เศษซากปูนซีเมนต์ที่ถูกแรงระเบิดจนแตกละเอียดร่วงกราวลงมากระทบพื้นถนนเบื้องล่าง เกิดเป็นกลุ่มฝุ่นคละคลุ้งที่ลดทอนวิสัยทัศน์จนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในดันเจี้ยนระดับ S-Rank ไม่เคยปรานีใคร เสียงแหวกอากาศของกระสุนพลังงานความร้อนสูงยังคงดังหวีดหิวอยู่เหนือศีรษะอย่างต่อเนื่อง
"ระวัง!"
รวินท์ตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากร่างของคีตะให้หลบวิถีกระสุนในเสี้ยววินาทีสุดท้าย แรงเหวี่ยงจากการกระชากนั้นทำให้แผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับเสาคอนกรีตของตึกร้างริมถนนในเมืองจำลองอย่างจัง ลมหายใจของคีตะสะดุดกึก ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาจากหัวไหล่ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่าความเจ็บปวด คือแผงอกกว้างของคนที่ทาบทับลงมาเพื่อปกป้องเขาไว้
กลิ่นอายเฉพาะตัวของรวินท์ ทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจากการต่อสู้ ลอยอบอวลอยู่ปลายจมูก ในระยะประชิดที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นมองตรงมาที่เขาโดยไม่มีการหลบหลีกแม้แต่น้อย
"นายสมองกล… ถ้าคิดจะตายที่นี่ ช่วยบอกฉันล่วงหน้าก่อนจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงลากนายหนี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่แต่แฝงไว้ด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
คีตะกัดฟันกรอด ขยับตัวดลบันดาลความหงุดหงิดให้กลายเป็นคำพูดเหน็บแนมตามนิสัย "ห่วงตัวเองก่อนเถอะคุณชายมาเฟีย กระสุนเมื่อกี้เกือบเฉือนใบหูแพงๆ ของคุณไปตั้งมิลลิเมตรหนึ่ง... หรือว่ากลัวว่าถ้าผมตายไปแล้วจะไม่มีคนช่วยแฮกประตูนิรภัยให้ล่ะครับ?"
"ปากดีไม่เปลี่ยน" รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับขึ้นท่ามกลางแสงไฟนีออนกระพริบจากป้ายโฆษณาจำลองที่เสียหาย นิ้วเรียวแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของคีตะอย่างเบามือโดยไม่ทันตั้งตัว สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมรุนแรงในอกของเกมเมอร์หนุ่มจนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดลูกใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากจัตุรัสกลางเมืองจำลอง แรงสั่นสะเทือนทำให้ตึกรามบ้านช่องสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว บอสประจำดันเจี้ยน—หุ่นยนต์รบยักษ์รุ่นท็อปที่ถูกโปรแกรมให้ทำลายล้างทุกสิ่ง—กำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขากำลังหลบซ่อนอยู่ทุกที รัศมีสีแดงฉานจากเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนสาดส่องกวาดไปทั่วท้องถนน
รวินท์ดึงสติกลับมาในโหมดนักรบอย่างรวดเร็ว เขาดึงตัวคีตะให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระชับปืนพกลำกล้องพิเศษในมือมั่น "สถานการณ์ไม่ดีแล้ว AI ของดันเจี้ยนกำลังปรับรูปแบบการโจมตีเป็นวงกว้าง มันรู้พิกัดที่เราหลบอยู่"
คีตะปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองอย่างลวกๆ สายตาอัจฉริยะกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความรวดเร็ว สมองประมวลผลคำนวณเส้นทางและโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของเมืองจำลองนี้ทันทีราวกับคอมพิวเตอร์
"ตึกบัญชาการกลางที่อยู่ตรงหัวมุมถนนนั่น... ระบบควบคุมหลักของดันเจี้ยนถูกซ่อนไว้ที่ชั้นบนสุด ถ้าเราเจาะเข้าไปแล้วอัปโหลดไวรัสเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลัก เราจะสามารถปิดการทำงานของหุ่นยนต์ตัวนั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลืองกระสุนสู้กับมันตรงๆ" คีตะชี้ไปยังตึกกระจกสูงระฟ้าที่ตั้งอยู่ห่างออกไปราวสองร้อยเมตร
"ฟังดูง่ายดี แต่วิธีไปถึงตรงนั้นต่างหากที่เป็นปัญหา" รวินท์หรี่ตามองฝูงโดรนติดอาวุธนับสิบลำที่บินลาดตระเวนอยู่เต็มท้องฟ้า "พวกมันปิดกั้นทุกเส้นทางทางอากาศและภาคพื้นดิน"
"เพราะงั้นเราถึงต้องร่วมมือกันไงครับ คุณชาย" คีตะหันมาสบตารวินท์ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "นายเปิดทางด้วยกำลัง ส่วนฉันจะเปิดประตูด้วยสมอง... นายเชื่อใจฉันไหมล่ะ?"
