กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 16

วันหยุดที่ไม่ได้หยุด

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าเธอดีดคอร์ด C เมגอร์ผิดอีกรอบเดียว ฉันจะยึดปิ๊กตัวนี้แล้วเอาไปทำพวงกุญแจแจกเด็กดอยจริงๆ ด้วยนะมิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ้าวของเด็กๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านบนดอยไกลปืนเที่ยง คีย์ขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวดีดสายกีตาร์โปร่งในมือเป็นตัวอย่างรอบหนึ่งด้วยจังหวะที่คมกริบและสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองมาที่หญิงสาวเจ้าของไมโครโฟน มินย่นจมูกใส่ทันทีอย่างไม่มีใครยอมใคร เธอกอดอกแน่นจนเสื้อยืดสีขาวลายค่ายอาสาแนบไปกับสัดส่วน "ปากจัดเป็นหมาเลยนะคีย์ นี่ยังไม่ชินอีกเหรอว่าฉันถนัดกีตาร์ไฟฟ้ามากกว่า คอร์ดโปร่งบ้าบออะไรเนี่ย เจ็บนิ้วจะตายอยู่แล้ว" "ก็เพราะไม่ชินถึงต้องให้ซ้อมไงครับ หรืออยากจะไปยืนหน้าห้องเรียนแล้วร้องเพลงเพี้ยนๆ ให้เด็กๆ หัวเราะเล่น?" คีย์สวนกลับทันควัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "ไหน ส่งนิ้วมาดูซิ เจ็บตรงไหนนักหนา" น้ำเสียงประโยคหลังถึงจะยังติดความดุ แต่แววตาของมือกีตาร์อัจฉริยะกลับไหววับด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด มินชะงักไปนิด เธอรู้จักคีย์ดี ผู้ชายปากร้ายที่ชอบทำหน้าเป็นตูดหมึกคนนี้ แท้จริงแล้วพกความใส่ใจมาเต็มกระเป๋าเป้ใบโตตลอดเวลา ตั้งแต่ขึ้นรถกระบะฝ่าทางโค้งร้อยกว่าโค้งมาถึงที่นี่ เขาเป็นคนจัดการเตรียมอุปกรณ์ดนตรีทั้งหมด ตรวจเช็คสายกีตาร์ทุกเส้น และคอยกำชับให้เธอดื่มน้ำอุ่นเพื่อรักษาเส้นเสียงอยู่เสมอ "ไม่ต้องมาทำเป็นตรวจสุขภาพมือเลย นายแค่อยากหาเรื่องบ่นฉันมากกว่ามั้ง" มินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย "รู้ทันน่า..." คีย์พึมพำเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงอ่อนลงโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีเด็กๆ อยู่ในระยะประชิด พวกเขาหลบมุมมานั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่หลังอาคารเรียนไม้เก่าๆ ลมภูชียามบ่ายพัดโชยกลิ่นไอฝนและดินจางๆ เข้ามาปะทะจมูก บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงจากความวุ่นวายในช่วงเช้า มือหนาเอื้อมไปคว้ากระเป๋าผ้าใบเล็กของตัวเอง หยิบหลอดพาสเตอร์ยาและครีมทาแก้ฟกช้ำออกมาอย่างไร้คำอธิบาย ก่อนจะดึงข้อมือของมินเข้าไปใกล้ตัวอย่างถือวิสาสะ "เฮ้ย! จะทำอะไรเนี่ย" มินสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมัน "อยู่นิ่งๆ สิครับ มือระบำไมค์ของวงถ้าเกิดพังขึ้นมา ใครจะมาร้องเพลงคู่กับฉันล่ะ" คีย์พูดเสียงเรียบ แต่ก้มลงบรรจงติดพาสเตอร์ยาตรงปลายนิ้วที่ขึ้นรอยแดงจากการฝึกซ้อมอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของเขาไล้ผ่านผิวเนื้อ ทำให้มินเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว แสงแดดช่วงบ่ายที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาตกกระทบลงบนแพขนตางอนและสันจมูกโด่งเป็นคมของคีย์ ทำให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ดูมีเสน่ห์จนอันตรายต่อหัวใจอย่างยิ่ง มินกวาดสายตามองใบหน้านั้นอย่างเผลอไผล ผู้ชายที่ชอบทำตัวเหมือนเม่นมีหนามแหลมคอยทิ่มแทงคนอื่น แท้จริงแล้วกลับซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ลึกจนน่าใจหาย "มองหน้าฉันแบบนี้... ตกหลุมรักรึยังล่ะครับคุณนักร้องนำ" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความจริงจังที่ทำเอาอุณหภูมิบนใบหน้าของมินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว "ใครตกหลุมรักนาย... หลงตัวเองชะมัด" มินรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอย วามแดงก่ำบนพวงแก้ม พร้อมกับสะบัดมือออกเบาๆ "เสร็จแล้วก็ปล่อยได้แล้วน่า จะไปดูเด็กๆ ต่อ" "เดี๋ยวก่อนสิ" คีย์คว้าชายเสื้อยืดของเธอเอาไว้เบาๆ ไม่ยอมให้ลุกหนี ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ พื้นที่ใต้ร่มไม้ตรงนั้นแคบลงทันตาเห็นเมื่อกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ของความเป็นผู้ชายลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "อะไรอีกเล่า..." มินหันกลับมาทำเสียงดุกลบเกลื่อนความประหม่า "เพลงที่เราจะใช้เล่นกับเด็กๆ เย็นนี้... ท่อนฮุกอันนั้นน่ะ" คีย์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ที่เธอแต่งเพิ่มเมื่อคืน... มันดีมากเลยนะมิน" คำชมที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาคนที่มั่นใจในตัวเองสูงอย่างมินถึงกับไปไม่เป็น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวยิ่งกว่าตอนขึ้นเวทีคอนเสิร์ตครั้งแรกเสียอีก ตลอดมาเธอมักจะไม่ค่อยมั่นใจในทักษะการแต่งเพลงของตัวเอง มักจะคิดว่ามันยังดีไม่พอ ยังทัชใจคนฟังไม่มากพอ แต่พอคำชมนั้นมาจากปากของคีย์ มือกีตาร์อัจฉริยะผู้มีมาตรฐานสูงลิ่ว... มันกลับมีค่ามากกว่าคำชมจากใครทั้งหมดในโลก "พูดจริงเหรอ?" มินถามเสียงเบา ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความคาดหวังและประกายความดีใจที่ปิดไม่มิด "ฉันไม่เคยโกหกเรื่องดนตรี... และไม่เคยโกหกเรื่องความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน" คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำ และจริงจังจนน่าตกใจ มือหนายื่นออกไปทัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาข้างแก้มของเธอให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นหยุดเวลาทุกอย่างรอบตัวให้หมุนช้าลง มินค้างเติ่งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับประโยคบอกเล่าที่ซ่อนความนัยอันตรายเมื่อครู่ เคมีระหว่างพวกเขาสั่นไหวรุนแรงราวกับเสียงคอร์ดกีตาร์ที่ถูกดีดอัดแน่นด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เก็บงำมานาน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังพุ่งทะยานสู่จุดฟินระดับสูงสุดจนริมฝีปากของทั้งคู่ค่อยๆ ขยับเข้าหากันอย่างลืมตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโهاยโฮกของเด็กชายตัวแสบประจำค่ายก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะทันควัน "พี่คีย์! พี่มิน! ผอ.โรงเรียนเรียกประชุมด่วนครับ! มีเรื่องด่วนเรื่องเครื่องเสียง!" คีย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย ขณะที่มินรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนหน้าแดงแจ๋ จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยความลốngลาน ทว่าก่อนที่คีย์จะลุกตาม แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็แผดเสียงขึ้น หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด... สายที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมือกีตาร์หนุ่มหุบลงฉับพลัน พร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที มินหันกลับไปมองสีหน้าของคีย์ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความสงสัยวาบขึ้นในอก "ใครโทรมาเหรอคีย์?" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่เขาไม่อยากเอ่ยปากพูดออกมา "ไม่มีอะไร... ไปกันเถอะ" แต่สายตาที่มองข้ามไหล่ของมินไปยังกลุ่มคนที่เพิ่งเดินมาสมทบใหม่ ทำให้หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแฟชั่นที่ไม่เข้ากับบรรยากาศดอยสูงแม้แต่น้อย กำลังก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี—บุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่... และไม่มีวันควรอยู่ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจังหวะหัวใจในบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าการปรากฏตัวครั้งนี้จะพลิกผันความสัมพันธ์ของพวกเขาไปในทิศทางไหนในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%