แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงในมือของมีนาราเกือบจะหลุดร่วงลงมากระแทกพื้นห้องทำงานอยู่รอมร่อ หากปลายนิ้วเรียวจะไม่กระชับมันไว้ให้แน่นเสียก่อน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามกวาดสายตามองภาพตรงหน้า—ภาพของรัญชิตา ท่านประธานสาวผู้เนี๊ยบกริบและไม่เคยเปิดช่องว่างให้ใครเข้าใกล้ กำลังยืนอยู่เคียงข้างหญิงสาวแปลกหน้าผู้มีรอยยิ้มเจิดจ้าและสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
มรสุมลูกใหญ่ไม่ได้ตั้งเค้าจากขอบฟ้า แต่มันก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในห้องรับรองส่วนตัวของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังแห่งนี้ต่างหาก
"รัญ... ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอ here นะคะ" น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีครีมที่ก้าวเข้าไปใกล้รัญชิตาอีกนิดอย่างถือวิสาสะ
มีนารากลืนก้อนความขมปร่าลงคออย่างยากลำบาก สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครในยามปกติ กลับรู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาถ่วงไว้ที่ลิ้นปี่ ประโยคปะทะคารมที่เตรียมไว้ในหัวมลายหายสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเย็นวาบที่แล่นพล่านไปตามปลายนิ้ว
รัญชิตาขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งถอยหลังหลบครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณความระแวดระวัง สายตานิ่งสนิทที่มักจะใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจถูกส่งไปยังผู้มาใหม่ แต่ทว่า... เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างของมีนาราที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ความตื่นตระหนกก็ฉายชัดขึ้นในดวงตาสีเข้มคู่สวยนั้นเพียงเสี้ยววินาที
"พิมพ์..." รัญชิตาเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยินดีหรือระริกไหว "คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"เพิ่งลงเครื่องเลยค่ะ พิมพ์คิดถึงรัญก็เลยแวะมาหาที่นี่ ไม่คิดว่ารัญจะเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้... แถมยังมีข่าวลือหนาหูเรื่องโปรเจกต์ใหม่กับสถาปนิกคนเก่งคนนี้อีก" หญิงสาวนามว่าพิมพ์หันมาส่งยิ้มเป็นมิตรให้มีนารา แต่ในแววตากลับซ่อนประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
มีนารายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มเยέยนที่ถูกเคลือบไว้ด้วยมารยาททางสังคมอย่างแนบเนียน เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาของคนทั้งห้องให้หันมามอง
"สวัสดีค่ะ ดิฉันมีนารา หัวหน้าทีมสถาปนิกโปรเจกต์นี้ค่ะ" มีนาราแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฉับไว และเต็มไปด้วยความมั่นใจ "ดูเหมือนว่าคุณพิมพ์จะสนิทสนมกับท่านประธานของเรามากนะคะ ถึงได้รู้ตารางงานและเรื่องวงในดีขนาดนี้"
รัญชิตารู้สึกถึงรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างบางตรงหน้า หัวใจของประธานสาวกระตุกวูบ ความซึนเดระที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา รัญชิตารีบก้าวเท้าผละออกจากพิมพ์ทันทีราวกับยืนอยู่ใกล้ไฟบรรลัยกัลป์
"มีน... มันไม่ใช่แบบนั้น" รัญชิตารีบเอ่ยแก้ตัว น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและดุดันกลับเจือความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด "พิมพ์เขาเป็นแค่..."
"แค่เพื่อนเก่า... หรือว่าอดีตคนรักที่ยังตัดไม่ขาดคะคุณรัญ?" มีนาราแทรกขึ้นทันควัน ดวงตากลมโตจ้องมองตรงไปยังรัญชิตาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "ดิฉันว่าดิฉันไม่ควรอยู่ขัดจังหวะการพบปะสุดประทับใจนี้นะคะ เชิญตามสบายค่ะ"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจของรัญชิตา ประธานสาวหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย มือเรียวบางยกขึ้นทำท่าจะคว้าแขนของมีนาราไว้ แต่กลับชะงักค้างกลางอากาศเมื่อมีนาราเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน
"มีน ฟังฉันก่อนสิคะ!" รัญชิตาเผลอหลุดเสียงดังขึ้นโดยไม่สนสายตาของพิมพ์ที่ยืนมองอยู่ด้านข้าง ความตระหนกเข้าครอบงำจิตใจจนลืมมาดประธานผู้เยือกเย็นไปจนหมดสิ้น รัญชิตาไม่กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ ไม่เคยกลัววิกฤตการณ์เงิน แต่วินาทีนี้... เธอกลัวแววตาว่างเปล่าที่กำลังทอดมองมาที่สุด
พิมพ์กะพริบตาปริบๆ มองปฏิกิริยาของอดีตคนรักที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเจื่อนลงเล็กน้อย "รัญ... ดูท่าทางคุณจะใส่ใจสถาปนิกคนนี้เป็นพิเศษนะคะ ผิดกับตอนที่เรา..."
