเอกสารรายงานความคืบหน้าโครงการ
"รายงานความคืบหน้าโครงการรีสอร์ต เฟสแรกเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดครับผม!" มีนาราวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังพอประมาณ ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟเย็นแก้วหนึ่งออกมาวางไว้ตรงหน้าประธานสาว
รัญชิตาเงยหน้าขึ้นจากจอไอแพด ปรายตามองแก้วกาแฟสลักลายบนฝาแก้วด้วยความระแวง "อะไรอีก? กาแฟใส่อะไรแปลกๆ มาให้ฉันกินเพื่อแก้แค้นเรื่องเมื่อเช้าหรือเปล่า"
"โห คุณรัญ... มองฉันในแง่ร้ายตลอดเลยนะคะ ฉันหวังดีหรอกค่ะเห็นคุณทำงานหนักจนหน้าดำคร่ำเครียด เลยอุตส่าห์เดินไปซื้อคาปูชิโน่ร้านโปรดของคุณมาฝากเชียวนะคะ" มีนาราทำหน้าตาตบตาใส่จริตจะก้าน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
รัญชิตาหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ทว่าทันทีที่สายตาคู่สวยก้มลงมองตรงส่วนพลาสติกใสที่เขียนข้อความด้วยปากกาเมจิกสีดำ... ดวงตาคมกريบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
บนแก้วกาแฟไม่ได้เขียนชื่อ 'รัญชิตา' หรือ 'คุณรัญ' อย่างที่ควรจะเป็น แต่ตัวอักษรบรรจงกลับสะกดคำว่า...
*‘ยัยป้าซึนเดระ’*
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีนารากลั้นหายใจรอรับระเบิดลูกใหญ่ที่จะต้องลอยมาปะทะหน้าในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
รัญชิตานิ่งอึ้งไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวจะขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธระคนอับอาย เธอกัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยขาว มือเรียวบีบแก้วกาแฟในมือจนพลาสติกยุบลงไปตามแรงอารมณ์
"มี-นา-รา!" เสียงหวานที่เค้นออกมาต่ำลอดไรฟันบ่งบอกถึงระดับความฟิวส์ขาดขั้นสุด "เธอ... กล้าดียังไงมาเขียนแบบนี้บนแก้วกาแฟฉัน!"
มีนาราหัวเราะคิกคักออกมาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก "อ้าว... ก็ฉันเห็นว่ามันตรงกับคาแรคเตอร์ดีนี่คะ อีกอย่าง ฉันไม่ได้ระบุชื่อใครสักหน่อย คุณรัญร้อนตัวไปเองหรือเปล่าคะเนี่ย?"
"เธออยากโดนไล่ออกใช่ไหม ถึงได้ปากดีไม่เลิกแบบนี้!" รัญชิตาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองสถาปนิกตัวแสบราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ถ้าไล่ออกแล้วใครจะมาคอยต่อปากต่อคำแก้ปัญหาให้คุณล่ะคะจริงไหม? งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ 'ยัยป้าซึนฯ' เอ้ย! ท่านประธานคะ!" มีนาราแลบลิ้นใส่หนึ่งทีก่อนจะวิ่งแจ้นออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว
รัญชิตายืนหายใจฮึดฮัดด้วยความโมโหจนอกกระเพื่อม เธอตวัดสายตากลับมามองแก้วกาแฟเจ้าปัญหาในมือที่ถูกบีบจนเสียทรง
มือเรียวบางค่อยๆ คลายแรงบีบลง นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอ่อนแสงลงทีละน้อยเมื่อก้มลงอ่านคำว่า *‘ยัยป้าซึนเดระ’* อีกครั้ง มุมปากที่เม้มแน่นเมื่อครู่กลับค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางเบาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
"ยัยเด็กบ้าเอ้ย..." รัญชิตาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจหยิบแก้วกาแฟนั้นเดินไปวางไว้ที่มุมโต๊ะทำงานส่วนตัวด้านในสุด หลบสายตาจากพนักงานคนอื่นที่อาจจะเดินเข้ามาเห็น
ทว่า... ในจังหวะที่รัญชิตากำลังจะหันหลังกลับมาเคลียร์งานเอกสาร เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นอีกครั้งอย่างไร้มารยาท และก่อนที่ประธานสาวจะได้อนุญาต ร่างของใครบางคนที่เธอเกลียดขี้หน้าที่สุดในสามโลกก็ผลักประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทำเอาเลือดในกายเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกโรแมนติกสุดป่วนของยัยตัวแสบกับท่านประธานคนซึน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 4
กลิ่นกาแฟกับสายตาพิฆาต
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!