กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนตลบอบอวลอยู่ในห้องโถงกว้างของโกดังร้าง แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดส่องกระทบเงาร่างของชายแปลกหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ
"สวัสดีครับ... ดูเหมือนว่าปาร์ตี้ของพวกคุณกำลังสนุกเลยสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ รวินท์หอบหายใจถี่กระชั้น ร่างเพรียวบางพิงแนบกับผนังปูนเปลือย มือข้างหนึ่งกุมสีข้างที่มีรอยกระสุนเฉี่ยวจนเลือดสีสดซึมเปื้อนเสื้อสูทสีเข้มราคาแพง ดวงตาคมกริบฉายแววระแวดระวัง แม้สภาพร่างกายจะร่วง
"แกเป็นใคร..." รวินท์กัดฟันกรอด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้ความเจ็บปวดจะแล่นริ้วไปทั่วร่าง
ในขณะที่คีตะ เกมเมอร์หนุ่มฝีมือฉกาจผู้ยืนถือปืนสั่นเทาอยู่ไม่ไกลนักกลับไม่ได้สนใจผู้มาใหม่เลย สายตาคมกวาดมองคราบเลือดบนเสื้อของอีกฝ่าย หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ภาพในอดีตวันที่สูญเสียครอบครัวซ้อนทับเข้ามาในหัวจนสมองแทบระเบิด
*เลือด... ภาพเดิมๆ อีกแล้ว*
คีตะขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา มือที่กำด้ามปืนชื้นเหงื่อ ความมั่นใจในฐานะเกมเมอร์อัจฉริยะที่ผ่านดันเจี้ยนมานับไม่ถ้วนพังทลายลงในชั่วพริบตาเมื่อเห็นความเปราะบางของคนตรงหน้า รวินท์ที่ปกติมักจะเชิดหน้าหยิ่งผยองและปากคอเราะร้าย ใส่เขาไม่ยั้ง ตอนนี้กลับเซถลาลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเพราะพิษแผล
"เฮ้..." คีตะทิ้งมาดกวนประสาททั้งหมดที่มี ก้าวเข้าไปหาคุณหนูมาเฟียด้วยความรวดเร็วโดยไม่สนใจชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่กลางห้องอีกต่อไป
"อย่าเข้ามานะ..." รวินท์เงמוหน้าขึ้นมอง ปลายกระบอกปืนในมือสั่นระริกแม้จะพยายามฝืนยกขึ้นขู่ "ฉันยังไหว... ไอ้งั่ง"
"ไหวบ้าอะไรล่ะครับ ดูสภาพคุณตอนนี้สิ!" คีตะสวนกลับเสียงดัง ลืมตัวเผลอแสดงความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าคนเจ็บ มือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือที่ถือปืนไว้อย่างถือวิสาสะแล้วปัดมันออกไปให้พ้นทาง
รวินท์สะดุ้งเฮือกยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายสัมผัสโดนผิวเนื้อ ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังถอยร่นออกไปตามคำสั่งของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น
"นาย..." รวินท์ครางแผ่วในลำคอ เมื่อคีตะฉีกชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างไร้ความเสียดาย เพื่อนำมาทำเป็นผ้าพันแผลชั่วคราว ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กดทับลงบนบาดแผลเพื่อห้ามเลือด ทำให้หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของทายาทมาเฟียกระตุกวูบอย่างรุนแรง
"เงียบไปเลยน่าครับ ถ้ารักษาชีวิตไว้ไม่ได้ แล้วคุณจะเอาปากเก่งๆ นี้ไปเถียงกับใครอีก" คีตะพูดเสียงดุ แต่แววตาที่มองกลับไหวระริก น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังจับสังเกตได้
โกดังร้างเวลานี้เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ คีตะขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบชิดกัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของเกมเมอร์หนุ่มผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ ลอยเข้าจมูก รวินท์หลบสายตาไปชั่วขณะ รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่คุ้นชิน ทั้งที่สถานการณ์รอบตัววิกฤตถึงชีวิต แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวยิ่งกว่าตอนดวลปืนเสียอีก
"ทำไม... ถึงทำหน้าแบบนั้น" รวินท์เอ่ยถามเสียงเบาหวิว มือที่กุมแผลค่อยๆ คลายออก ยอมปล่อยให้คีตะจัดการพันแผลให้อย่างว่าง่ายเป็นครั้งแรก
คีตะชะงักมือที่กำลังพันผ้าพันแผล เขาก้มหน้าลงซ่อนแววตาเจ็บปวดที่ฉายชัด บาดแผลของรวินท์ในตอนนี้... มันสะกิดแผลเป็นในใจของเขาให้ฉีกขาดอีกครั้ง ภาพในอดีตคืนวันที่ฝนตกหนัก ภาพร่างของคนที่เขารักค่อยๆ
"ผมเกลียดเลือด..." คีตะพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง มากกว่าจะตอบคำถาม "ผมเกลียดการที่ต้องยืนมองคนอื่นเจ็บปวดโดยที่ทำอะไรไม่ได้... เหมือนกับในวันนั้น วันที่ผมปกป้องใครไว้ไม่ได้เลยสักคน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัด รวินท์มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคีตะที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเปราะบาง กำแพงน้ำแข็งที่ห่อหุ้มหัวใจของคุณหนูมาเฟียพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีบอกให้รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่แค่เกมเมอร์ปากร้ายที่บังเอิญหลุดเข้ามาในโลกของพวกเขา แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีรอยแผลลึกไม่แพ้กัน
"นายไม่ได้ตัวคนเดียวสักหน่อย..." รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกครั้ง มือเรียวตัดสินใจยื่นออกไปแตะลงบนหลังมือที่กำลังสั่นเทาของคีตะเบาๆ "แล้วก็... เลิกทำหน้าเหมือนโลกจะแตกสักที นายไม่ได้ปล่อยให้ฉันตายซะหน่อยนี่"
คีตะเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยัก เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งคู่ระอุขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่อันตราย
ทว่า ในวินาทีที่คีตะกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อเอ่ยบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึมนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของคีตะอย่างกะทันหัน!
"เกม over แล้วล่ะครับ คุณเกมเมอร์"
เสียงกระซิบกระเส่าดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับรอยยิ้มของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากเงาดำ...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย•ตอนที่ 5
แผลเป็นในอดีต
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะเกมเมอร์: รุกฆาตหัวใจคุณหนูมาเฟีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!