เสียงโลหะกระทบกันดังเคร้งก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงมืดทึบของเซฟเฮาส์ลับ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองผสมกับกลิ่นจางๆ ของเลือดและดินปืนลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คีตะเบี่ยงตัวหลบคมมีดสั้นที่พุ่งเฉียดใบหูไปเพียงเสี้ยววินาที ปลายมีดเฉือนเส้นผมสีดำสนิทของเขาขาดร่วงลงพื้น ก่อนที่เขาจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครงของเป้าหมายอย่างแม่นยำจนร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
"ฝีมือตกไปนะ... หรือว่ามัวแต่พะวงเรื่องอื่นอยู่กันแน่, คุณชายมาเฟีย"
คีตะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก ทั้งที่เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงโปร่งของรวินท์ ซึ่งยืนพิงผนังห้องอยู่ไม่ไกล แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดกระทบใบหน้าด้านข้างของรวินท์ให้ดูคมเข้มและน่าค้นหา แว่นניתไร้กรอบที่มักจะสวมอยู่เสมอถูกถอดวางไว้บนโต๊ะทำงาน เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้ภายใต้กรอบกระจกใส แต่ในยามนี้... แววตานั้นกลับไหววับอย่างน่าประหลาด
รวินท์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวปาดคราบเลือดที่มุมปากออกช้าๆ สายตาคมปลาบจับจ้องมาที่คีตะด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก บรรยากาศรอบตัวพวกเขาร้อนระอุขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับกลุ่มมือสังหารเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่คอยดึงให้คนทั้งคู่เข้าหากันอยู่เสมอ
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." รวินท์เอ่ยเสียงต่ำ น้ำแหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากการใช้พลังงานอย่างหนักหน่วง "ถ้ามีเวลามาวิจารณ์ฉัน เอาสมาธิไปเช็คกระสุนในแมกกาซีนของนายก่อนจะดีกว่าไหม คีตะ"
"เป็นห่วงฉันเหรอครับ?" คีตะแสยะยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้าไปหารวินท์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้าราวกับเสือดาวกำลังตت้อนเหยื่อ "แปลกจัง... คนเย็นชาอย่างคุณเนี่ยนะ จะมาใส่ใจเกมเมอร์กระจอกๆ แบบฉัน"
"นายไม่ได้กระจอก... และฉันก็ไม่ได้เป็นห่วง" รวินท์สวนกลับทันควัน ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดทำให้คีตะได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นสนและมัสก์จากตัวของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสในเกมเดร้นด์เซิฟเวอร์มรณะนั่น...
หัวใจของคีตะกระตุกวูบ ปมปริศนาที่ค้างคาอยู่ในใจเริ่มสั่นไหวและเรียกร้องหาคำตอบ เขาหยุดยืนตรงหน้าคุณหนูตระกูลมาเฟียผู้หยิ่งผยอง ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ
ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่พวกเขาต้องมาร่วมชะตากรรมในโลกดันเจี้ยนใต้ดิน คีตะสังเกตเห็นพิรุธหลายอย่างในตัวรวินท์ ทั้งทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่ามาเฟียทั่วไป การล่วงรู้รหัสผ่านระบบป้องกันระดับสูงขององค์กรลับ หรือแม้กระทั่งรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่หัวไหล่ด้านขวา ซึ่งเป็นร่องรอยเดียวกับผู้เล่นอันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อปีก่อน... ผู้เล่นคนที่มีฉายาในตำนานว่า 'ชาโดว์'
"รวินท์..." คีตะเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความจริงจังและค้นหาคำตอบซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"หืม?" รวินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ดวงตากลับไหววับอย่างระแวดระวัง
"นายเป็นใครกันแน่?" คีตะเอ่ยถามเสียงเบาหวิวแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ มือเรียวเอื้อมออกไปแตะที่กรอบหน้าเนียนของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือโป้ไล้เบาๆ บริเวณโหนกแก้มเนียน รวินท์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ปล่อยให้คีตะสำรวจใบหน้าของเขาผ่านสัมผัสที่ทั้งอ่อนโยนและเต็มไปด้วยการคาดคั้น
"นายกำลังพูดเรื่องอะไร..." รวินท์หลบสายตาเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากลับด้วยความนิ่งสนิท "ฉันก็คือรวินท์... ทายาทตระกูลมาเฟียที่นายรู้จักนี่แหละ"
"โกหก..." คีตะกดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากความเย็นชา "คนของตระกูลมาเฟียทั่วไป ไม่มีความรู้เรื่องโค้ดดิ้งระดับเอไอ และไม่มีทางมีรอยแผลเป็นแบบนั้น... นายคือใครกันแน่ รวินท์? หรือว่านายกับฉัน... เคยเจอกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ในเกมบ้าๆ นั่น?"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงลมหายใจของคนทั้งสองดังประสานกันท่ามกลางความมืด รวินท์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความรู้สึกบางอย่างในอกเต้นระรัวจนแทบควบคุมไม่ได้ เขามั่นใจว่าปกปิดตัวตนได้เนบเนียนที่สุดแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าเกมเมอร์ปากร้ายตรงหน้าจะฉลาดเป็นกรดและสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีขนาดนี้
มือเรียวของรวินท์ยกขึ้นมาจับข้อมือของคีตะที่ทาบอยู่บนแก้มของตน แรงบีบไม่ได้มากมายนัก แต่กลับสะท้อนความลังเลใจบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน
"ถ้านายรู้ความจริง... นายอาจจะไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้กับฉันอีกต่อไปก็ได้ คีตะ" รวินท์เอ่ยเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย หลุดมาดคุณหนูผู้เย่อหยิ่งลงอย่างสิ้นเชิง
คำพูดนั้นยิ่งทำให้คีตะหัวใจเต้นรัว ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งอยากรู้ หวาดหวั่น และ... หวงแหน ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนแผ่นอกแนบชิดกับอกอีกฝ่าย มือข้างที่ว่างรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน
"ลองบอกมาสิครับ... ว่าทำไมฉันถึงไม่อยากอยู่" คีตะกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม
รวินท์เงยหน้าสบตา มือที่จับข้อมือคีตะเปลี่ยนเป็นโอบรอบคออีกฝ่ายอย่างจำยอม ดวงตาคู่คมฉายแวววาวในความมืด เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำสารภาพความลับที่เก็บงำมานานปี ทว่า...
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกด้านนอกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของบอดี้เกิร์ดคนสนิทที่พุ่งกระเด็นเข้ามานอนสลบเหมือดแทบเท้าของทั้งคู่!
คีตะผละออกจากรวินท์ทันที สัญชาตญาณนักฆ่าและเกมเมอร์อัจฉริยะตื่นตัวเต็มพิกัด เขารีบดึงรวินท์มาหลบด้านหลังของตน พร้อมกับชักปืนพกคู่ใจขึ้นเล็งตรงไปยังประตูทางเข้าที่มืดมิด
ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเท้าเหยียบเศษกระจกเข้ามาอย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...*
ใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทเงยขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายขึ้นว่า...
"เจอตัวสักที... น้องชาย"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันตรายนี้ร่วมกับผมนะครับ!
เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย•ตอนที่ 7
ความลับในหน้ากาก
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!