กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 17

ระยะห่างที่หายไป

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าจัดกระเป๋าแค่นี้แล้วบอกว่าเสร็จ นายควรเอาสมองส่วนที่ใช้เลือกกีตาร์ไปใส่ไว้ในการจัดระเบียบชีวิตบ้างนะ คีย์" เสียงทุบกระเป๋าเดินทางเบาๆ พร้อมกับถุงผ้าใส่สายกีตาร์สำรองที่ถูกโยนลงบนฟูกนอน คือการปรากฏตัวที่ไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความอึดอัดในเต็นท์หลังใหญ่ประจำค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนชนบทแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย มินยืนกอดอกพิงเสาโครงสร้างเต็นท์ ปรายตามองร่างสูงของมือกีตาร์อัจฉริยะที่กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่กับกองสัมภาระของตัวเองด้วยสีหน้าเหนือกว่าเล็กน้อย คีย์เงยหน้าขึ้นจากเคสกีตาร์โปร่งคู่ใจ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบผมยุ่งเหยิงตวัดมองเจ้าของเสียงทันควันตามสัญชาตญาณนักปะทะฝีปาก "ปากดีแบบนี้ ตั้งแต่ลงรถตู้มายังไม่ได้โดนฉันบ่นซنสิยาสินะ มิน... เต็นท์โครงการเขาก็จัดสรรตามโควตา จะให้ฉันไปกางนอนกลางสนามหญ้าให้ยุงหามเล่นหรือไง" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดแต่แฝงไว้ด้วยความรำคาญกลบเกลื่อนความกระวนกระวายใจบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย "ใครจะไปไล่นายกันล่ะ แค่จะบอกว่า... เต็นท์มันแคบกว่าที่คิดตั้งเยอะ แล้วนายดันขนของมาพะรุงพะรังเป็นคุณหนูตกยากแบบนี้ ที่ทางฉันจะเหลือตรงไหนเล่า" มินย่นจมูกใส่ด้วยความหมั่นไส้ ขยับตัวถอยหลังไปนิดเมื่อร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนความกดอากาศรอบตัวดูเหมือนจะลดฮวบลงอย่างกะทันหัน พื้นที่ภายในเต็นท์ผ้าใบกันน้ำขนาดกลางถูกแบ่งครึ่งด้วยสัมภาระและถุงนอนสองชุดอย่างละครึ่ง ความจริงมันไม่ได้แคบจนน่าอึดอัดสำหรับคนทั่วไป แต่เมื่อเป็นพื้นที่ปิดตายที่มีคนปากจัดสองคนมาติดแหง็กอยู่ร่วมกันท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบค่ายพักแรมยามค่ำคืน มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนออกซิเจนในนี้ลดลงครึ่งหนึ่งโดยไม่มีสาเหตุ คีย์ก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกก้าวหนึ่ง จนมินต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่สมุนไพรผสมกับกลิ่นอายแดดและฝุ่นจางๆ จากการเดินทางลอยเข้ามาแตะจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่มักจะทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอรวนเรทุกทีที่เข้าใกล้ในระยะประชิด "กลัวฉันรึไง ยัยปากเก่ง" คีย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่ปลายผมจรดปลายนิ้วที่ประสานกันแน่นตรงหน้าอกของอีกฝ่าย "ถอยไปสิ ฉันจะเอาเคสกีตาร์ไปวางชิดมุม ไม่ได้จะไปกินหัวเธอสักหน่อย" "ใครกลัว! แค่กลัวเชื้อโรคจากคนปากเสียต่างหากเล่า หลบไปเลยนะ" มินสะดุ้งสุดตัว รีบดีดตัวถอยหลังจนสะโพกไปกระแทกกับกระเป๋าเดินทางอีกใบจนเกือบเสียหลักล้ม แต่ไวกว่าความคิด มือหนาของคนที่ถูกหาว่าปากเสียกลับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอแล้วดึงรั้งเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณเพื่อป้องกันไม่ให้เธอล้มหน้าคะมำลงไปบนพื้นหญ้า พรึบ! แรงดึงทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันในระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว มินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอีกดวงที่ดังสะท้อนผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของเสื้อยืดที่แนบชิดกัน