แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทราคาแพงลิบลิ่วถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *‘ปึก’* จนผิวกระจกสะเทือน รัญชิตาถอนหายใจยาวเหยียด ใบหน้าเรียบนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระ1คายเคืองอย่างที่สุด
มีนารายืนกอดอก รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างผู้ชนะหลังจากแย่งแฟ้มฉบับนั้นมาจากมือของกรณ์ได้อย่างเฉียดฉิว หล่อนลอยหน้าลอยตาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทีนั้นช่างกวนประสาทจนคนเป็นประธานสาวต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
“ขอบใจนะคะคุณกรณ์ ที่อุตส่าห์หอบหิ้วเอกสารสำคัญมาให้ถึงห้องประธาน แต่ดูท่าทางแล้ว... งานนี้ฉันคงต้องขอตัวเคลียร์งาน ‘เฉพาะกิจ’ กับท่านประธานเขาสองต่อสองเสียก่อนค่ะ” มีนาราจงใจเน้นเสียงคำว่าสองต่อสอง พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบไปด้วยพิษสงให้กรณ์
กรณ์หน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อน “ครับ... เอ่อ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนดีกว่าครับท่านประธาน ไว้เราค่อยคุยเรื่องโปรเจกต์นี้กันใหม่”
เมื่อประตูห้องทำงานบานใหญ่ปิดลง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมบรรยากาศทันที รัญชิตาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดลงไปหลายองศา ทว่ามีนารากลับไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวเลยสักนิด หล่อนกลับหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับนี่คือห้องทำงานของตัวเอง
“ใครอนุญาตให้นั่งคะ คุณมีนารา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน รัญชิตาก้มลงมองร่างบางที่นั่งไขว่ห้างด้วยสายตาดุร้าย
“อุ๊ย! ประธานไม่ได้บอกนี่คะว่าห้าม... อีกอย่าง ในฐานะที่ฉันต้องมารับหน้าที่ดูแลโปรเจกต์รีโนเวตตึกใหญ่ให้กับบริษัทของคุณ ฉันคิดว่าเราควรมาตกลง ‘เงื่อนไข’ กันให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลังไงคะ” มีนาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงลื่นไหล ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความซุกซนที่พร้อมจะสร้างความปั่นป่วนได้ทุกเมื่อ
รัญชิตาหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา หัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวอย่างไร้เหตุผลตั้งแต่เมื่อครู่ถูกกดทับไว้ด้วยมาดของนักบริหารสาวผู้เย่อหยิ่ง หล่อนเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้มือเรียวบางค้ำลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงไปหาเล็กน้อย เพื่อสร้างระยะห่างที่บีั้นจนอีกฝ่ายต้องเผลอถอยหลังไปชั่วขณะ
“เงื่อนไขอะไรของคุณ ว่ามาสิคะ ฉันมีเวลาไม่มากพอจะมานั่งเล่นเกมประสาทกับคุณหรอกนะ”
“โอ๊ะ ใจร้อนจังนะคะท่านประธาน สมกับที่เป็นสาวสตรองแห่งปี แต่บอกไว้ก่อนนะว่าข้อเสนอของฉัน... คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกค่ะ” มีนาราหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าถือ พร้อมกับปากกาหมึกซึมด้ามหรู หล่อนขีดเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเลื่อนมันไปตรงหน้ารัญชิตา
“นี่คือ ‘กฎเหล็กสามข้อ’ ในการทำงานร่วมกันระหว่างเราค่ะ ถ้าคุณอยากให้โปรเจกต์นี้ราบรื่นและไม่พังคามือคุณไปเสียก่อน... กรุณาอ่านและทำตามนี้อย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ”
รัญชิตามองแผ่นกระดาษนั้นด้วยความหมั่นไส้ระคนสงสัย หล่อนหยิบมันขึ้นมาอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ข้อหนึ่ง... ห้ามสั่งห้ามจู้จี้ห้ามบงการชีวิตส่วนตัวนอกเวลางาน ข้อสอง... ห้ามทำหน้ายักษ์ใส่ฉันเกินวันละสามครั้ง และข้อสาม...” รัญชิตาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่ออ่านถึงข้อสุดท้าย “ข้อสาม... ต้องยอมทำตามคำขอร้องของฉันอย่างน้อยหนึ่งอย่างต่อสัปดาห์โดยไม่มีข้อแม้!”
