กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 20

ความหึงที่มาในคราบการด่า

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงหัวingกระด้างหูของไทด์ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับภาพเมื่อครู่... ภาพที่มินยืนยิ้มรับนามบัตรสีดำขอบทองจากมือโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่คนนั้น รอยยิ้มที่ปกติแล้วมักจะมีไว้ให้เสียงเพลงหรือกีตาร์โปร่งของผม กลับถูกหยิบยื่นให้ผู้ชายแปลกหน้าอย่างง่ายดาย "โปรดิวเซอร์ค่ายใหญ่เหรอ? ถึงกับต้องเดินไปคุยกันกระหนุงกระหนิงถึงมุมตึกเลยสินะ มิน" ผมพ่นลมหายใจออกทางจมูก ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างบางที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องซ้อม กีตาร์โปร่งในมือถูกวางกระแทกบนโซฟาเสียงดังจนสายสั่นระริก แรงสั่นสะเทือนนั้นคล้ายกับความโกรธขึงที่กำลังตีรวนอยู่ในอกของผมเวลานี้ "นายเป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย คีย์!" มินสะดุ้งเฮือก หันมาตวัดสายตาคมกริบใส่ทันที ไม่มีร่องรอยของความสำนึกผิดเลยสักนิด มีแต่ความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่ในหน่วยตากลมโตคู่นั้น "อยู่ดีๆ ก็เดินมาทำหน้ายักษ์ใส่แล้วกระแทกเสียงใส่ฉัน เป็นอะไรมากป่ะ?" "ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าเธอเป็นบ้าอะไร!" ผมเผลอตะคอกออกไปโดยไม่ทันยับยั้งชั่งใจ ความร้อนรุ่มที่สุมอกทำให้คำพูดที่กลั่นกรองออกมามันช่างน่าเกลียดและขัดกับความรู้สึกแท้จริงลิบลับ "ทำตัวเป็นเด็กใจแตกวิ่งตามผู้ชายที่ยื่นข้อเสนอให้ง่ายๆ แบบนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความฝันของเธอมีค่าแค่กระดาษแผ่นเดียวที่ใครก็ไม่รู้ยื่นให้?" เพลีย... เสียงหัวใจผมมันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่คำว่า *'ใจแตก'* หลุดออกจากปากตัวเอง มินชะงัก รอยยิ้มเยาะที่เธอมักใช้เวลาเถียงกับผมหายวับไปกับตา เหลือเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัว ดวงตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันเกราะป้องกัน "ใจแตกเหรอ..." เสียงทุบตักของมินเบาหวิว แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อหัวใจผมยิ่งกว่าคมมีด "นายใช้คำนี้ตัดสินฉันเหรอ คีย์? เออ... ฉันมันก็แค่คนโลภที่อยากดัง อยากมีความเป็นอยู่ที่ดี อยากก้าวไปให้พ้นๆ จากตรงนี้ ไม่เหมือนนายหรอก คุณมือกีตาร์อัจฉริยะผู้สูงส่ง ที่เล่นดนตรีด้วยจิตวิญญาณบริสุทธิ์ผุดผ่องจนไม่ต้องแคร์หัวใจใครเลย!" "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น..." ผมละล่ำละลัก เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ "แต่คำพูดนายมันฟ้อง!" มินก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับรังเกียจที่จะยืนใกล้ผมในตอนนี้ นิ้วเรียวชี้หน้าผมโดยไม่หลบสายตา "จำไว้นะคีย์ ชีวิตนี้ของฉัน ความฝันนี้ของฉัน ฉันจะเลือกทางเดินเอง ไม่ใช่เรื่องของนายที่จะมาสิทธิ์ตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด!" บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้อง ผนังห้องเก็บเสียงที่เคยเก็บกักเสียงดนตรีไพเราะ ตอนนี้กลับกลายเป็นกรงขังความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ผมมองแผ่นหลังบางที่สะท้านน้อยๆ ของมิน เธอหันหลังให้ผม คว้ากระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่าอย่างรวดเร็ว ความดื้อรั้นที่แสดงออกมากำลังบอกผมว่า ถ้าผมไม่พูดอะไรสักอย่างตอนนี้ ผมจะเสียเธอไปตลอดกาล "มิน... เดี่ยวก่อน" ผมเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเล็กไว้ตามสัญชาตญาณ แรงดึงทำให้เธอต้องหันกลับมาปะทะสายตากับผมอีกครั้ง ใกล้ชิดเสียจนเห็นรื้นน้ำใสๆ ที่คลออยู่หน่วยตาคู่นั้น ให้ตายเถอะ... เธอกำลังจะร้องไห้เพราะคำพูดห่วยๆ ของผมงั้นเหรอ? "ปล่อยนะ!" มินสะบัดแขนออกสุดแรง แต่ผมไม่ยอมปล่อย กระชากข้อมือนั้นเข้ามาใกล้ จนร่างบางเซถลาเข้าปะทะแผงอกของผม กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกท่ามกลางความตึงเครียด แต่มันไม่ได้ทำให้ผมใจเย็นลงเลย มีแต่ความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจ "ปล่อยให้เธอไปกับไอ้โปรดิวเซอร์นั่นเพื่อไปเป็นหุ่นเชิดของค่ายเพลงงั้นเหรอ?" ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาร้อนผ่าว "เธอคิดว่าพวกมันหวังดีกับเพลงของเธอจริงๆ หรือไง มิน! พวกมันแค่อยากได้เพลงของเธอไปหากำไร แล้วก็เขี่ยเธอทิ้งเหมือนเศษกระดาษ!" "แล้วมันเรื่องอะไรของนายล่ะ!" มินเงยหน้าขึ้นตะโกนใส่ผม น้ำตาเม็ดหนึ่งหยดเผาะลงบนหลังมือผมที่ยังกุมข้อมือเธออยู่ ความร้อนของมันแผดเผาผิวเนื้อผมจนชาหนึบ "ฉันจะไปไหน จะทำอะไรกับเพลงของฉัน มันก็ชีวิตฉัน! นายจะมาเดือดร้อนแทนทำไมวะคีย์ หรือว่า..." มินชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับเพิ่งตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้คำด่าทออันรุนแรงของผม ไดอะล็อกคมกริบระหว่างเราหยุดชะงักลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิด หัวใจของผมเต้นโครมครามจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราเหลือเพียงแค่คืบเดียว แววตาดุดันของมินแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนระคนตกใจ "หรือว่าอะไร..." ผมถามเสียงแหบพร่า โน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริก "คิดว่าฉันหึงเหรอ มิน?" ไม่มีเสียงตอบรับจากริมฝีปากคู่นั้น มีเพียงนัยน์ตาที่ไหวระริกสะท้อนเงาของผมลงไปอย่างชัดเจน ความเงียบงันที่น่าอึดอัดกำลังจะถูกทำลายลงด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นตรงกันอย่างน่าประหลาด ทว่า... ในวินาทีที่ผมกำลังจะโน้มริมฝีปากลงไปปิดกั้นความดื้อรั้นของคนตรงหน้า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* "น้องมินครับ โปรดิวเซอร์ฝากบอกว่าเอกสารสัญญาพร้อมแล้วนะครับ เชิญด้านนอกหน่อยครับ" เสียงของไทด์ดังทะลุประตูเข้ามา ทำลายทุกบรรยากาศฟินจิกหมอนจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี! มินสะดุ้งสุดตัว ผลักอกผมออกเต็มแรงจนผมเซถลาถอยหลังไปสองก้าว เธอยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มลวกๆ ส่งสายตาซับซ้อนกลับมามองผมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังวิ่งพรวดพราดเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับไทด์ที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ด้านนอก โดยทิ้งผมให้ยืนค้างอยู่กลางห้องซ้อม พร้อมกับเสียงกีตาร์โปร่งที่ยังคงสั่นสะเทือนค้างคา... ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%