เสียงปรบมือเกรียวกราวภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาวดังขึ้นราวกับคลื่นใต้น้ำที่ถูกบังคับให้ซัดสาดตามจังหวะของพิธีกรบนเวที แสงไฟจากสปอตไลท์ดวงใหญ่สาดส่องลงบนร่างในชุดสูทตัดเย็บประณีตของภาคิน สถาปนิกอาวุโสผู้เพิ่งคว้ารางวัล "สถาปัตยกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี" มาครอง บนใบหน้าของชายวัยกลางคนประดับด้วยรอยยิ้มเจือจางที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี—รอยยิ้มแบบมืออาชีพที่ซ่อนเร้นทุกรอยร้าวของความจริงไว้เบื้องหลังเนื้อผ้าอิตาลีราคาแพง
เขาก้าวขึ้นไปรับโล่รางวัล สัมผัสเย็นเฉียบของเนื้อโลหะไม่ได้ทำให้ปลายนิ้วของเขารู้สึกสั่นไหวแม้แต่น้อย ทว่า ในหัวสมองของภาคินเวลานี้ ภาพของเอกสารแผ่นหนึ่งกลับเด่นชัดยิ่งกว่าแสงไฟแฟลชที่กำลังสาดกระหน่ำเข้ามา เอกสารแผ่นนั้นที่เพิ่งถูกส่งตรงถึงมือเขาเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนงานเริ่ม—เอกสารที่ระบุชัดเจนว่าลายเซ็นอนุมัติงบตัดลดสเปกวัสดุก่อสร้างตึกระฟ้าใจกลางเมืองเมื่อปีที่แล้ว ไม่ใช่ของธนาธร นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งยิ้มหน้าบานอยู่แถวหน้า... แต่เป็นชื่อของตัวเขาเอง
ภาคินกวาดสายตามองลงมาจากเวที ท่ามกลางทะเลของผู้คนในชุดราตรีและสูทสากล สายตาของเขาหยุดนิ่งที่มุมมืดของแถวหลังสุด เงาร่างหนึ่งยืนพิงเสาหินอ่อน มือเรียวเรียงร้อยเข้าหากระเป๋าเสื้อสูทอย่างผ่อนคลาย แต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับมาอย่างดี
ลภัส... นักข่าวสาวสายสืบสวนที่ไม่มีใครยอมรับในแวดวงสังคมชั้นสูง แต่กลับเป็นชื่อที่คนมีสีเทาหวาดกลัวมากที่สุด
เมื่อพิธีกรประกาศเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามคำถามแก่ผู้รับรางวัล บรรยากาศรอบกายพลันเงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงจะก้าวออกมาจากมุมมืด ท่ามกลางความประหลาดใจของประชาสัมพันธ์งานที่พยายามจะขยับไมโครโฟนหนี แต่มือเรียวของลภัสกลับเอื้อมไปคว้าไมโครโฟนไร้สายจากมือเจ้าหน้าที่หนุ่มด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ จนแม้แต่เสียงกระซิบกระซาบในห้องประชุมยังต้องเงียบเสียงลง
“ยินดีด้วยนะครับ... หรือควรจะบอกว่า ขอแสดงความเสียใจดีล่ะครับ ภาคิน”
เสียงหวานกังวานแต่แฝงความเยียบเย็นดังผ่านเครื่องขยายเสียง สะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ภาคินยังคงยืนนิ่งบนเวที รอยยิ้มบนมุมปากของเขายังไม่จางหาย แต่ดวงตากลับหรี่แคบลงเล็กน้อย ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นทันที นี่ไม่ใช่คำถามจากนักข่าวบันเทิงที่ถามเรื่องแรงบันดาลใจในการออกแบบ แต่มันคือการประกาศสงครามกลางงานเฉลิมฉลอง
ธนาธรที่นั่งอยู่แถวหน้าหันขวับไปมองต้นเสียง ใบหน้าอ้วนท้วมที่เคยเปื้อนยิ้มบึ้งตึงขึ้นทันที เขาส่งสายตาคมกริบส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขยับตัวเข้ามาใกล้เป้าหมาย แต่ลภัสไม่ได้สนใจสายตาคุกคามเหล่านั้น เธอก้าวขึ้นมาบนบันไดขั้นแรกของเวที ระยะห่างระหว่างเธอกับภาคินลดลงเหลือเพียงไม่กี่เมตร—ใกล้พอที่จะมองเห็นรอยเหี่ยวย่นบนหางตาของสถาปนิกชื่อดัง และใกล้พอที่ภาคินจะได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นจางๆ ที่ผสมผสานกับความดุดันของเธอ
“ผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้ของคุณ งดงามมากครับ ภาคิน” ลภัสเริ่มพูดต่อหน้าไมโครโฟน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง “โครงสร้างเหล็กกล้ากระจกใสสะท้อนท้องฟ้ากรุงเทพฯ ได้อย่างสม ฐานะตึกที่สูงที่สุดในประเทศ แต่คุณรู้ไหมครับว่า... กระจกใสบานไหนในตึกนี้ ที่ซ่อนรอยร้าวลึกที่สุดเอาไว้”
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นจากแขกเหรื่อรอบงาน บางคนเริ่มหันมามองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างช้าๆ รวบรวมสติและความเยือกเย็นทั้งหมดที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงาน เขาวางโล่รางวัลลงบนโต๊ะข้างเวทีอย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบไมโครโฟนอีกตัวขึ้นมาบ้าง
