เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นแทบจะประสานกันในลิฟต์โดยสารตัวหรู ก่อนที่ประตูสีเงินจะเปิดออกเผยให้เห็นความวุ่นวายขนาดย่อมที่หน้าห้องพักชั้นบนสุด มีนาราขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม ขณะส่งสายตาคาดคั้นไปยังเลขาสาวหน้าห้องที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม
"คุณพ่อของรัญเหรอคะพิม? มาได้ยังไงในเวลานี้เนี่ย" มีนาราหันไปกระซิบถามเพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นมาสมทบพอดี พิมสערหน้าหวือด้วยความตกอกตกใจไม่แพ้กัน
"ชั้นจะไปรู้เหรอจ๊ะมีน! ท่านเพิ่งมาถึงเมื่อสิบนาทีที่แล้ว บอกว่าจะมาคุยเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่เพิ่งร่วมทุนกับทางฝั่งนั้น... แต่ดูจากสีหน้าท่านแล้ว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านยิ่งกว่าซึนามิซะอีก!" พิมกระซิบตอบเสียงสั่น พร้อมกับพยักเพยิดไปทางร่างสูงสง่าของประธานอาวุโสแห่งตระกูลธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่กำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าประตูห้องของรัญชิตา
รัญชิตาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบเป็นเส้นตรง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ปกติมักจะเชิดรั้นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับมีความกังวลฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวย ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดผู้เป็นพ่อทันที โดยมีมีนาราเดินตามประกบไม่ห่าง แม้ในใจจะแอบนึกหวั่นเกรงกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่วิญญาณสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคใดๆ ก็สั่งให้เธอต้องยืนหยัดเคียงข้างคนข้างกายเสมอ
"คุณพ่อคะ มาทำไมไม่โทรบอกรัญก่อนล่ะคะ" รัญชิตาเอ่ยถามด้วยน้ำพยามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ลึกๆ จะรู้ดีว่าการมาเยือนกะทันหันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ท่านประธานใหญ่หันขวับมามองบุตรสาวด้วยสายตาดุดันคมกริบ ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจมีนาราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ถ้าฉันไม่มาเห็นกับตา ตัวเองคงไม่รู้หรอกว่าลูกสาวคนโตของฉัน ละทิ้งหน้าที่การงานที่บริษัท ไปมัววุ่นวายอยู่กับเรื่องส่วนตัว...แถมยังพาคนนอกเข้ามาเหยียบในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้"
ประโยคเชือดเฉือนพุ่งตรงมาที่ดวงใจของมีนาราอย่างจัง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะอ้าปากสวนกลับตามนิสัยปากเก่งและทันคน แต่รัญชิตากลับก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ครึ่งก้าว มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าข้อมือมีนาราไว้แน่น ราจะส่งกระแสความอบอุ่นและยืนยันว่าเธอจะไม่ยอมให้ใครมาต่อว่าคนสำคัญของหัวใจเด็ดขาด
"คุณพ่อคะ มีนไม่ใช่คนนอก...แล้วเรื่องงาน รัญก็จัดการมันได้ดีเสมอ ไม่เคยบกพร่อง!" รัญชิตาโต้กลับเสียงแข็ง ดวงตาคู่คมจ้องมองผู้เป็นพ่ออย่างไม่หลบ
บรรยากาศหน้าห้องพักตึงเครียดขึ้นมาทันทีจนแทบหายใจไม่ออก พิมที่ยืนอยู่ห่างออกไปได้แต่ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความลุ้นระทึก ทว่าในวินาทีที่ศึกสายเลือดกำลังจะปะทุขึ้นอย่างไร้ทางเลี่ยง เสียงลิฟต์ตัวเดิมก็เปิดออกพร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวของท่านประธานที่วิ่งกระหืดกระหอบถือแฟ้มเอกสารชุดใหญ่เข้ามา
"ท่านประธานครับ! เอกสารด่วนจากสำนักงานใหญ่โตเกียวส่งมาแล้วครับ ต้องให้ท่านเซ็นอนุมัติภายในสิบนาทีนี้ มิฉะนั้นสัญญาซื้อขายหุ้นร้อยล้านอาจจะมีปัญหาครับ!"
