เสียงปรบมือสนั่นฮอลล์ยังก้องอยู่ในหูผมราวกับคลื่นทะเลที่ซัดเข้าฝั่งไม่หยุด แต่แปลก... ยิ่งเสียงเฮฮาและคำชมจากคนรอบข้างดังมากเท่าไหร่ ขาของผมมันก็ยิ่งอยากจะก้าวถอยหลังหนีมากเท่านั้น
"เฮ้ย ไอ้คีย์! เมึงเล่นโซโล่ท่อนสุดท้ายโคตรคูลเลยว่ะ มือตบเวทีแทบพัง!"
ไอ้กรณ์เพื่อนร่วมวงพุ่งเข้ามาตบไหล่ผมจนแรงกระแทกเกือบทำให้ปิ๊กกีตาร์ในมือร่วง ผมทำได้แค่หัวsัsแห้งๆ ยิ้มรับตามมารยาท แล้วรีบเบี่ยงตัวหลบสายตาชื่นชมที่ส่งมาเป็นระลอก ความรู้สึกอึดอัดแล่นพล่านขึ้นมาในอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง มันไม่ใช่ความภูมิใจ แต่มันคือความกลัว... ความกลัวว่าถ้าทุกคนรู้ว่าเพลงที่พวกเขาเพิ่งปรบมือให้เมื่อกี้ มันไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของผม ผมเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่แอบซ่อนปมด้อยไว้หลังสายสะพายกีตาร์เท่านั้นเอง
ผมก้มหน้าหมุนลูกบิดกีตาร์โปร่งในมืออย่างไร้จุดหมาย ตั้งใจจะปลีกตัวเดินเลี่ยงไปทางบันไดหนีไฟหลังเวที แต่จังหวะนั้นเอง...
"จะรีบหนีไปไหนล่ะคุณมือกีตาร์อัจฉริยะ"
เสียงใสๆ ที่ติดจะห้วนเล็กน้อยดังขึ้นตัดผ่านความวุ่นวาย มินยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ตรงทาง
เดินพอดี ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาทันคนและอ่านทะลุปรุโปร่งทุกความรู้สึก
ผมชะงักมือที่กำลังจะเก็บสายกีตาร์เข้ากระเป๋า เม้มปากแน่นก่อนจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่เธอตามเคย "ไม่ได้หนี ใครหนี? ว่าแต่เธอเถอะ ร้องเพี้ยนไปสองคีย์ตรงท่อนฮุก คิดว่าคนดูเขาไม่รู้หรือไง"
"ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะนายปากจัด" มินไม่โกรธแถมยังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากเธอมันชวนให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกถอดรหัส "ปากบอกว่าคนอื่นเพี้ยน แต่ตัวเองนั่นแหละ... มือสั่นจนสายกีตาร์แทบขาดตอนท่อนโซโล่ คิดว่าจะตบตาฉันได้คนเดียวหรือไงไอ้คุณคีย์"
คำพูดแทงใจดำทำเอาผมสะอึก ผมหลบสายตา มองเลยไปทางอื่นเพื่อซ่อนความร้าวรานในแววตา "เธอก็แค่คิดไปเอง... เพลงมันจบแล้ว งานก็ผ่านไปด้วยดี จะมาจับผิดอะไรนักหนา"
"ก็เพราะมันผ่านไปได้ด้วยดีนี่แหละ ฉันถึงต้องมาคุยกับนาย" สีหน้าของมินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและจริงใจในเวลาเดียวกัน "นายกำลังกลัวอะไรอยู่คีย์? กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าเพลงนั้นนายแต่งมันมาจากความเจ็บปวดจริงๆ หรือกลัวว่า... ตัวเองจะคู่ควรกับคำชมพวกนั้นวะ"
คำถามของเธอเหมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ผมเต็มแรง มันจุกจนพูดไม่ออก ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้มองทะลุเกราะป้องกันทุกชั้นที่ผมสร้างขึ้นมาได้ง่ายดายนักนะ
"เธอไม่เข้าใจหรอกมิน..." ผมพ่นลมหายใจออกทางจมูก น้ำเสียงที่พยายามทำเป็นแข็งกร้าวเมื่อครู่เริ่มสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว "ดนตรีของฉันมันก็แค่... เสียงสะท้อนของความห่วยแตก ฉันไม่อยากเอาความรู้สึกพังๆ ของตัวเองไปแปดเปื้อนความคาดหวังของใคร... โดยเฉพาะของเธอ"
ประโยคสุดท้ายผมเผลอหลุดปากออกไปด้วยความหงุดหงิดปนน้อยใจ แต่พอมันหลุดออกไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวก็เงียบลงทันที มินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบ
"นี่นาย..." มินก้าวเข้ามาประชิดตัวผมจนระยะห่างแทบไม่เหลือ กลื่นหอมจางๆ จากตัวเธอปะปนกับกลิ่นเหงื่อจากการแสดงสด "กำลังสารภาพว่าแคร์ความรู้สึกฉันว่างั้นเถอะ?"
