กลิ่นกาแฟดริปเกรดพรีเมียมคั่วเข้มลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้พอเหมาะ แสงไฟนีออนดัดสีส้มอ่อนสะท้อนผ่านกระจกนิกรีเทมperedหนาเตอะจากชั้นเจ็ดสิบของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ เผยให้เห็นมหานครเบื้องล่างที่เคลื่อนไหวราวกับฝูงมดในวงกว้าง ทว่า ณ มุมหนึ่งของห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางราวกับสนามฟุตบอลขนาดย่อม บรรยากาศกลับนิ่งสนิทจนได้ยินเพียงเสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาโบราณบนผนัง
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ภาคิน... และไฟกองนี้มันร้อนเกินกว่าสูทสั่งตัดราคาแพงของคุณจะทนไหว"
ธนาธรเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือน นิ้วเรียวยาวสวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิท บนโต๊ะทำงานไม้สักทองชิ้นมหึมา
ภาคินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า โครงหน้าคมสันภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบยังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็น สองมือประสานกันไว้ที่ด้านหน้า เสื้อสูทสีเทาชาร์โคลเข้ารูปไร้รอยยับสะท้อนถึงวินัยอันเข้มงวดของสถาปนิกผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน เขายังไม่รีบร้อนตอบคำถาม ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินสมาธิของอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่อ่านไม่ออก
"ไฟถ้าควบคุมเป็น มันก็ให้ความอบอุ่นและพลังงานครับท่านประธาน... แต่ถ้าปล่อยให้มันลุกโชนอย่างไร้ทิศทาง มันก็มักจะเผาผลาญแม้σόผู้สร้างมันขึ้นมาเองเสียก่อน" ภาคินตอบเสียงเรียบ นุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่
ธนาธรเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบผ่านวัยแต่ยังคงความดุดันราวกับนักล่าจ้องมองสถาปนิกหนุ่มใหญ่ เขายิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู
"คุณนี่มัน... ปากกล้าไม่เปลี่ยน ตั้งแต่วันแรกที่คุณเข้ามาเซ็นสัญญาออกแบบโปรเจกต์ 'The Zenith' จนถึงวันนี้ นิสัยชอบตั้งคำถามกับระบบของคุณก็ยังเป็นมะเร็งร้ายที่ผมต้องคอยตามเช็ดตามล้าง" ธนาธรดันแฟ้มเอกสารสีดำเลื่อนไปบนพื้นผิวมันวาวของโต๊ะ "เปิดดูสิครับ... ข่าวฉาวที่นักข่าวสาวตาอินทรีคนนั้นกำลังพยายามขุดคุ้ย มันกำลังจะตีพิมพ์ในหน้าหนึ่งของสำนักข่าวเศรษฐกิจเชพรุ่งนี้เช้า"
ภาคินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว เขายื่นมือออกไปเปิดแฟ้มเอกสารนั้นช้าๆ
ภายในเต็มไปด้วยภาพถ่าย แผนผังโครงสร้างอาคาร และสำเนาสัญญาว่าจ้างที่มีลายเซ็นของเขาเอง กำกับด้วยโน้ตสีแดงเข้มที่วงกลมจุดอ่อนของโครงสร้างฐานราก ซึ่งถูกลดสเปกวัสดุก่อสร้างลงเพื่อแลกกับการประหยัดงบประมาณหลายร้อยล้านบาท—ตัวเลขที่ไหลเข้าสู่บัญชีลับของบริษัทในเครือธนาธร
ไม่มีความตกใจฉายชัดบนใบหน้าของภาคิน มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้ง เขาปรายตามองภาพเหล่านั้นราวกับมันเป็นเพียงภาพร่างแบบแปลนที่ไม่สมบูรณ์
"ลภัสเธอทำงานได้ดีเกินคาด..." ภาคินพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
"เกินคาดเหรอ? เธอเกือบจะทำลายอาณาจักรที่ผมใช้เวลาสร้างมาสามสิบปีพังทลายลงในพริบตา!" ธนาธรตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากอำนาจทุนพุ่งเข้าใส่ภาคินราวกับคลื่นใต้น้ำ "และคุณ... ภาคิน ในฐานะหัวหน้าสถาปนิก คุณมีชื่ออยู่ในเอกสารอนุมัติทุกฉบับ ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาเพราะแผ่นดินไหวหรือการทรุดตัว คุณคือคนแรกที่จะต้องไปนอนในคุก ไม่ใช่ผม!"
