กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของซากอิฐหักพังในดันเจี้ยนระดับบีตลุกโชนไปด้วยความร้อนระอุจากกองเพลิงเวทมนตร์ที่เพิ่งมอดดับ คีตะยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ราวกับถูกตรึงร่างไว้ด้วยตะปูเหล็กกล้า นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างสะท้อนภาพเงาสะท้อนตรงหน้า—ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองทุกกระเบียดนิ้ว ทว่านัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว รอยยิ้มเหยียดยาวเย้ยหยัน และจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
แต่วินาทีที่คีตะกำลังจะก้าวเข้าไปประชิดเพื่อพิสูจน์ความจริง ร่างเงาปริศนานั้นก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำกลืนหายไปกับความมืดมิดของผนังถ้ำชั้นในทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
"เวรเอ๊ย... มันอะไรกันวะเนี่ย" คีตะสบพึมพำกับตัวเอง มือเรียวขยับเสยผมสีดำที่ชุ่มเหงื่อลวกๆ พยายามกดความตื่นตระหนกไว้ใต้ท่าทีนิ่งสงบตามสัญชาตญาณของเกมเมอร์มือฉกาจ แต่หัวใจกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก
"หยุดยืนทำหน้าโง่แล้วตั้งสติซะ คีตะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และติดจะเหวี่ยงนิดๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง รวินท์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างโปร่งในชุดเสื้อโค้ตสีเข้มขยับเข้ามาหยุดยืนอยู่เคียงข้าง กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของคุณหนูมาเฟียปะทะเข้ากับจมูกท่ามกลางบรรยากาศตลบอบอวลด้วยฝุ่นควัน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างด้วยความระแวดระวัง
"นายเห็นสิ่งที่ฉันเห็นใช่ไหม รวินท์" คีตะหันไปมองคนข้างกาย น้ำเสียงจริงจังขึ้นหลายส่วน ลืมมาดกวนประสาทไปชั่วขณะ
รวินท์ปรายตามองกลับมาเพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ฉันไม่สนใจหรอกว่าภาพหลอนปัญญาอ่อนนั่นจะเป็นหน้าใคร สิ่งเดียวที่ฉันสนใจตอนนี้คือ... ทางออกบ้าๆ นี่ และไอ้ระบบเกมเฮงซับที่กำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของเราอยู่"
พูดจบ รวินท์ก็ยกปืนพกพรีเมียมกระบอกสวยขึ้นเล็งตรงไปที่ประตูเหล็กกล้าบานใหญ่เบื้องหน้า ซึ่งมีรหัสผ่านสี่หลักกะพริบเป็นแสงสีแดงฉานคอยกวนใจ
"ถอยไป ฉันจะระเบิดมันเอง" รวินท์เอ่ยเสียงห้วน
"เดี๋ยวก่อน คุณชายมาเฟีย" คีตะก้าวเข้าไปขวาง พร้อมกับยื่นมือไปคว้าข้อมือเรียวของอีกฝ่ายไว้ทันท่วงที "รหัสผ่านห้องนี้ไม่ได้แก้ด้วยการยิงทิ้ง บอสตัวเมื่อกี้ทิ้งคำใบ้ไว้ที่พื้น... นายไม่ได้ยินที่มันพูดก่อนสลายตัวไปหรือไง สมองมีไว้คิด ไม่ใช่มีไว้ลั่นไกอย่างเดียวนะครับ"
รวินท์สะบัดข้อมือออกอย่างแรง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ ความถือดีและทิฐิจัดถูกสะกิดเข้าอย่างจัง "อย่ามาสั่งฉัน คีตะ! นายคิดว่าตัวเองฉลาดมาจากไหน ห๊ะ? ถ้ามัวแต่ยืนเดาปริศนาโง่ๆ พวกนี้ มีหวังพวกเราได้กลายเป็นปุ๋ยฝังอยู่ในดันเจี้ยนนี้ก่อนจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่"
"ถ้ามั่นใจนักก็ยิงเลยสิครับ!" คีตะสวนกลับทันควัน ความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ต้นเกมพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวจนอกแทบชิดกัน "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าโครงสร้างห้องนี้พังลงมาเพราะกระสุนโง่ๆ ของนาย พวกเราได้ฝังร่างอยู่ใต้ซากตึกนี่ด้วยกันแน่... อยากลองเสี่ยงไหมล่ะ"
"นายมัน...!" รวินท์กัดฟันกรอด ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธกริ้ว ดวงตากลมโตจ้องมองคีตะราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความอึดอัดและแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างแผ่ซ่านท่ามกลางความตึงเครียด
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังก้ำกึ่งระหว่างความเดือดดาลกับความวาบหวาม สัญชาตญาณนักฆ่าของรวินท์ก็ทำงานว่องไวเกินคิด เมื่อเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ที่มุมมืดด้านบนเพดาน
*แกร๊ก!*
รวินท์ไม่รอช้า ยกกระบอกปืนหันขวับไปทางทิศทางนั้นทันطي ด้วยความระแวงสุดขีด แต่มุมที่ยืนมันอับสายตา ทำให้กระบอกปืนในมือเรียวถูกยกขึ้นเฉียดผ่านร่างของคีตะไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร คีตะซึ่งมีปฏิกิริยาตอบสนองไวระดับปีศาจเช่นกัน คิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะลั่นไกใส่ตนเพื่อเคลียร์ทางความขัดแย้ง จึงยกปืนพกของตัวเองขึ้นตั้งรับและเหนี่ยวไกสวนกลับตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด!