ตึ้ก... ตั้ก... ตึ้ก... ตั้ก... มันดังเสียจนไม่รู้ว่าเป็นเสียงหัวใจของเธอ หรือของคนตรงกันแน่ที่กำลังเต้นรัวเร็วจนน่ากลัว คีย์ชะงักค้างไปเช่นกัน ดวงตาคมกริบก้มมองสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดแบบไม่ได้ตั้งตัวนี้ทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดทั้งวันจนพังทลายลงในพริบตา ปลายนิ้วที่ยังคงกุมต้นแขนเรียวไว้เผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากผิวเนื้อผ่านทะลุเนื้อผ้าส่งตรงความรู้สึกวูบวาบไปทั่วร่าง "ปล่อยได้แล้ว..." เสียงของมินเบาหวิวราวกับกระซิบ ความมั่นใจทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวที่ซ่อนไม่มิดในน้ำเสียง "เธอ... ยืนเองสิ" คีย์กระซิบตอบเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยแต่ไม่ยอมขยับตัวถอยหนี เขายังคงมองค้างอยู่ที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าของหญิงสาว ความเงียบงันภายในเต็นท์เริ่มถักทอบรรยากาศหวานละมุนและอันตรายขึ้นมาเงียบๆ ราวกับเสียงเพลงที่กำลังบรรเลงท่วงทำนองช้าๆ บีบคั้นหัวใจคนฟังทีละนิด ไม่มีใครขยับเขยื้อน ราวกับว่าแรงโน้มถ่วงของโลกในรัศมีหนึ่งเมตรนี้ถูกดึงดูดไว้ด้วยแรงบางอย่างที่ทรงพลังเกินกว่าจะต้านทาน มินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอีกครั้ง ความดื้อรั้นในแววตาถูกแทนที่ด้วยประกายความสับสนที่ชวนให้คนมองอยากจะกลั่นแกล้งและปลอบประโลมไปพร้อมๆ กัน คีย์เลื่อนสายตาจากดวงตาคู่สวยลงมามองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเผลอไผล ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงโดยสัญชาตญาณ... ใกล้จนกระทั่งปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ติ๊ด... เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคีย์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันราวกับเสียงระฆังปลุกสติ ทั้งคู่สะดุ้งราวกับถูกไฟช็อต มินรีบใช้มือดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างแล้วกระโดดผละถอยหลังไปตั้งหลักที่มุมเต็นท์ฝั่งตรงข้ามทันที ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด ขณะที่คีย์เองก็ยกมือขึ้นเสiผมตัวเองลวกๆ หันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีจางๆ และอาการหายใจติดขัดของตัวเอง "เอ่อ... ดึกแล้ว นายควรนอนได้แล้วมั้ง พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปช่วยเด็กๆ ทาสีอาคารเรียนอีก" มินเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้เป็นปกติที่สุด แต่หางเสียงยังคงสั่นน้อยๆ คีย์หันกลับมามองเธอด้วยหางตา ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พยายามดึงมาดกวนประสาทกลับมากลบเกลื่อนความวุ่นวายในอก "รู้แล้วน่า ไม่ต้องมาสั่ง... รีบนอนไปเลย ยัยเตี้ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ทันฉันจะไม่ปลุกนะ" พูดจบ เจ้าตัวก็ทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้ทันทีโดยไม่รอคำตอบ ปล่อยให้มินนั่งกอดเข่ามองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ค่ำคืนในเต็นท์หลังน้อยท่ามกลางเสียงลมหนาวและธรรมชาติรอบกายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แต่จังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำของทั้งคู่ กลับบอกชัดเจนแล้วว่า... ระยะห่างระหว่างพวกเขานับจากวินาทีนี้ ได้เปลี่ยนไปตลอดกาลเสียแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจังหวะหัวใจในบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์ที่ขยับเข้าใกล้กันอีกนิดจะพาพวกเขาไปเจอกับบททดสอบใดในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%