เสียงสายสะพายกีตาร์กระทบกับหัวเข็มขัดดัง *กริ๊ก* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันในห้องซ้อมดนตรีใต้ถุนตึกคณะ ที่ตอนนี้เหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเดียว
"ถ้าจะเล่นให้มันห่วยแตกขนาดนั้น เอาเวลาไปนั่งคัดเลคเชอร์ประวัติศาสตร์ดนตรีซะยังจะมีประโยชน์กว่านะ, มิน"
น้ำเสียงกวนประสาทและประโยคเชือดเฉือนตามสไตล์คนปากร้ายดังขึ้นทันทีที่โน้ตตัวสุดท้ายของเพลงใหม่ที่มินเพิ่งแต่งจบเงียบลง คีย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังขาดๆ มุมห้อง นิ้วเรียวยาวดีดสายกีตาร์โปร่งตัวเก่งเล่นเป็นจังหวะกวนๆ สายตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยแววตานิ่งสนิท แต่ถ้าคนมองให้ลึกกว่านั้น... จะเห็นร่องรอยความกระวนกระวายใจบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา
มินวางปากกาในมือกระแทกกับโต๊ะเสียงดัง *ปัง!* เธอก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่เกรงกลัวความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเลยสักนิด ดวงตากลมโตจ้องเขม็งสวนกลับทันควัน
"ปากเสียแบบนี้ ชาตินี้ทั้งชาติคุณคงหาแฟนไม่ได้หรอกคีย์! ฉันแต่งออกมาได้แค่นี้แหละ ถ้ามันแย่นักก็เชิญเก่งคนเดียวไปเลยสิ ไม่ต้องมานั่งฟังให้รกหูหรอก!"
เธอหันหลังกลับเตรียมจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินหนีออกจากห้องด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมานาน ทว่า... สัมผัสอุ่นจัดที่ข้อมือซ้ายกลับรั้งเธอไว้ด้วยแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาด
"ใครบอกว่าฉันจะให้เธอเดินหนีล่ะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นใกล้กว่าที่คิด มินชะงัก หันกลับไปมองด้วยความตกใจเมื่อพบว่าคีย์ลุกขึ้นมาประชิดตัวเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แววตาซึนเดเระที่เคยใช้กวนประสาทเธอหายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความจริงจังที่สั่นไหวเล็กน้อย ซึ่งมันทำให้หัวใจของมินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
คีย์ปล่อยมือจากข้อมือเธอ เปลี่ยนเป็นถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับกำลังยอมจำนนต่ออะไรบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ในอกมานาน
"นั่งลงก่อนสิ... อย่าเพิ่งทำหน้ายักษ์ใส่ได้ไหม" เขายอมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติเกือบแปดส่วน ซึ่งมันแปลกจนมินต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความระแวง
แม้จะยังฮึดฮัดอยู่ในลำคอ แต่มินก็ยอมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดิมโดยมีคีย์นั่งลงข้างๆ ระยะห่างที่ลดลงเหลือแค่เพียงคืบทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางจางกลิ่นไม้กฤษณาและฝุ่นจางๆ จากสายกีตาร์ลอยเข้าจมูก ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงแอร์เก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นผิดจังหวะ
"ที่ฉันพูด... ไม่ได้หมายความว่าเพลงของเธอแย่" คีย์เริ่มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตาทอดมองไปยังกีตาร์โปร่งในมือที่วางพิงอยู่กับผนัง "ท่วงทำนองของเธอมันซื่อสัตย์เกินไปต่างหาก... ซื่อสัตย์จนเกินไปจนมันไปขุดคุ้ยเรื่องที่ฉันไม่อยากนึกถึงขึ้นมา"
มินหันไปมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่ม ภายใต้แสงไฟสลัวสันจมูกโด่งเป็นคมและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยทำให้เขาดูเปราะบางอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่คีย์คนปากร้ายที่ชอบหาเรื่องเธอทุกครั้งที่เจอหน้า แต่นี่คือ "คีย์" คนที่เต็มไปด้วยกำแพงหนาทึบที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง
"เรื่องครอบครัวเธอกับคุณพ่อ... เหรอ?" มินเอ่ยถามเสียงเบา ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนุ่มนวลที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและไร้ซึ่งความสุข
"ครอบครัวเหรอ? คำนี้มันกว้างเกินไปสำหรับฉันนะมิน... สำหรับฉัน มันมีแค่บ้านหลังใหญ่ที่ว่างเปล่า เสียงเปียโนราคาแพงที่บรรเลงโดยคนที่ไม่ได้รักเสียงเพลงจริงๆ และประตูห้องที่ถูกล็อกกลอนเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุสิบขวบ"
ดวงตาคมกริบที่เคยพยศหันกลับมาสบตากับมินเป็นครั้งแรก แววตานั้นไหววับและสะท้อนความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน มินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกหนับหน่วงพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจเมื่อเห็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากของคนตรงหน้า