คำถามนั้นไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นการท้าทายที่ทรงพลัง รวินท์มองรอยยิ้มอวดดีของคนตรงหน้าแล้วมุมปากหยักก็ยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ห้ามตายก่อนที่ภารกิจจะจบก็พอ คีตะ"
สิ้นคำพูด รวินท์ก็พุ่งทะยานออกจากที่กำบังราวกับเสือชีตาร์ ลั่นไกปืนใส่มือปืนจักรกลที่ดักซุ่มอยู่บนชั้นสองของตึกฝั่งตรงข้ามอย่างแม่นยำ กระสุนเจาะทะลุกระจกและทำลายแกนพลังงานของศัตรูในนัดเดียว เปิดช่องว่างให้คีตะวิ่งสับฝเท้าตามหลังมาติดๆ
บรรยากาศรอบตัวเดือดระอุขึ้นทุกวินาที เสียงปืนและเสียงคำรามของหุ่นยนต์ยักษ์ดังสนั่นก้องไปทั่วเมืองจำลอง ทั้งสองคนเคลื่อนไหวประสานกันอย่างรู้ใจราวกับฝึกซ้อมร่วมกันมานับครั้งไม่ถ้วน รวินท์คือโล่และดาบที่คอยกวาดล้างอุปสรรคเบื้องหน้า ขณะที่คีตะคือมันสมองที่นำทางผ่านดงกระสุนและกับดักมรณะ
ในที่สุดพวกเขาก็ฝ่าดงกระสุนมาจนถึงประตูทางเข้าตึกบัญชาการกลาง คีตะพุ่งตัวเข้าหาแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ข้างประตู นิ้วเรียวรัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง รหัสผ่านนับร้อยชุดถูกถอดรหัสและข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยทีละชั้นอย่างงดงาม
"อีกนิดเดียว... ระบบกำลังจะรีบูต..." คีตะพึมพำกับตัวเอง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าสวย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หน้าจอโฮโลแกรมกำลังเปลี่ยนเป็นสีเขียวเพื่อยืนยันการปลดล็อก เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งตึก พื้นเบื้องล่างใต้เท้าของพวกเขากลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน แรงระเบิดจากใต้ดินพ่นเปลวเพลิงพุ่งทะยานขึ้นมาแยกพวกเขาออกจากกัน!
"คีตะ!" รวินท์ตะโกนชื่อนั้นสุดเสียงเมื่อเห็นร่างของเกมเมอร์หนุ่มร่วงหล่นลงไปในช่องว่างของพื้นตึกที่พังทลาย
"รวินท์!" คีตะเอื้อมมือคว้าอากาศ แต่ความห่างระหว่างพวกเขาถูกขวางกั้นด้วยกำแพงเปลวไฟที่โหมกระหน่ำขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
ก่อนที่สติจะหลุดลอยไปและความมืดจะเข้าครอบ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงามืดเบื้องหน้าคีตะ พร้อมกับปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อตรงเข้าที่หน้าผากของเขาในระยะประชิด
"ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบใหม่... ผู้เล่นหมายเลขศูนย์"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย•ตอนที่ 14
วิกฤตกลางเมืองจำลอง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!