"พิมพ์!" รัญชิตาหันไปตวาดเสียงแข็ง ดวงตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดจนพิมพ์ต้องหุบปากฉับ "ถ้าคุณไม่มีธุระสำคัญอะไรเกี่ยวกับเรื่องงาน เชิญกลับไปก่อนค่ะ ตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ"
มีนารายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรัน ความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันถูกกลบฝังไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและถือดี แม้ลึกๆ ในใจหัวใจดวงน้อยจะปวดแปลบยามเห็นผู้หญิงคนยืนเคียงข้างรัญชิตา แต่ความทิฐิและสัญชาตญาณการปกป้องตัวเองก็สั่งให้เธอยืนหยัดอย่างสง่างาม
"ไม่ต้องไล่เขาหรอกค่ะท่านประธาน" มีนาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท รอยยิ้มเย้าแหย่ถูกหยิบมาสวมใส่ราวกับหน้ากากป้องกันภัย "ดิฉันต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายถอยออกไปเอง... ความสัมพันธ์ซับซ้อนแบบนี้ ดิฉันไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมเดาใจหรอกนะคะ"
ประโยคตัดพ้อที่เคลือบด้วยความแข็งกร้าวทำให้รัญชิตารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความอึดอัดแน่นหน้าอกจนแทบระเบิด รัญชิตารู้ดีว่าความเงียบขรึมและนิสัยปากไม่ตรงกับใจของตัวเองมักสร้างปัญหา แต่ครั้งนี้มันลามปามจนเกือบจะพังทลายความสัมพันธ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับมีนารา
"มีนารา! หยุดพูดจาประชดประชันแล้วฟังฉันเดี๋ยวนี้!" รัญชิตาก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางอย่างลืมตัว มือบางคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของมีนาราไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีดุดัน
มีนาราชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับประธานสาวที่ปกติจะถือตัว แต่วินาทีนี้กลับมีแววตาร้อนรนและหวาดกลัวฉายชัด รอมชอมความรู้สึกชั่ววูบทำให้มีนาราลังเล ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมข้อศอกเธอไว้ส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างเข้ามา จนกำแพงความเย็นชาเริ่มสั่นคลอน
แต่ทว่า... ก่อนที่สถาปนิกสาวจะได้เอ่ยคำใดออกมาแก้เก้อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของพิมพ์ก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดนั้นเสียก่อน
พิมพ์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางๆ ให้คนทั้งคู่ด้วยแววตาที่อ่านความหมายไม่ออก "ดูเหมือนว่าฉันจะมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการเหมือนกันค่ะ... รัญ ไว้เราค่อยคุยกันเรื่อง "ของเรา" ทีหลังนะคะ"
คำว่า "ของเรา" ที่ถูกเน้นเสียงอย่างจงใจกระแทกเข้าหูมีนาราอย่างจัง สถาปนิกสาวแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะสะบัดข้อแขนหลุดจากการเกาะกุมของรัญชิตาอย่างเด็ดขาด
"เชิญตามสบายเลยค่ะ ดิฉันไม่อยากเป็นมือที่สามหรือก้างขวางคอใครทั้งนั้น" มีนาราเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความเจ็บแปลบ "เชิญคุณรัญเคลียร์เรื่องส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยมาคุยเรื่องงาน... หวังว่าท่านประธานคงแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้นะคะ"
พูดจบ มีนาราก็หันหลังให้ทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้รัญชิตาได้อ้าปากแก้ตัว ฝีเท้าก้าวฉับๆ มุ่งหน้าไปยังประตูทางออกอย่างไร้เยื่อใย
"มีน! เดี๋ยวสi...!" รัญชิตาร้องเรียกสุดเสียง ร่างสูงพยายามจะก้าวตามไป แต่พิมพ์กลับเอื้อมมือมาแตะแขนเธอไว้เบาๆ เป็นการรั้ง
"ปล่อยเขาไปก่อนเถอะค่ะรัญ ดูท่าทางเขาจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว... หรือว่า... คนนี้คือคนที่ทำให้ประธานสาวผู้เย็นชาคนเดิมยอมสยบกันคะ?" พิมพ์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
รัญชิตาสบัดแขนออกจากการจับกุมของพิมพ์อย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบมองตามร่างบางของมีนาราที่ลับหายไปหลังบานประตูด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มในอก ความหงุดหงิดพุ่งสูงจนถึงขีดสุด รัญชิตาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความซึนเดระที่เคยพยายามปกปิดมาตลอดพังทลายลงสิ้นเชิง
ไม่มีเวลาให้ลังเลใจอีกต่อไปแล้ว... หากปล่อยให้มีนาราเข้าใจผิดแบบนี้ต่อไป มีหวังเธอกลายเป็นคนโสดสนิทไปตลอดชีวิตแน่ๆ
รัญชิตาหันหลังกลับเตรียมจะวิ่งตามร่างบางออกไปทันทีโดยไม่สนใจพิมพ์ที่ยืนอยู่ข้างหลังอีกต่อไป แต่ทว่า... เมื่อมือเรียวยื่นไปผลักบานประตูห้องทำงานเพื่อจะก้าวออกไปตามล่าตัวยัยตัวแสบ เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือของเธอก็กรีดร้องขึ้นเสียงดังสะท้อนก้องห้องเงียบงัน
รัญชิตาก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะกดปิดเสียง แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับชื่อผู้ส่งและข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ—ข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่แนบรูปถ่ายบางอย่างมาพร้อมกับคำขู่ที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
*ภาพของมีนาราที่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับกรณ์... คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจในมุมลับตาคน*
พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ: **"ถ้าไม่อยากให้สถาปนิกคนโปรดของคุณหมดอนาคตในวงการ ก็ลองก้าวขาออกจากห้องนี้ดูสิครับ ท่านประธาน"**
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างกันมาตลอดนะคะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 31
มรสุมลูกสุดท้าย
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!