เปลวไฟสีส้มฉานที่โหมกระหน่ำแผดเผาโครงสร้างเหล็กของโกดังร้าง เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอาดราวกับเสียงคำรามของอสูรกายที่กำลังจะสิ้นใจ ควันสีดำทะฬึนพวยพุ่งกลบกลืนแสงจันทร์ยามวิกาลจนมืดมิด ทว่าความร้อนระอุของอุณหภูมิรอบกายยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่... เมื่อเทียบกับคมมีดสั้นที่กำลังจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของผมในตอนนี้
"นายเล่นตลกอะไรอยู่ คีตะ... รู้ไหมว่าเกมนี้มันอันตรายเกินกว่าที่นายจะเอาชีวิตมาทิ้งเล่น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น รวินท์กดปลายมีดเข้ามาใกล้ผิวเนื้ออีกเพียงนิด จนผมรู้สึกได้ถึงไอความเย็นเยือกของคมเหล็กตัดกับความร้อนระอุของบรรยากาศรอบตัว คุณหนูตระกูลมาเฟียในชุดสูทสีเข้มเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันและหยาดเหงื่อ เส้นผมสีดำสนิทลู่ปรกหน้าผาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววคุกกรุ่นและหวาดวิตกในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากคนอย่างเขา
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับเสาคอนกรีตและไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มกวนประสาทตามนิสัยที่แก้ไม่หาย ดวงตาคู่ฉลาดมองสบกับนัยน์ตาสีเข้มของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น... คุณหนูรวินท์ผู้สูงศักดิ์จะยอมลดตัวลงมาปกป้องฉันจากกระสุนนัดเมื่อกี้เหรอครับ?" ผมเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงยียวน พลางปรายตาไปยังรอยแผลถลอกที่ต้นแขนของอีกฝ่าย ซึ่งเกิดจากการพุ่งตัวเข้ามารับกระสุนแทนผมเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
รวินท์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบวับโรจน์ด้วยความโกรธกริมที่ถูกคนตรงหน้ากวนประสาทในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เขากดน้ำหนักมือลงที่ด้ามมีดอีกนิดจนผมสัมผัสได้ถึงความเจ็บแปลบ
"นายมันบ้า... คีตะ นายคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังหรือไง ถึงได้กล้าเดินเข้าไปในเขตอันตรายของ 'ผู้เล่นหมายเลขศูนย์' ตัวคนเดียวแบบนั้น!"
"แล้วใครบอกว่าฉันตัวคนเดียวล่ะครับ..." ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาแพรวพราวทอดมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ "ในเมื่อเป้าหมายของฉัน... คือการลากคุณลงมาเล่นเกมนี้ด้วยกันตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้รวินท์ชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะซ่อนมันไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมตามเดิม ทว่าจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิดและหน้าอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ กลับฟ้องชัดเจนว่าหัวใจภายใต้เสื้อสูทราคาแพงดวงนั้นกำลังเต้นรัวระทึกไม่แพ้ผมเลย
ตูมมม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นใต้ดินทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงอัดอากาศมหาศาลซัดร่างของเราทั้งคู่ให้เซถลา รวินท์ที่อยู่ใกล้กว่าตัดสินใจคว้าเอวของผมไว้ด้วยแขนข้างเดียว แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ร่างของเรากระแทกเข้ากับเสาปูนอย่างจัง แต่แทนที่เขาจะปล่อยมือ ร่างสูงกลับใช้ตัวของเขาเองเป็นโล่กำบังปกป้องผมจากเศษปูนและสะเก็ดไฟที่ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน
กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้า ทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและฝุ่นควันในบรรยากาศที่ตึงเครียด ทำให้สติของผมกระเจิงไปชั่วขณะ
ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันมาก มากเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่แก้ม ขนตางอนยาวของรวินท์สั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาผม ท่ามกลางประกายไฟสีส้มที่สาดส่องลงมาจากเพดานโกดังที่กำลังถล่มลงมาทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเพลิงไหม้
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่คมสำรวจใบหน้าของผมอย่างรวดเร็วราวกับจะตรวจสอบว่าผมได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า สัมผัสจากมือแกร่งที่ยังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวสอบแน่นหนาขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้ช่องท้องของผมปั่นป่วนอย่างประหลาด
"นาย... ปลอดภัยดีนะ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแผ่วเบา แทบจะจมหายไปกับเสียงเพลิงโหมกระหน่ำ แต่มันกลับดังชัดเจนในความรู้สึกของผม
ผมยิ้มมุมปาก ยื่นมือข้างหนึ่งขึ้นไปแตะกรอบหน้าคมคายที่มีรอยเขม่าควันเปื้อนอยู่ ปัดเส้นผมที่ปรกลงมาให้อย่างเบามือ ความถือดีและปากร้ายเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นอยู่ในอก
"ถ้าไม่ได้คุณหนูช่วยไว้... ป่านนี้ผมคงกลายเป็นผุยผงไปพร้อมกับฐานทัพของพวกมันแล้วล่ะครับ" ผมกระซิบเสียงพร่า ปลายนิ้วโป้งไล้ผ่านข้างแก้มของอีกฝ่ายแผ่วเบา "แต่แปลกจัง... ทั้งที่ปากบอกว่าเกลียดผมนักหนา ทำไมถึงยังเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงเพื่อผมล่ะครับ หื้ม?"