ท่านประธานใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดกับจังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะเหลือเกิน ก่อนจะหันมามองลูกสาวตัวดีสลับกับมีนาราด้วยแววตาคาดโทษ "กลับไปเคลียร์งานที่โต๊ะของเธอซะรัญชิตา ส่วนเรื่องนี้...เรายังคุยกันไม่จบ!"
สิ้นคำพูดเฉียบขาด ร่างสูงใหญ่ของประธานอาวุโสก็หมุนตัวเดินกลับเข้าลิฟต์ไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเลขาก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ทิ้งให้บรรยากาศหน้าห้องโล่งโปร่งขึ้นมาทันตาเห็น พิมถอนหายใจเฮือกใหญ่จนตัวโยน ก่อนจะรีบขอตัวปลีกตัวกลับไปเคลียร์งานปล่อยให้คนทั้งคู่ได้อยู่ตามลำพัง
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่โรยตัวเข้ามาโอบล้อมทั้งคู่ รัญชิตาทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง ความเข้มแข็งที่เพิ่งงัดมาใช้เมื่อครู่สลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนล้าและความรู้สึกผิดที่ฉายชัดในแววตา
มีนารามองภาพนั้นแล้วหัวใจก็กระตุกวูบ ความน้อยใจที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปในพริบตา หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ ร่างบางหยุดยืนตรงหน้าประธานสาวคนซึน ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสอย่างเบามือ
"เหนื่อยไหมคะ..." เสียงหวานเอמהถามแผ่วเบา เจือความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน
รัญชิตาเงยหน้าขึ้นสบตา ร่างบางเม้มปากแน่นก่อนจะส่ายหัวเบาๆ "ชั้น...ชั้นขอโทษนะมีน ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้เพราะครอบครัวของชั้น..."
"ชู้่ว..." มีนารายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อหยุดคำพูดตัดพ้อเหล่านั้น "ไม่ต้องขอโทษค่ะมีนารารู้ว่ารัญต้องแบกรับอะไรไว้มากมาย... แต่จำไว้นะคะ ว่ามีนไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อมองรัญเหนื่อยอยู่คนเดียว"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจกระแทกเข้ากลางใจของรัญชิตาอย่างจัง ความรู้สึกอัด ม่นที่เก็บกั้นมานานพังทลายลงในวินาทีนั้น ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วย แต่ด้วยศักดิ์ศรีและความซึนเดระที่เป็นเกราะกำบัง รัญชิตาจึงเบือนหน้าหนีทำทีเป็นกระแอมไอกลบเกลื่อน
"ใคร...ใครบอกว่าชั้นเหนื่อยกันล่ะ ยัยตัวแสบ ปากเก่งจริงๆ นะเธอเนี่ย..." เสียงทุ้มเอ่ยอุบอิบ พยายามจะเบี่ยงตัวหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
แต่มินาราไวทันใจกว่า หญิงสาวก้าวเท้าตามไปดักหน้าไว้ พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะใช้เวลาต้องการเอาชนะ "ปากบอกว่าไม่เหนื่อย แต่หน้ารัญแดงแจ๋เลยนะคะท่านประธาน... หรือว่าแอบซึ้งจนอยากร้องไห้ซะแล้ว?"
"มีนารา! เธอชักจะกำแหงใหญ่แล้วนะ..." รัญชิตาหันมาถลึงตาใส่ ทำท่าจะเอ็ดใส่ตามฟอร์ม แต่มือเรียวกลับถูกมีนาราคว้าหมับแล้วดึงจูงให้เดินออกไปที่ระเบียงห้องพัก
สายลมยามค่ำคืนพัดปะทะผิวกายหลังพายุฝนสงบลง อากาศเย็นสบายและกลิ่นอายดินหลังฝนตกช่วยชะล้างความอึดอัดทั้งหมดให้เจือจางลง ที่ระเบียงห้องพักชั้นสูง มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน
รัญชิตายืนนิ่ง ปล่อยให้มีนาราจูงมือมาหยุดอยู่ที่ราวระเบียง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อระยะห่างระหว่างพวกเธอใกล้กันเสียจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวอีกฝ่าย ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากห้องที่สาดส่องออกมา
"บรรยากาศดีจังนะคะ" มีนาราเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปไกล ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนข้างกายที่ยืนเงียบมาตลอด "หายโกรธมีนหรือยังคะ เรื่องวันนั้น..."
