เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย•ตอนที่ 1

ลงสนามในนรก

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
“ถ้าก้าวเข้าไปในดันเจี้ยนนั้นกับฉัน นายจะรอดหรือจะเละ... ก็ขึ้นอยู่กับว่าปากดี ๆ ของนาย จะมีค่าพอให้ฉันเสียเวลาปกป้องหรือเปล่า” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นใกล้ใบหู คีตะชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวผ่านธรณีประตูมิติแสงสีฟ้าคราม เขาหันกลับไปมองเจ้าของประโยคด้วยแววตาวาวโรจน์ รวินท์ในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ดูขัดกับสภาพแวดล้อมดิบเถื่อนของหอคอยทดสอบ กำลังยืนกอดอกพิงผนังหินขรุขระ สายตาคมกริบดุจมีดโกนของเขากำลังจ้องมองมาที่คีตะราวกับจะประเมินมูลค่าสินค้าที่ไร้ค่าที่สุดในตลาดมืด คีตะเค้นหัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวรีหรี่ลงอย่างท้าทาย เขาขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างร่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว “คุณหนูมาเฟียอย่างคุณ คงชินกับการมีคนคอยปูพรมแดงให้เดินสินะครับ? แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าในดันเจี้ยนระดับ S แบบนี้ พ่อกับแม่ของคุณช่วยไม่ได้หรอก จะมีก็แต่ ‘ฝีมือ’ ของผมเท่านั้นที่จะพาคุณรอดออกไปได้... ถ้าคุณไม่เกะกะเป็นภาระผมซะก่อน” บรรยากาศรอบตัวสั่นไหวด้วยแรงกดดันมหาศาลจากมานาที่รั่วไหลออกมาจากรอยแยกมิติ ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกะพริบถี่อยู่ตรงหน้า: *[ผู้เล่นคีตะ และ ผู้เล่นรวินท์ ถูกสุ่มจับคู่ในดันเจี้ยนพิศวง: 'นรกภูมิเงามายา' ยืนยันการเข้าสู่สนามรบภายใน 10 วินาที]* รวินท์ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนม เขากลับยืดตัวตรงแล้วคว้าหมับเข้าที่ปกคอเสื้อของคีตะ กระชากให้ร่างโปร่งเข้ามาปะทะอกแกร่งจนคีตะเสียหลัก ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาทำให้อุณหภูมิในใจของคีตะพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความไม่พอใจที่ถูกจู่โจมด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าของคนตรงหน้า “ปากเก่งให้ได้ตลอดนะ” รวินท์กระซิบแผ่วเบา แต่ในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความโกรธเคือง มีเพียงความท้าทายที่จุดไฟในใจคีตะให้ลุกโชน “ถ้าตายในนั้น อย่าหวังว่าจะได้สวดอ้อนวอนขอชีวิตจากฉัน” “หึ... ฝันไปเถอะ” คีตะกระตุกยิ้มมุมปาก มือคว้ามีดสั้นเลเซอร์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาควงเล่นเป็นจังหวะชำนาญการ “ผมจะทำให้นายรู้ว่า มือโปรตัวจริงเขาเล่นเกมกันยังไง” ทันทีที่เสียงนาฬิกานับถอยหลังจบลง แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากร่างของทั้งคู่เข้าสู่ก้นบึ้งของดันเจี้ยน เสียงกรีดร้องของอสุรกายก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินมืดมิด กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กคลุ้งไปในอากาศ ทั้งสองร่วงหล่นลงสู่พื้นที่ซึ่งไร้แสงสว่าง รวินท์ตอบสนองเร็วดั่งเสือชีตาห์ เขาปล่อยคีตะแล้วชักดาบยาวออกจากฝัก ฟาดฟันผ่านร่างของหมาป่าเงาที่พุ่งเข้ามาหมายขย้ำคอหอย *ฉัวะ!* เลือดสีดำสาดกระจายเต็มพื้นหิน รวินท์ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากศพปีศาจ ท่าทางดูสง่างามราวกับกำลังเต้นรำท่ามกลางสงคราม คีตะไม่ยอมน้อยหน้า เขาหมุนตัวกระโดดขึ้นกลางอากาศ ระเบิดพลังมานาผ่านฝ่ามือ สร้างม่านพลังไฟฟ้าช็อตพวกสัตว์ประหลาดที่กำลังรุมล้อมให้กระเด็นออกไปในรัศมีวงกว้าง “เลิกโชว์ออฟแล้วช่วยโฟกัสที่ศัตรูทางซ้ายหน่อยครับ คุณหนู!” คีตะตะโกนสั่ง แต่ในจังหวะที่เขากำลังเผลอ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งทะลุเพดานลงมา หมายจะกระชากร่างของเขาไปในความมืด คีตะพลาด... การตอบสนองช้าไปหนึ่งจังหวะเนื่องจากมานาที่ใช้ไปมหาศาล เขาหลับตาแน่นรอรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น ทว่า... ความอบอุ่นที่คุ้นเคยกลับโอบรัดเอวของเขาไว้แน่น ร่างสูงของรวินท์พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับคมเขี้ยวของอสูรกาย ดาบของรวินท์ปะทะกับกรงเล็บแหลมคมจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วโถงที่มืดมิด แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้น โดยมีรวินท์เป็นฝ่ายรองรับน้ำหนักและโอบกอดคีตะไว้ใต้ร่าง ระยะห่างของใบหน้าเหลือเพียงลมหายใจกั้น คีตะเบิกตากว้างเมื่อเห็นแววตาที่ปกติจะเย็นชาบัดนี้กลับมีความเป็นห่วงเจือปนอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่รวินท์จะรีบเบือนหน้าหนีแล้วผละออกอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน “อย่าประมาท... ฉันไม่อยากต้องมาเก็บศพคนปากดีก่อนที่ภารกิจจะจบ” รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง พลางลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แต่คีตะสังเกตเห็นรอยถลอกที่ข้างแก้มของอีกฝ่ายที่เกิดจากการปะทะเมื่อครู่ คีตะยันตัวลุกขึ้นยืน ลูบหน้าอกตัวเองที่เต้นรัวอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นชั่วครู่ทำเอาเขาไปไม่เป็น “นั่น... คุณช่วยผมเหรอ?” รวินท์ไม่ได้ตอบ เขากำลังจ้องมองไปที่ประตูบานยักษ์ที่อยู่สุดทางเดิน ซึ่งค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยกลไกโบราณ เสียงเครื่องจักรที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้พื้นที่ใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังประตูบานนั้นไม่ใช่เหล่ามอนสเตอร์ธรรมดา แต่มันคือ ‘ผู้คุมดันเจี้ยน’ ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ในชุดเกราะทองคำ ถืออาวุธขนาดยักษ์ที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนคีตะต้องก้าวถอยหลัง แต่สิ่งที่ทำให้คีตะต้องหน้าซีดเผือด ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งของผู้คุมดันเจี้ยน... ทันใดนั้น เงาร่างของบุคคลที่สามก็เดินออกมาจากความมืดข้างหลังผู้คุมดันเจี้ยนคนนั้น เขาปรบมือช้าๆ ด้วยรอยยิ้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด “ยินดีต้อนรับสู่สนามสังหารครับ... น้องชายที่รัก และรวินท์ ผู้ทรยศ” ใบหน้าของคนผู้นั้นทำให้คีตะต้องหยุดหายใจ... มันคือใบหน้าเดียวกับเขา แต่นัยน์ตาสีแดงฉานนั้นกลับดูบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมครับ... ชาโดว์ฮันเตอร์ครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%