รวินท์ชะงักไป ดวงตาคู่สวยไหววูบอย่างปิดไม่มิด ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ปลายมีดในมืออีกข้างหลุดร่วงลงกระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังเคร้ง ทว่าเขากลับไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย
"ฉันไม่ได้..." รวินท์พยายามจะปฏิเสธ ทว่าเสียงของเขากลับสั่นพร่าอย่างน่าเอ็นดู
"ไม่ต้องแก้ตัวหรอกครับ..." ผมตัดบทด้วยรอยยิ้มละมุนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "เพราะหัวใจของคุณตอนนี้... มันเสียงดังยิ่งกว่าเสียงระเบิดเมื่อกี้เสียอีก"
พูดจบ ผมก็ไม่ปล่อยให้คุณหนูมาเฟียได้ทันตั้งตัว มือที่แตะกรอบหน้าเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยของเขาโน้มลงมาประกบจริมฝีปากลงบนเรียวปากหยักที่ปิดสนิททันที
สัมผัสแรกมีความเร่งรีบและร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงที่อยู่รอบกาย รวินท์สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงเมื่อความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ กลิ่นอายอันตรายและรสชาติของการต่อสู้ผสมผสานกันจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว มือแกร่งที่เคยโอบเอวเปลี่ยนเป็นรวบหลังผมให้แนบชิดยิ่งขึ้น แรงตอบรับที่ทั้งเก้ๆ กังๆ และดุดันในคราวเดียวกัน ทำให้บรรยากาศในมุมอับของโกดังที่กำลังมอดไหม้ร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอกเสียอีก
เราจูบกันท่ามกลางซากปรักหักพังและเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ เป็นจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบหลุดออกมาจากอก ทว่าก่อนที่ผมจะได้สอดแทรกความลึกซึ้งลงไปมากกว่านั้น...
แกร๊ก... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงโครงสร้างถล่ม
รวินท์สะดุ้งสุดตัว ผลักร่างของผมออกห่างเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณนักสู้ ดวงตากลับมาฉายแววคมกริบและเย็นชาดังเดิม เขากวาดสายตาไปยังความมืดเบื้องหน้าที่มีแสงไฟสลัวจากเปลวเพลิงสาดส่อง
"ระวัง..." รวินท์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ดึงผมให้หลบไปด้านหลังเสาปูนทันที
เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวพ้นม่านควันหนาทึบออกมา พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกเล็งตรงมายังจุดที่เรายืนอยู่ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้แสงเพลิงหรี่ลงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน
"ไม่นึกเลยนะครับว่า... 'ผู้เล่นหมายเลขศูนย์' ตัวจริง จะยืนสวีทกันอยู่ท่ามกลางกองเพลิงแบบนี้"
น้ำเสียงเยียบเย็นที่เอ่ยทักทายทำเอาลมหายใจของผมสะดุดกึก รวินท์หน้าถอดสีทันทีเมื่อมองเห็นใบหน้าของบุคคลที่ก้าวออกมาจากเงาเพลิง เพราะนั่นไม่ใช่ศัตรูหน้าไหน... แต่คือคนที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าดงกระสุนและกองเพลิงมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย•ตอนที่ 15
จูบภายใต้แสงเพลิง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!