รัญชิตากะพริบตาปริบๆ ความซึนเดระถูกลมพัดหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ชั้น...ไม่ได้โกรธสักหน่อย ยัยคนคิดมาก..." เสียงพึมพำตอบเบาหวิว แทบไม่กล้าสบตาตรงๆ
"ถ้าไม่ได้โกรธ... แล้วทำไมวันนั้นถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์มีนล่ะคะ หืม?" มีนาราแกล้งก้าวเข้าไปประชิดตัวมากขึ้น บีบบังคับให้รัญชิตาต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับราวระเบียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รัญชิตาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองตกอยู่ในอ้อมแขนของมีนาราโดยสมบูรณ์ ใบหน้าหวานแหงนขึ้นมองสถาปนิกสาวตัวแสบที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวในหัวใจ
"ก็...ก็เธอมันน่าหงุดหงิดนี่นา ใครจะไปอยากคุยด้วยตอนกำลังหึง... เอ๊ย!" รัญชิตาเผลอหลุดปากพูดความจริงออกมาเต็มๆ จนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจที่ความลับแตก
มีนาราหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่สดใสและอบอุ่นที่สุดเท่าที่รัญชิตาเคยได้ยิน หญิงสาวโน้มใบหน้าลงไปอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รอยยิ้มพราวระยับในแววตานั้นทำเอาประธานสาวผู้เย่อหยิ่งแทบละลายกลายเป็นน้ำ
"อ๋อ... ยอมรับแล้วสินะคะ ว่าหึง" เสียงกระซิบพร่าระคนเอ็นดูดังอยู่ชิดริมฝีปาก
รัญชิตาหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความเขินอายพุ่งทะยานจนสมองประมวลผลไม่ทัน มือบางที่พยายามดันอกอีกฝ่ายไว้ค่อยๆ อ่อนแรงลง ปากหยักสวยเม้มเข้าหากันอย่างจำนนต่อหลักฐาน
"คนฉวยโอกาส..." รัญชิตาพึมพำเสียงเบาหวิว
"กับคนแถวนี้... มีนยอมเป็นคนฉวยโอกาสตลอดชีพเลยค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น มีนาราก็ไม่รอช้าที่จะลดระยะห่างที่เหลืออยู่ออกไป ริมฝีปากนุ่มละมุนประทับลงบนเรียวปากอิ่มของรัญชิตาอย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะแนบแน่นและลึกซึ้งขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหยหา
จูบแรกหลังพายุฝนผ่านพ้นไป ช่างหวานล้ำและอบอุ่นเสียจนความน้อยใจและความอึดอัดทั้งหมดมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย รัญชิตาหลับตาพริ้ม ยอมปล่อยให้หัวใจนำทาง มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอระหงของมีนาราแน่นขึ้น ตอบรับสัมผัสอ่อนหวานที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างเต็มใจ ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงบและเป็นใจ
ทว่า... ในวินาทีที่เคมีและความหวานกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกโดยสิ้นเชิง!
รัญชิตาสดุ้งเฮือกผละออกจากอ้อมกอดทันที มีนาราขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดใจ ทั้งคู่หันไปมองทางประตูห้องพร้อมกันด้วยความสงสัยระคนตกใจ
ใครกันที่มาเคาะห้องในเวลาดึกดื่นแบบนี้... และเมื่อรัญชิตาเดินไปส่องตาแมวที่ประตู ร่างเพรียวก็ต้องแข็งค้างราวกับถูกสาป เมื่อพบว่าแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้น คือ "กรณ์" คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่ถือวิสาสะยืนถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ยิ้มระรื่นอยู่ที่หน้าห้องของเธอ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมฟินและอินไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันนะคะ!
ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ•ตอนที่ 25
จูบแรกหลังพายุฝน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานคนซึนกับยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!