"เปล่าสักหน่อย อย่ามโนน่า" ผมรีบถอยหลังก้าวหนึ่งแต่ติดกำแพงเข้าพอดี กลายเป็นว่าตอนนี้ผมถูกเธอล้อมกรอบเอาไว้โดยสมบูรณ์ ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่คืบเดียวจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
"ปากแข็งชะมัด" มินเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่สายสะพายกีตาร์ของผม ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนหลังมือผมที่กำรอบคอกีตาร์แน่น ความอุ่นร้อนจากมือเธอส่งผ่านเข้ามาจนผมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ถ้าคิดว่าเพลงของตัวเองมันแย่ ทำไมเวลาเล่น ถึงทำให้คนอื่นอินจนร้องไห้ตามได้ล่ะ? รวมถึงฉันด้วย..."
ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอกะทันหัน ดวงตาของมินไม่มีแววของการหยอกล้อเลยแม้แต่น้อย มันมีแต่ความจริงจังและประกายระยิบระยับที่ทำให้ผมรู้สึกราวกับถูกสะกดจิต
"คีย์... เลิกหนีเสียงดนตรีของตัวเองสักทีได้ไหม นายไม่ได้อยู่คนเดียวนะ"
คำพูดนั้น... เหมือนกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขประตูห้องมืดในใจผมให้เปิดออก ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมานานนับปีพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่คอหอย ผมอ้าปากเตรียมจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่อันตรายนี้
แต่ทว่า...
"อุ๊ย! ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าเอ่ย พอดีผมทำกระเป๋าตังค์ตกไว้แถวนี้..."
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นแทรกกลางอากาศ พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ไทด์' นักร้องนำวงคู่แข่งที่เดินดุ่มๆ เข้ามาหลังเวทีแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง มินสะดุ้งสุดตัวรีบผละออกห่างจากผมทันที ขณะที่ผมสบถในใจเบื้องล่างด้วยความหงุดหงิดที่กราฟอารมณ์กำลังพุ่งสูงแต่ดันถูกขัดจังหวะเข้าอย่างจัง
ไทด์ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้เราสองคนสลับกัน ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ผมด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แปลกๆ
"เอ่อ... คือว่านะ..." ไทด์ยิ้มแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาหัว "พอดีข้างนอกเขากำลังตามหามินกันให้วุ่นเลยว่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วน... เกี่ยวกับโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงดังที่มาดูพวกเราเล่นเมื่อกี้ อยากเจอตัวนักร้องนำเป็นการส่วนตัว"
มินขมวดคิ้วมุ่นทันที หันกลับมามองหน้าผมแวบหนึ่งด้วยความลังเล
ผมยืนนิ่ง หัวใจที่เต้นรัวจากบรรยากาศใกล้ชิดเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นวาบแปลกๆ โปรดิวเซอร์ค่ายเพลงดัง? เรื่องด่วน? และไอ้ท่าทีมีพิรุธของไทด์ที่จงใจเดินเข้ามาจังหวะนี้พอดิบพอดี มันหมายความว่ายังไงกันแน่...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้, คอร์ดรักกีตาร์โปร่งครับ
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 19
การแสดงครั้งแรกต่อหน้าผู้คน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!