เสียงหัวingคิกคักที่ดังลอดผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ไม่ได้ทำให้คีย์สนใจแม้แต่น้อย... หรือเขาพยายามจะทำให้ตัวเองเชื่อแบบนั้นอยู่กันแน่นะครับ
ปลายนิ้วหนากดน้ำหนักลงบนสายกีตาร์โปร่งทรงเดรดนัทตัวโปรด เสียงคอร์ด G ปรับแต่งพิเศษดังสะท้อนก้องห้องซ้อมดนตรีขนาดเล็กของชมรม แต่แทนที่จะเป็นท่วงทำนองอันลื่นไหล โน้ตเพลงกลับสะดุดกึกราวกับเครื่องยนต์ที่น้ำมันใกล้หมด
“ฮั่นแน่... คีย์ นายนี่มันหูทิพย์หรือไง เล่นผิดคีย์เดิมซ้ำซากมาสามรอบแล้วนะ”
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ มือกลองประจำวงเอ่ยแซะขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาสมทบ ขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งเช็ดไม้กลองอยู่มุมห้อง คีย์ตวัดสายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนมองเพื่อนสนิททันที ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นสามระดับโดยอัตโนมัติ
“ฉันแค่วอร์มนิ้ว แกหูฝาดไปเองมากกว่ากรณ์” คีย์ตอบเสียงห้วน สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน
“เหรอ... หูฝาด แต่ตานี่ไม่ได้ฝาดนะ” กรณ์พยักเพยิดใบหน้าไปทางโซฟาสีแดงก่ำมุมห้อง ซึ่งเป็นอาณาเขตของมิน นักร้องนำสาวสุดมั่นประจำวง ร่างบางในเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์กำลังนั่งไขว่ห้าง หัวเราะคิกคักอยู่กับการแชทในมือถืออย่างออกรส โดยมีหนุ่มต่างคณะจากชมรมภาพยนตร์ ดีกรีเดือนคณะนิเทศฯ ยืนส่งยิ้มพิมพ์ใจอยู่ข้างกายไม่ห่าง
มินเงยหน้าขึ้นจากจอเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววระยิบระยับอย่างคนอารมณ์ดี เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้ม ก่อนจะหันไปพยักหน้ารับคำชวนของพ่อหนุ่มเดือนคณะที่เอ่ยปากชวนไปทานกาแฟหลังเลิกซ้อม
“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวเสร็จนี่มินเคลียร์คิวแป๊บนะ นัดเจอที่โรงอาหารคณะได้เลย”
เสียงใสๆ ที่หลุดลอดออกมา ทำเอาคีย์รู้สึกเหมือนมีใครเอาคอร์ดกีตาร์มารัดคอจนหายใจไม่ออก เขากดสายกีตาร์แรงขึ้นอีกนิดจนเส้นโลหะบาดปลายนิ้ว แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความหึงหวง... คีย์บอกตัวเองแบบนั้นเป็นรอบที่ร้อยของวัน เขาเป็นพวกซึนเดเระตัวพ่อ ใครจะไปยอมรับล่ะครับว่าไอ้ท่าทางดี๊ด๊านั่นมันกำลังทำให้เขาอยากเดินเข้าไปคว้าข้อมือเล็กๆ นั้นแล้วลากตัวออกจากห้องซ้อมชะมัด
“อ้าว มิน จะไปไหนเหรอครับ ซ้อมยังไม่ทันจบเซ็ตเลยนะ” คีย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทจนเกือบจะเย็นชา แต่แฝงรังสีความหงุดหงิดไว้เต็มพิกัด
มินชะงักมือที่กำลังเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดผมยาวสลวยไปด้านหลังด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจตามสไตล์ “อ๋อ พอดีมีธุระสำคัญน่ะค่ะ คีย์ซ้อมต่อคนเดียวไปก่อนเลยก็ได้มั้งคะ เห็นตารางซ้อมวันนี้คุณชายเขาบอกว่าอยากเก็บรายละเอียดโน้ตตัวต่อตัวไม่ใช่เหรอคะ เชิญซ้อมตามสบายเลยค่ะ มินไม่กวนแล้ว”
คำพูดจิกกัดเล็กๆ ที่มาพร้อมรอยยิ้มยั่วประสาท ทำเอาคีย์เกือบจะทำปิ๊กกีตาร์หลุดมือ ผู้หญิงอะไร ปากเก่งเป็นบ้า ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครเลยสักครั้ง!