ภาคินเงยหน้าสบตาผู้ทรงอิทธิพลอย่างไร้ความหวั่นเกรง แววตาของเขาสะท้อนภาพตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า แต่มันช่างเปราะบางและไร้รากแก้วที่มั่นคง
"ท่านประธานคิดว่าผมไม่รู้หรือครับว่ากำลังทำอะไรอยู่" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นจนธนาธรชะงักไป "วันที่ท่านบังคับให้ผมเซ็นอนุมัติใช้วัสดุเกรดต่ำลง ผมไม่ได้แค่ก้มหน้าทำตามคำสั่ง... แต่ผมได้เก็บสำเนาชุดจริง ทะเบียนคุมวัสดุ และบันทึกการประชุมทุกนัดไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว"
สีหน้าของธนาธรเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้กรามที่ขบเข้าหากันแน่น
"คุณ... คุณกล้าหักหลังผมเหรอ ภาคิน!"
"ผมไม่ได้หักหลังใครครับท่าน... ผมแค่ปกป้อง 'จรรยาบรรณ' ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของผมต่างหาก" ภาคินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น "ข่าวของลภัสที่จะออกพรุ่งนี้เช้า จะไม่ใช่จุดจบของผม... แต่มันจะเป็นจุดจบของความโลภที่ไร้ขีดจำกัดต่างหากล่ะครับ"
ธนาธรสูดหายใจเข้าลึก พยายามดึงอำนาจและสติกลับคืนมา เขายกมือขึ้นห้ามปรามความโกรธของตัวเอง แล้วหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนลุก
"ฮึ... คุณคิดว่าคุณฉลาดนักสินะ ภาคิน คุณคิดว่าคุณถือไพ่เหนือกว่าผมในเกมนี้..." ธนาธรหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา กดเปิดหน้าจอแล้วยื่นมาตรงหน้าสถาปนิกหนุ่ม "ลองดูนี่สิครับ... บางที คุณอาจจะประเมิน 'นักข่าวสาว' ที่คุณแอบส่งข้อมูลให้ต่ำไปหน่อย"
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในลานจอดรถมืดสนิท ลภัส นักข่าวสาวสายสืบสวนผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กำลังถูกชายชุดดำสองคนประกบล้อม และมีร่างหนึ่งล้มลงไปนอนกองกับพื้นท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเอกสารกระจัดกระจาย
ภาคินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—นี่คือปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงอย่างเดียวที่หลุดรอดจากเกราะป้องกันอัน Apathic ของเขา
ดวงตาของภาคินวับวายด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่ถูกจุดขึ้นอย่างฉับพลัน ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที
"คุณทำอะไรเธอ..." น้ำเสียงของภาคินเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ปราศจากความสุภาพนุ่มนวลเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
ธนาธรยิ้มเยาะ ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "ผมไม่ได้ทำอะไรเลย... ผมแค่นำเสนอ 'ทางเลือก' ให้เธอก็เท่านั้น เหมือนอย่างที่ผมกำลังเสนอให้คุณในตอนนี้"
ธนาธรวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ภาพถ่ายใหม่ล่าสุดแสดงพิกัดจีพีเอสและข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามา
*[ส่งตัวมาพบผมที่ไซต์งานก่อสร้างโซน B คืนนี้... ไม่อย่างนั้น ศพต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่ข่าวหน้าหนึ่ง]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านเกมกระดานอันมืดมนนี้ไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง•ตอนที่ 7
เกมกระดานของทุนนิยม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาตึกระฟ้ากับนักข่าวแฉความจริง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!