เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย•ตอนที่ 12

ความจริงหลังม่าน

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะตีเข้าจมูกทันทีที่ก้าวพ้นประตูเหล็กกล้าหนาเตอะ ป้ายเตือนสีแดงฉานสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว *[คำเตือน: เข้าสู่เขตหวงห้ามระดับอันตรายสูงสุด - พื้นที่ชั้นใต้ดินมรณะ]* คีตะแค่น3หัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้า นิ้วเรียวยาวเคาะลงกับด้ามปืนพกกระบอกเล็กที่เพิ่งขโมยมาจากห้องคลังแสงของตระกูลมาเฟียอย่างใจเย็น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของคนที่เดินนำหน้าหยุดลงกะทันหัน รวินท์ในชุดสูทสีเข้มเปรอะเปื้อนคราบเขม่าดินปืนค่อยๆ หันกลับมามอง ดวงตาคู่คมดุคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกจนน่ากลัว "นายกล้ามากนะคีตะ ที่เดินตามเข้ามาในหลุมศพของฉันแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่วังเวง "หลุมศพเหรอ? น่าสนใจดีนี่" คีตะก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว แผ่นอกบางเกือบแนบชิดกับอกแกร่งที่มีรอยฉีกขาดของเสื้อสูท "คิดว่าพามาที่นี่แล้วฉันจะกลัวหัวหดแล้ววิ่งหนีกลับไปร้องไห้งอแงหรือไง คุณหนูรวินท์... ประเมินเกมเมอร์อย่างฉันต่ำไปหน่อยหรือเปล่า" รวินท์ไม่ถอยหนี กลับเอื้อมมือหนาขึ้นคว้าข้อมือเรียวของคีตะไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงให้อีกฝ่ายขยับไปไหนไม่ได้ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้าที่ข้างแก้ม "เกมที่คุณกำลังเล่นอยู่มันไม่ใช่แค่เกมจำลองในจอคอมพิวเตอร์นะคีตะ... ที่นี่ไม่มีปุ่มรีสตาร์ท ไม่มีเซฟเกม ถ้าตายก็คือตายจริง" "แล้วคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง!" คีตะสวนกลับเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยตวัดมองอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่ยอมเอาหัวมาทิ้งไว้ที่อาณาจักรมาเฟียของคุณตั้งแต่แรกหรอก เลิกทำตัวเป็นพระเอกหนังดาร์กทริลเลอร์แล้วพูดความจริงออกมาได้แล้วรวินท์... ทำไม? ทำไมคุณต้องยอมก้มหัวให้คำสั่งบ้าๆ ของตระกูล ทำไมต้องทำตัวเป็นหุ่นเชิดให้พวกมันใช้เป็นเครื่องมือทั้งที่เกลียดมันจะตาย" บรรยากาศรอบตัวนิ่งงัดลงทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำใต้ดินที่ดังต๊อกแต๊ก เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นรัวระส่ำในอก รวินท์ชะงักไป ดวงตาคมไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม แต่ริมฝีปากหยักกลับเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง มือที่จับข้อมือคีตะคลายออกช้าๆ รวินท์เบือนหน้าหนีไปยังความมืดเบื้องล่างของชั้นใต้ดิน ร่างสูงโปร่งเดินถอยหลังไปสองก้าวราวกับต้องการสร้างระยะห่างเพื่อปกป้องกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต "นายไม่เข้าใจหรอก..." รวินท์พึมพำเสียงแผ่ว เบาเสียจนเกือบกลืนหายไปกับความเงียบ "ความภักดีที่มาพร้อมกับโซ่ตรวน... นายไม่มีวันเข้าใจว่าการฆ่าคนเพื่อปกป้องคนที่นายรัก แต่มันกลับทำให้คนๆ นั้นเกลียดหน้า นายมันรู้สึกยังไง" คีตะขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปใกล้รวินท์อีกก้าว "ถ้าไม่พูดแล้วฉันจะเข้าใจได้ยังไงเล่า! นายคิดว่าตัวเองแบกรับอยู่คนเดียวมันเท่มากหรือไง? รวินท์ นายไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลนะเว้ย มีปัญหาอะไรก็พูดออกมาสิฟะ ปากมีไว้ทำไม ทำไมไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์!" คำพูดขวานผ่าซากแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากจัด ทำให้รวินท์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก ร่างสูงหันกลับมาสบตา