“สถาปัตยกรรมที่ดี ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากความไร้ที่ติหรอกนะครับคุณลภัส” ภาคินตอบกลับ น้ำเสียงของเขาช Acknowledge ความนิ่งและนุ่มลึกอย่างเป็นมืออาชีพ “มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับน้ำหนักของความจริงต่างหาก น้ำหนักที่บางครั้ง... หนักหน่วงเสียจนต้องเลือกเก็บมันไว้ในมุมที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อไม่ให้ตึกทั้งหลังต้องพังทลายลงมาทับคนข้างล่าง”
บทสนทนาเชิงสัญลักษณ์เริ่มทำงานทันที ทั้งสองคนกำลังพูดถึงตึกระฟ้า แต่ในนัยยะลึกซึ้งแล้ว พวกเขากำลังพูดถึงระบบโครงสร้างเน่าเฟะที่ค้ำจุนสังคมนี้อยู่
ลภัสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปาก “มุมที่ปลอดภัยที่คุณว่า... หมายถึงห้องนิรภัยชั้นใต้ดินของบริษัท หรือหมายถึงลายเซ็นปลอมๆ ที่ถูกป้ายความผิดให้คนอื่นรับแทนกันแน่ล่ะครับ สถาปนิกผู้ทรงเกียรติ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบแบบเกรงใจ แต่เป็นความเงียบของความตกใจที่ระคนความอยากรู้อยากเห็น แขกหลายคนเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์
ภาคินสบตาเธอนิ่ง กระแสประสาทระหว่างคนทั้งคู่ประทะกันอย่างรุนแรงในความเงียบ เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เกมนี้ดำเนินต่อไป ภาพลักษณ์ที่เขาสร้างมาสามสิบปีจะพังทลายลงในพริบตา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความกล้าหาญบ้าบิ่นของหญิงสาวตรงหน้ากำลังปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เขาฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารธุรกิจมาเนิ่นนาน—ความรู้สึกโหยหาความจริง
“ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนเซ็น... ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับ” ภาคินก้าวเท้าลงมาจากเวทีหนึ่งขั้น ระยะห่างลดลงจนแทบจะหายใจรดกัน “ทำไมคุณถึงไม่เอาเอกสารฉบับนั้นไปแจ้งความกับตำรวจ หรือกลัวว่าหลักฐานที่คุณถืออยู่... มันจะย้อนกลับมาทำลายคนที่จ้างคุณมาอีกทีกันแน่”
ดวงตาของลภัสวับวามขึ้นด้วยความโกรธชั่วขณะ แต่มันถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าขึ้นมาประชิดตัวเขามากขึ้น กระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“เพราะฉันรู้ว่าตำรวจซื้อได้... แต่ความรู้สึกผิดในใจของคุณ... ซื้อไม่ได้ต่างหากล่ะครับ ภาคิน”
เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบแผ่นเดิมออกมาแตะเบาๆ ที่อกเสื้อสูทของเขา แรงสัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นกลับทำให้หัวใจของสถาปนิกผู้ไร้พ่ายกระตุกวาบ
“เปิดดูสิครับ หน้าสุดท้าย... หน้าที่คุณลืมทำลายทิ้งเมื่อคืนนี้”
ภาคินก้มมองซองเอกสารในมือของเธอ นิ้วเรียวของลภัสค่อยๆ ดึงลิ้นซองออก เผยให้เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่โผล่พ้นออกมาครึ่งหนึ่ง—ไม่ใช่เอกสารงบประมาณก่อสร้าง แต่เป็นภาพถ่ายใบเสร็จโอนเงินสดจำนวนมหาศาลจากบัญชีลับของธนาธร... โอนเข้าบัญชีชื่อภรรยาเก่าของภาคินที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนชั่วขณะ ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาลภัสอีกครั้ง และในวินาทีนั้นเอง เขาก็รู้ทันทีว่า... เกมนี้เขาไม่ได้เป็นคนกุมบังเหียนมาตั้งแต่ต้นแล้ว
***
**CLIFFHANGER HOOK:**
ก่อนที่ภาคินจะได้เอ่ยปากแก้ตัวใดๆ แสงไฟทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของแขกเหรื่อดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด และก่อนที่สติของเขาจะทันตั้งรับ มือปริศนาคู่หนึ่งก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น พร้อมเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูในความมืดที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ — *"ถ้าไม่อยากตายเหมือนคนเก่า... ห้ามขยับ"*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับเงาของตึกสูงและหัวใจสีเทาของพวกเขานะครับ
สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง•ตอนที่ 2
รอยร้าวบนกระจกใส
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!