“นี่คุณเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย!” รัญชิตาปาแผ่นกระดาษลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยความโกรธระคนอับอาย “นี่มันข้อตกลงบ้าบออะไร ทำไมฉันต้องทำตามเงื่อนไขไร้สาระพวกนี้ด้วย!”
“อ้าว ก็เพราะฉันเป็นคนคุมเกมนี้ยังไงล่ะคะท่านประธาน” มีนาราลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อมจนรัญชิตาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ถ้าคุณไม่เซ็น... ฉันก็จะถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ แล้วไปบอกสื่อว่าประธานสาวคนดังบริหารงานไร้ประสิทธิภาพจนไม่มีสถาปนิกคนไหนอยากร่วมงานด้วย... คุณคิดว่าชื่อเสียงที่คุณสะสมมาหลายปีจะเหลืออะไรล่ะคะ?”
“คุณ...!” รัญชิตากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นใจแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจเป็นบ้า! ร้ายกาจจนหล่อนอยากจะหยิกแก้มเนียนๆ นั่นสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ติดที่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่
“ว่าไงคะ? จะเซ็นดีๆ หรือจะให้ฉันเดินออกไปประกาศให้คนทั้งบริษัทฟังดีว่าท่านประธานคนซึนกำลังกลัวฉันอยู่” มีนาราเอ่ยเย้าแหย่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนริมฝีปากอิ่มสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสตรอว์เบอร์รีอ่อนๆ ช่างเป็นภาพที่ชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้จนแทบอยากจะกระชากเข้ามาตีให้หาย
รัญชิตาซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง หล่อนคว้าปากกาบนโต๊ะด้วยความเร็วสูงแล้วจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปในกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ ลายเซ็นหวัดๆ ปรากฏเด่นชัดเป็นหลักฐานมัดตัว
“พอใจคุณหรือยังคะ! ทีนี้ก็ไสหัวออกไปจากห้องฉันได้แล้ว!” รัญชิตากระแทกเสียงใส่ พร้อมกับยื่นมือไปแย่งกระดาษคืนมา
มีนาราหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ อย่างชอบใจ หล่อนรับกระดาษแผ่นนั้นมาพับเก็บใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอมราวกับมันคือสมบัติล้ำค่า “พอใจมากค่ะ... ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะคะท่านประธาน แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้าค่ะ หวังว่าคุณจะตื่นมาพร้อมกับรอยยิ้ม... ไม่ใช่หน้ายักษ์นะคะ”
พูดจบ มีนาราก็หมุนตัวเดินนิ่มนวลออกไปจากห้องอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้รัญชิตายืนหายใจฮึดฮัดอยู่คนเดียวหน้าโต๊ะทำงาน ประธานสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นกราบขมับตัวเองที่เริ่มตุบๆ ด้วยความเครียด
*“ยัยตัวแสบ... ฝากไว้ก่อนเถอะแม่ตัวดี!”* รัญชิตาพึมพำกับตัวเองด้วยความเคืองแค้น ทว่าลึกๆ ในอกด้านซ้ายกลับเต้นระรัวแปลกประหลาดจนน่าตกใจ ภาพใบหน้ายิ้มแย้มและแววตาร้ายกาจเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดอย่างสลัดไม่หลุด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความคิด รัญชิตายังไม่ทันได้เอ่ยอนุญาต ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้อนุมัติ ร่างสูงโปร่งของพิม เพื่อนสนิทและเลขาคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือเรียวถือแท็บเล็ตหน้าจอเปิดข่าวซุบซิบวงการสถาปนิกไว้แน่น
“รัญ แกแย่แล้วล่ะสิ! ตอนนี้เพจซุบซิบวงการอสังหาฯ ลงรูปแกกับผู้ชายคนเมื่อกี้ตอนยืนใกล้กันเมื่อกี้แล้ว แถมยังมีข่าวลือเม้าท์กันสนั่นว่าบริษัทเรากำลังจะเจ๊งเพราะมีปัญหาภายใน... แย่ยิ่งกว่านั้นคือ...” พิมชะงักไปครู่หนึ่ง กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้รัญชิตาต้องหน้าถอดสี
“มีคนตาดีเห็น... แฟนเก่าของแกกำลังบินกลับมาประเทศไทยแล้ว และเป้าหมายแรกของเขาคือการมา Take over โปรเจกต์นี้จากมือแกค่ะ!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้นะคะ <3
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 2
กฎเหล็กสามข้อ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!