ปล่อยให้ความเปราะบางที่พยายามซ่อนเร้นมานานหลุดรอดออกมาผ่านแววตาคู่นั้น "แม่ของฉัน..." รวินท์เริ่มพูด เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "ถูกจับเป็นตัวประกันตั้งแต่วันที่ฉันเกิด... ทุกก้าวที่ฉันเดิน ทุกคำสั่งที่ฉันต้องทำตาม ไม่ใช่เพราะฉันอยากเป็นมาเฟียเลือดเย็นแบบที่ใครๆ นินทา... แต่เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้คนที่ให้กำเนิดฉันยังมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้" คีตะชะงักค้าง ร่างเพรียวหยุดนิ่งราวกับถูกสาป ความโกรธเคืองและความระแวงทั้งหมดที่มีมลายหายไปในพริบตา เมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าภายใต้ชุดสูทหรูหราและท่าทีเย่อหยิ่ง รวินท์ก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกจองจำไว้ในกรงทองแห่งความโหดร้าย มือเรียวยื่นออกไปโดยไม่ทันคิด สัมผัสเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่งผ่านเนื้อผ้าที่ขาดวิ่น รวินท์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะนิ่งให้สัมผัสนั้นปลอบประโลม "โง่ชะมัด..." คีตะพึมพำเสียงเบา น้ำเสียงไม่ได้มีแววประชดประชันเหมือนทุกที กลับเจือความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง "ทำไมถึงไม่บอกกันตรงๆ ตั้งแต่แรกวะ..." รวินท์เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า แววตาไหวระริก ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน ความเงียบงันระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยกระแสอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิด เคมีที่เคยเป็นเพียงการปะทะฝีปาก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาและแรงดึงดูดอันตรายที่ไม่อาจต้านทาน "ถ้าบอกนาย... นายก็คงจะเอาตัวเข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่ด้วยน่ะสิ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด... คีตะ" รวินท์กระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส ความอบอุ่นจากลมหายใจร้อนผ่าวทำให้หัวใจของคีตะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ร่างทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่างในความมืดมลของชั้นใต้ดิน ดวงตากลมโตมองสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้น คีตะเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นนี้— *ปัง!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะท้านไปทั่วทั้งชั้นใต้ดิน ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนฝุ่นละอองและเศษปูนร่วงกราวลงมาจากเพดาน ไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ส,องสามครั้งก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดสนิท "บ้าเอ้ย!" รวินท์สบถลั่น คว้าตัวคีตะเข้ามากอดแนบอกแล้วพุ่งหลบหลังเสาปูนหนาทันที แรงอัดจากการระเบิดทำให้ลมร้อนพัดผ่านหน้า ท่ามกลางความมืดและกลิ่นควันไฟที่ตลบอบอวล เสียงฝีเท้าหนักหนับนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวเบื้องบน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "ท่านประมุขสั่งมา! จับตัวมันสองคนให้ได้ ตายได้แต่ห้ามให้หนีรอดไปเด็ดขาด!" และก่อนที่รวินท์จะทันได้ชักปืนเตรียมรับมือ แสงไฟฉายสว่างจ้ากราดส่องเข้ามาในมุมมืด เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพ้นขอบประตูเหล็กเข้ามา พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักอยู่บนใบหน้าอันคุ้นเคย— "ไงล่ะ... หลานรัก ไม่คิดเลยสินะว่าฉันจะตามมาเจอเร็วกว่าที่แกคิด" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมผจญภัยไปกับความเดือดระอุและโมเมนต์ฟินๆ ของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%