กระดาษโน้ตเปล่าๆ แผ่นหนึ่งบนโต๊ะซ้อมดนตรีไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความจริงที่ว่า มินกำลังตันสนิท
"โธ่เว้ย!"
หญิงสาวขยำกระดาษแผ่นที่สิบสองทิ้งลงถังขยะอย่างหัวเสีย เสียงกระดาษยับยู่ยี่สะท้อนความหงุดหงิดในอกจนแทบอยากจะเอาหัวโขกผนังห้องซ้อมให้รู้แล้วรู้รอด ใกล้ถึงเดดไลน์ส่งเพลงรอบคัดเลือกของชมรมดนตรีเข้ามาทุกที แต่ทว่าท่วงทำนองในหัวเธอกลับว่างเปล่า ราวกับสมองถูกลบความทรงจำทางดนตรีไปจนเกลี้ยง มินถอนหายใจยาวเหยียด ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า ความมั่นใจที่เคยมีมาตลอดเริ่มสั่นคลอน หรือที่ผ่านมาเธอเป็นได้แค่ "นักร้อง" ที่เอาแต่ร้องเพลงของคนอื่น โดยไม่มีทางสร้างสรรค์อะไรที่เป็นของตัวเองได้เลยจริงๆ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของคีย์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องกีตาร์โปร่งคู่ใจ สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทและติดจะรำคาญใจนิดๆ ตามแบบฉบับพ่อหนุ่มซึนเดเระประจำคณะ
"ยังนั่งทำหน้าเหมือนปลาทูเค็มอยู่อีกเหรอ" คีย์เปิดฉากทักด้วยน้ำเสียงกวนประสาททันทีที่ก้าวเข้ามา "นึกว่านั่งสมาธิบรรลุอรหันต์ไปแล้วซะอีก"
มินตวัดสายตาคมกริบมองค้อนทันควัน ปากเก่งๆ รีบสวนกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ถ้าว่างมากนักก็เอาเวลาไปตั้งสายกีตาร์ของนายเถอะคีย์ ฉันไม่ได้ต้องการคำวิจารณ์ไร้สาระตอนนี้"
"ใครว่าฉันจะมาวิจารณ์เธอ" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เดินตรงมาที่โต๊ะแล้วโยนแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลเล่มหนึ่งลงตรงหน้ามิน "แค่ผ่านมาเห็นกองขยะกระดาษบนพื้นแล้วเวทนา กลัวว่าคนแถวนี้จะเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกตายก่อนจะได้ขึ้นเวที"
มินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เธอเหลือบมองแฟ้มบนโต๊ะสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่ม "นี่อะไร?"
"ก็กระดาษทิชชูซับน้ำตาคนอกหักทางดนตรีมั้ง ถามได้" คีย์เบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ใบหูของเขาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดแม้จะพยายามทำเป็นตีหน้าตาย "เปิดดูสํา... ถ้าไม่อยากให้ผลงานมันออกมาห่วยแตกจนขายหน้าคนทั้งมหาลัย"
มินกัดริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ในความปากร้ายของเขา แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะความอีโก้ เธอเอื้อมมือไปเปิดแฟ้มสีน้ำตาลออกช้าๆ
ทันทีที่สายตาปะทะกับบรรทัดโน้ตเพลงและตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ ลมหายใจของมินก็สะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกของหญิงสาว
มันไม่ใช่แค่ท่วงทำนองธรรมดา... แต่มันคือโน้ตดนตรีที่เธอเคยฮัมมันเล่นๆ ระหว่างนั่งรอรถเมล์เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นเมโลดี้ที่เธอคิดว่ามันคงไม่มีทางเอามาเรียบเรียงต่อได้ แต่ตอนนี้... มันถูกถักทอขึ้นมาใหม่ด้วยคอร์ดกีตาร์ที่สมบูรณ์แบบ ทุกลงตัว โอบอุ้ม และเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปของเธอได้อย่างน่าประหลาด
ยิ่งอ่านท่วงทำนองนั้นลึกซึ้งเท่าไหร่ ขอบตาของมินก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาเท่านั้น มันเป็นทำนองที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ภายใต้ความดิบกระด้าง ราวกับตัวตนของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้
"นี่มัน..." มินเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงด้วยแววตาที่สั่นระริก เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอ "นายเอามาจากไหน..."