"พ่อฉันเป็นนักธุรกิจที่มองทุกอย่างเป็นตัวเลข... ดนตรีในสายตาเขาไม่ใช่ศิลปะ แต่มันคือเครื่องประดับสังคม คือสิ่งที่เอาไว้โชว์หน้าแขกเหรื่อในงานเลี้ยงหรูหรา แม่ฉันเหรอ? ท่านเลือกที่จะเดินออกจากบ้านหลังนั้นในวันที่ฉันอายุสิขวบ ทิ้งฉันไว้กับเปียโนหลังใหญ่และข้อตกลงทางธุรกิจที่เรียกว่า 'ครอบครัว'..." คีย์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน "วันที่ฉันเลือกหยิบกีตาร์โปร่งตัวเก่าๆ แทนที่จะเป็นเปียโนคลาสสิกราคาแพง... นั่นคือวันแรกที่ฉันกลายเป็นคนนอกในบ้านหลังนั้น"
ความลับที่ถูกเก็บงำไว้ในส่วนลึกที่สุดถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อย น้ำเสียงของคีย์ราบเรียบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ยังไม่ตกสะเก็ด มินเอื้อมมือออกไปโดยไม่ทันได้คิด ไตร่ตรอง หรือยับยั้งชั่งใจ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสลงบนหลังมือของคีย์ที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
สัมผัสอุ่นจากเธอดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างที่ทำให้คีย์สะดุ้งเล็กน้อย เขาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองมือของเธอก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ
"ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใคร... แม้แต่ไอ้กรณ์หรือไอ้โบ๊ทเพื่อนสนิทในวงก็ไม่รู้ลึกขนาดนี้" คีย์กระซิบเสียงพร่า ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว The atmosphere in the room shifted instantly, heavy with an unspoken emotion that was far more dangerous than any argument they'd ever had. "เธอเป็นคนแรก... มิน"
มินรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน คำว่า "คนแรก" จากปากของคนปากแข็งอย่างคีย์มันมีน้ำหนักมากพอที่จะพังทลายกำแพงทุกอย่างที่เธอก่อไว้
"เพราะงั้น..." คีย์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มืออีกข้างที่ว่างอยู่ยื่นขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มของให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาและทะนุถนอมจนมินแทบลืมหายใจ "เวลาที่เธอร้องเพลงที่แต่งขึ้นมาจากความรู้สึกจริงๆ แบบนั้น มันเลยทำให้ฉัน... เกลียดตัวเองที่รู้สึกอินไปกับมัน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกมองทะลุปรุโปร่งโดยผู้หญิงปากจัดอย่างเธอ"
"นี่คุณ..." มินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระส่ำ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ชมหรือด่าฉันเนี่ยหะ"
คีย์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แท้จริงครั้งแรกที่มินเคยได้ยิน รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นทำให้ประกายตาของเขาสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมันทำลายความหมองห้ำทั้งหมดในห้องซ้อมนี้ลงในพริบตา
"ก็ชมในแบบของฉันสิ... หรือเธออยากให้ฉันพูดคำหวานเลี่ยนๆ แบบพวกพระเอกนิยายน้ำเน่าล่ะ หึ" เขายังคงไม่วายหยิกกัดตามนิสัยเดิม แต่สายตากลับอ่อนโยนลงอย่างปิดไม่มิด
มินเบะปากใส่ หมั่นไส้กับความปากแข็งที่ไม่เคยเปลี่ยนของเขา แต่แทนที่จะถอยหนี เธอกลับขยับเข้าไปใกล้เขามากขึ้นจนหน้าผากเกือบจะชนกัน แววตาซุกซนฉายประกายท้าทายตามประสาคนไม่ยอมคน
"ถ้าไม่พูดคำหวาน... งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิว่าที่คุณพูดมาทั้งหมดเมื่อกี้ มันไม่ใช่แค่คำแก้ตัวเพราะกลัวเพลงฉันดังกว่าคุณ"
คีย์ชะงัก ลลมหายใจของเขาสะดุดกึกเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขานั้นเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังท้าทายเขาก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาประกายระยิบระยับของหญิงสาว
"ท้าทายเหรอ... มิน" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด มือใหญ่ที่เกลี่ยปอยผมเมื่อครู่เลื่อนลงมาประคองข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือลูบไล้เบาๆ ที่โหนกแก้ม ทำเอาสติของมินกระเจิดกระเจิงไปหมด
ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเคลื่อนเข้าหากันจนเกือบจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
*แอ๊ดดดด—!*
เสียงประตูห้องซ้อมที่ไม่ได้ปิดล็อกถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยิน
"ไอ้คีย์! ไอ้10ล้อ! พวกกูซื้อน้ำมาฝาก... เฮ้ย! พวกมึงทำอะไรกันวะ?!"
กรุณาติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจังหวะหัวใจในบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์ที่ขยับเข้าใกล้กันอีกนิดจะพาพวกเขาไปเจอกับบททดสอบใดในตอนหน้าครับ
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 18
คนปากแข็งกับความลับที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!