"ถ้าลายเส้นบนกระดาษแผ่นนี้ หมายถึงความรับผิดชอบในชีวิตของสถาปนิก ฉันเกรงว่าคุณมีนาราคงสอบตกตั้งแต่ยังไม่เริ่มก้าวขาเข้าห้องนี้ด้วยซ้ำค่ะ"
ปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะลงบนแผ่นกระดาษแปลนห้องชุดสามครั้งเป็นจังหวะ เน้นย้ำทุกถ้อยคำให้บาดลึกถึงความรู้สึกของผู้ฟัง มีนาราตวัดสายตาขึ้นมองเจ้าของเสียงทรงอำนาจทันที หญิงสาวไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มมุมปากกลับถูกยกขึ้นอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความถือดี
สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหัวรั้นและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างมีนารา ปิดแฟ้มผลงานในมือลงเสียงดังสนั่นจนเกิดเสียงก้องกังวานไปทั่วห้องรับรองเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ใจกลางย่านธุรกิจ
"ท่านประธานรัญชิตาคะ แปลan แผ่นนี้ฉันกลั่นกรองมาจากโครงสร้างทางวิศวกรรมและความต้องการของเจ้าของห้องตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่มาจากจินตนาการเพ้อเจ้อของคนที่ไม่เคยแม้แต่จะลงมาสัมผัสปูนซีเมนต์หน้างานจริง ๆ สักครั้ง" มีนาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานกระจกใสอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใด ๆ ทั้งสิ้น
รัญชิตาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่กรณี ดวงตาสีเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ผู้หญิงคนนี้ช่างอวดดีเสียนี่กระไร ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในอาณาจักรของเธอเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มีนาราไม่มีความเคารพยำเกรงต่อตำแหน่งประธานบริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี เส้นผมสีดำสนิทที่รวบตึงไว้ด้านหลังทำให้รัญชิตายิ่งดูดุและน่าเกรงขามราวกับพญาเสือสาว แต่ในสายตาของสถาปนิกสาว รัญชิตาก็เป็นแค่แมวเปอร์เซียจอมจู้จี้ที่ชอบหาเรื่องจับผิดไปเสียทุกเรื่องเท่านั้น
"ปากเก่งดีนี่คะ มีนารา... หวังว่าฝีมือหน้างานจะสมน้ำสมเนื้อกับคำคุยโวของคุณ ไม่อย่างนั้น ดิฉันคงต้องพิจารณาเรื่องการเลิกจ้างและฟ้องร้องค่าเสียหายที่ทำให้โปรเจกต์เรือธงของบริษัทฉันต้องล่าช้า" รัญชิตาเอ่ยเสียงเยียบเย็น เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงพลางกอดอกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาวิเคราะห์
"ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอกค่ะท่านประธาน เพราะต่อให้คุณจะพยายามหาข้อติเตียนมากแค่ไหน ฉันก็มีวิธีทำให้งานชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบจนคุณหาที่ติไม่ได้อยู่ดี... ว่าแต่ ดีลลับที่เราคุยกันไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน เรื่องการให้ฉันมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจเลือกใช้วัสดุ... หวังว่าท่านประธานความจำจะไม่สั้นจนลืมไปแล้วนะคะ" มีนาราโน้มตัวลงไปใช้มือค้ำขอบโต๊ะเข้าหาอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะกัน
รัญชิตาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้เสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงกลับกระตุกวูบอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ระยะประชิดแบบนี้ทำให้รัญชิตาเพิ่งสังเกตเห็นว่า แพขนตางอนหนานั้นเรียงตัวสวยงามรากับตุ๊กตา และกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ลอยมาจากตัวของสถาปนิกสาวช่างชวนให้เคลิบเคลิ้มเสียเหลือเกิน มันไม่ใช่กลิ่นหวานเลี่ยน แต่เป็นกลิ่นฟรุตตี้ปนความสดชื่นที่ทำให้สมองของเธอล่องลอยไปชั่วขณะ
*ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอเกินไปแล้ว* รัญชิตาคิดในใจอย่างหัวเสีย รีบดึงสติกลับมาแล้วเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อตรงพวงแก้ม
"ฉัน... ฉันไม่เคยลืมสัญญาอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ!" รัญชิตาตอกกลับเสียงแข็งกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมาในอก "เพียงแต่ฉันแค่อยากเตือนคุณไว้ ว่าอย่ามั่นใจนักเลย เพราะถ้างานมันออกมาพังไม่เป็นท่า ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนไล่คุณออกจากเพนต์เฮาส์นี้ด้วยตัวเอง!"
มีนาราหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือแววเย้าแหย่นั้นยิ่งทำให้รัญชิตารู้สึกร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติด สถาปนิกสาวยืดตัวกลับมายืนตรงตามเดิมอย่างสง่างาม ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสัญญาจ้างงานขึ้นมาพลิกดูหน้าสุดท้าย แล้วจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"งั้นก็ตามนั้นค่ะท่านประธาน ยินดีต้อนรับสู่ความปวดหัวครั้งใหม่... ในฐานะผู้ว่าจ้างที่เรื่องมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา"
รัญชิตากัดริมฝีปากล่างเบา ๆ อย่างเจ็บใจที่โดนย้อนศร แต่ยังไม่ทันที่เธอจะสรรหาคำพูดไหนมาโต้เถียงเพื่อกู้หน้า เสียงกริ่งประตูหน้าห้องชุดส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะการเชือดเฉือนฝีปากของคนทั้งคู่เสียก่อน
*ก๊อก ๆ ๆ*
รัญชิตาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะกล้าขึ้นมาบนเพนต์เฮาส์ส่วนตัวชั้นบนสุดโดยไม่นัดหมายล่วงหน้า ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา ประตูห้องชุดบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของแม่บ้านที่คงจะถือวิสาสะเปิดให้แขกผู้ไม่invited เข้ามาด้านใน
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพินيسพิเทา และช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ในมือ
"รัญครับ ผมแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... เอ๊ะ ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกอยู่ด้วยสินะครับ"
เสียงทุ้มคุ้นหูของกรณ์ ดังขึ้นพร้อมกับการกวาดสายตามองมาที่รัญชิตาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ดวงตาคู่คมนั้นจะหันมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของมีนาราที่ยืนอยู่ใกล้กับโต๊ะทำงาน พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววคุกคามอย่างเห็นได้ชัด
มีนาราหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที บรรยากาศในห้องรับรองที่คุุกรุ่นด้วยไฟสงครามระหว่างเธอกับประธานสาว กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัดขึ้นมาในทันที เมื่อสถาปนิกสาวสังเกตเห็นประกายตาบางอย่างที่กรณ์ใช้มองรัญชิตา—ประกายตาของความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่เธอเกลียดแสนเกลียด
รัญชิตาหน้าเสียไปชั่วขณะ รีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อจะเดินไปรับเอกสารจากกรณ์ แต่มีนารากลับไว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนผลงานของสายไหมนะคะ ฝากลุ้นตอนต่อไปด้วยนะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 1
ดีลลับห้องชุดพิเศษ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!