คีย์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจี้ด้วยสายตาจริงจัง เขาหันกลับมาทำหน้าบึ้งตึงใส่ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า มือหนายกขึ้นเกาต้นคอแก้เขิน "มองอะไรเล่า! หน้าฉันมีโน้ตเพลงแปะอยู่หรือไง"
"ฉันถามว่า... นายเอาท่วงทำนองนี้มาจากไหน คีย์" มินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเธอจริงจังจนไม่มีเค้าลางของการหยอกล้อ "นี่มันเมโลดี้ที่ฉัน... ฮัมเล่นคนเดียวเมื่อวันก่อน นายแอบฟังฉันเหรอ?"
"ใครจะไปว่างแอบฟังเธอเพ้อเจ้อ" คีย์รีบปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ดวงตาคมหลบวูบไม่กล้าสบตาตรงๆ "ก็แค่เดินผ่านแล้วบังเอิญได้ยิน... แล้วเห็นว่ามันทุเรศดี เลยช่วยสงเคราะห์แก้ให้มันฟังเข้าท่าขึ้นก็เท่านั้นเอง อย่าคิดเข้าข้างตัวเองให้มันมากนักเลยน่ามิน"
คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบนั้นไม่ได้ผลกับมินแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มทีละก้าว สายตาคมกริบจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีปากแข็งนั่น
"ปากแข็ง" มินกระซิบเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "ปากบอกว่าทุเรศ ปากบอกว่าแค่สงเคราะห์ แต่นายใช้เวลาเรียบเรียงมันจนดึกดื่นใช่ไหมล่ะ... ขอบตาดำเป็นแพนด้าขนาดนั้น คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงห๊ะ"
คีย์ชะงักไปชั่ววินาที สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่พังทลายลงเล็กน้อยเมื่อถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องโดยมีมินก้าวตามมาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง
"I... เปล่าสักหน่อย" คีย์ยังคงดึงดันเสียงแข็ง แต่ใบหูและลำคอที่แดงก่ำกลับทรยศคำพูดของเขาอย่างสิ้นเชิง "ก็แค่... รำคาญเสียงร้องเพี้ยนๆ ของเธอเวลานอนไม่หลับต่างหากเล่า"
มินหยุดยืนห่างจากเขาแค่คืบเดียว กลิ่นอายความเป็นตัวตนของคีย์และกลิ่นน้ำหอมจางๆ ลอยแตะจมูก หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความซึนเดเระที่แสนจะน่าหมั่นไส้ของคนตรงหน้ากลับสร้างความรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก
"ขอบใจนะ"
เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ห้องทั้งห้องเงียบสนิท คีย์ชะงักค้าง ดวงตาคมโตมองสบตากับหญิงสาวตรงหน้าเป็นครั้งแรกอย่างไร้ข้อแก้ตัว
มินยกแฟ้มกระดาษในมือขึ้นระดับอก รอยยิ้มจริงใจที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าสวย "เพลงนี้... มันดีมาก ดีจนฉันเกลียดนายไม่ลงเลยจริงๆ คีย์"
คีย์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจในอกเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขากำมือแน่นเพื่อระงับความประหม่า ก่อนจะเค่นเสียงกลบเกลื่อนตามนิสัยเดิม "รู้ตัวก็ดี... งั้นก็รีบเอาไปซ้อมซะ อย่าทำให้เพลงที่ฉันเสียเวลาแต่งมันต้องพังคามือเธอเด็ดขาดล่ะ"
พูดจบ คีย์ก็เบี่ยงตัวเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องเพื่อหลบเลี่ยงสถานการณ์ชวนใจเต้นนี้ แต่ทว่า...
แกร็ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นพร้อมกับการผลักเปิดเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งคีย์และมินต้องหันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ
"อ้าว คีย์ อยู่ในนี้ด้วยเหรอ ฉันหากลุ่มตั้งนาน..."
เสียงใสๆ ของบุคคลที่สามดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างบางของ "พิม" ดาวคณะศิลปกรรมที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มสดใส แต่รอยยิ้มนั้นกลับต้องชะงักค้างทันที เมื่อเห็นภาพของคีย์และมินที่ยืนประชิดติดกันชนิดที่แทบจะสิงร่างอยู่แล้วในห้องซ้อมที่ปิดทึบ
มินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผละถอยหลังออกมาจากคีย์ทันทีราวกับโดนไฟช็อต ขณะที่คีย์เองก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเสี้ยววินาทีสำคัญ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจังหวะหัวใจในบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนนี้จะพาพวกเขาก้าวไปสู่ทิศทางไหนในตอนหน้าครับ
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 15
เพลงนี้เพื่อเธอ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!