“ธุระสำคัญ? กับไอ้หมอนี่เนี่ยนะ” คีย์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวมินโดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างเอาเรื่อง “นี่เรากำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ของมหาลัยนะมิน หน้าที่นักร้องนำคือการซ้อม ไม่ใช่แวบไปสปาร์Kกับผู้ชายคนอื่นกลางคันแบบนี้”
มินกอดอกเชิดหน้าขึ้นทันควัน ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวรังสีความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวพ่อมือกีตาร์หนุ่มเลยแม้แต่น้อย เธอยิ้มมุมปาก ส่งสายตาท้าทายกลับไปแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน
“นี่! คีย์คะ กรุณาแยกแยะด้วยค่ะ เวลาซ้อมมินก็ทำหน้าที่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง แต่นี่มัน ‘เวลาส่วนตัว’ ค่ะ ฉันจะไปไหน กับใคร มันก็สิทธิ์ของฉัน ไม่ได้เดือดร้อนเงินในกระเป๋าของคุณนี่คะ”
“เธอ...!”
คีย์อ้าปากจะเถียงกลับ แต่ติดที่คำพูดมันจุกอยู่ที่ลำคอ ดวงตาคมกวาดมองใบเนียนใสและริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก อยากจะดุ อยากจะเอ็ดให้เข็ดหลาบ แต่ลึกๆ ในใจกลับร่ำร้องว่าไอ้ท่าทางพยศแบบนี้นี่แหละที่ทำให้เขาละสายตาไปไหนไม่ได้เลยสักครั้ง
กรณ์ที่นั่งดูละครฉากใหญ่รำไรอยู่มุมห้อง ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำ บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่มันอบอวลไปด้วยประจุไฟฟ้าสีชมพูที่เคลือบด้วยพิษสงชัดๆ ปากบอกว่าไม่แคร์ แต่รัศมีหึงหวงนี่แผ่กระจายจนคนตาบอดก็ยังสัมผัสได้
“งั้นก็เชิญตามสบายเลยครับ!” คีย์สะบัดเสียงใส่ด้วยความหมั่นไส้ ผสมกับความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาหันหลังกลับ คว้ากีตาร์โปร่งคู่ใจแล้วโยนใส่เคสกระแทกกระทั้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปที่ประตูห้องซ้อม
มินมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกวูบโหวตในอกแปลกๆ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ นึกหมั่นไส้ท่าทีหยิ่งยโสของพ่อหนุ่มปากร้ายคนนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ทำไม... ทำไมลึกๆ ในใจถึงแอบหวังให้เขาหันมาฉุดเธอดึงแขนไว้ไม่ให้ไปไหนล่ะเนี่ย
เสียงประตูกระแทกปิดลงดัง *ปัง!* เป็นสัญญาณว่าคีย์เดินหนีออกไปแล้วจริงๆ มินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หันไปส่งยิ้มให้หนุ่มนิเทศฯ ที่ยืนรออยู่
“ไปกันเถอะค่ะ”
มินก้าวเดินตามหลังหนุ่มนิเทศฯ ออกมาจากตึกกิจกรรม มุ่งหน้าสู่โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย บรรยากาศยามเย็นเริ่มมีลมพัดโชยอ่อนๆ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู แต่ในใจของมินกลับไม่มีสมาธิอยู่กับบทสนทนาของคนที่เดินอยู่ข้างๆ เลยสักนิด สมองของเธอกำลังวนเวียนอยู่กับแววตาดุดันปนน้อยใจของคีย์เมื่อครู่
*หมอนั่นจะโกรธจริงเหรอวะ... หรือแค่ฟอร์มจัดตามเคย?* มินคิดในใจ พลางถอนหายใจยาว
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับมิน หน้าตาดูเครียดๆ นะครับ หรือกาแฟที่นี่จะไม่ถูกปาก?” หนุ่มนิเทศฯ เอ่ยถามด้วยความห่วงใย พร้อมกับยื่นมือทำท่าจะแตะที่ไหล่ของเธอเพื่อปลอบประโลม
มินเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ กำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำพูดหวานเลี่ยนนั้น แต่ทว่า...
จังหวะนั้นเอง!
ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับหนุ่มนิเทศฯ อย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของมินออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาด ให้ถอยร่นมาอยู่ด้านหลังแผงอกกว้างของตนเองทันที
มินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็ต้องพบกับสันกรามที่ขบแน่นและดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายเพลิงอารมณ์บางอย่างที่เดาไม่ออกของคีย์
คีย์ไม่ได้สนใจหนุ่มนิเทศฯ ที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกเลยแม้แต่น้อย เขาก้มลงมองหน้ามินที่ตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความหึงหวงแบบโนสนโนแคร์โลกใบนี้ ซึ่งทำเอาหัวใจของมินกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“หยุดเดินกับมัน... แล้วตามฉันมานี่ เดี๋ยวนี้เลยมิน!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจังหวะหัวใจในบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนนี้จะพาพวกเขาก้าวไปสู่ทิศทางไหนในตอนหน้าครับ
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 14
เมื่อความซึนทำงานหนัก
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!