*ปัง!*
เสียงคำรามก้องของกระสุนปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง ดังก้องกังวานสะท้อนไปมาจนแก้วหูแทบแตก กระสุนนัดนั้นเฉียดผ่านไหล่เสื้อโค้ตสีเข้มของรวินท์ไปจนขาดวิ่น แรงลมจากวิถีกระสุนทำเอาเส้นผมสีอ่อนปลิวไสว
รวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อรู้ว่าเมื่อครู่ตนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ปลายกระบอกปืนของคนตรงหน้า และในขณะเดียวกัน ความโกรธเกรี้ยวขั้นสุดก็ระเบิดออกมาจนควบคุมไม่อยู่
"นาย... กล้าดียังไงมายิงฉัน!" รวินท์ตวาดลั่น เสียงสั่นด้วยความเดือดดาล ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ความรู้สึกถูกหักหลังและถูกคุกคามผสมปนเปกันจนน่ากลัว
"ก็มือนายมันแกว่งมาทางฉันก่อน จะให้ฉันยืนรอรับกระสุนรึไงเล่า!" คีตะเถียงกลับเสียงดังไม่แพ้กัน อะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดพลانจนเดือดพล่าน ความรู้สึกผิดที่แลابเข้ามาในใจถูกกลบด้วยความอวดดี
"งั้นก็ลองรับกระสุนของจริงจากฉันดูสักตั้งสิ คีตะ!"
*แกร๊ก!*
เสียงขึ้นลำกล้องปืนดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบที่ถูกทิ้งช่วง รวินท์ไม่ได้เล็งขึ้นไปที่เพดานอีกต่อไป แต่มากระบอกปืนในมือเรียวนั้นกลับจ่อตรงมาที่หน้าอกกว้างของคีตะอย่างไร้ความลังเล นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นฉายแววเอาจริงและเด็ดเดี่ยว ชนิดที่ต่อให้คีตะเป็นเซียนเกมแค่ไหนก็สัมผัสได้ถึงความตายที่จ่ออยู่ตรงหน้า
คีตะชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปจากใบหน้าคมคาย นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า พยายามมองหาความลังเลใจสักนิด แต่สิ่งที่พบมีเพียงความว่างเปล่าและความดุดัน
"เอาสิ ถ้านายคิดว่าฆ่าฉันแล้วจะออกไปจากที่นี่ได้คนเดียว..." คีตะเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงทุ้มมีความเย้ยหยันเจืออยู่จางๆ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด "ยิงเลยสิครับ คุณชายมาเฟีย"
นิ้วเรียวของรวินท์ที่วางอยู่บนไกปืนสั่นน้อยๆ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ความโกรธ ความหวาดระแวง และบางสิ่งบางอย่างที่ร้อนรุ่มอยู่ในอกกำลังตีรันพันตู
ในจังหวะที่นิ้วของรวินท์กำลังจะออกแรงเหนี่ยวไกเพื่อตัดสินความขัดแย้งครั้งนี้ให้สิ้นซากนั้นเอง—
*ครืนนน...*
พื้นห้องใต้เท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว เสียงคำรามต่ำๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากผนังห้องฝั่งตรงข้าม ก่อนที่ผนังหินหนาทึบจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับอีกห้องหนึ่งที่มืดสนิท
และสิ่งแรกที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น... คือเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคน พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นอย่างน่าขนลุก
"ยอดเยี่ยม... ดวลกันเองตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเกมจริง รสนิยมของพวกเธอนี่น่าสนใจไม่เบาเลยนี่หนَา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโลดแล่นในดันเจี้ยนเดือดด้วยกันเสมอนะครับ
เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย•ตอนที่ 2
กระสุนที่ไร้ทิศทาง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!