เสียงสะท้อนของสายกีตาร์โปร่งสายที่สาม—สาย G ซึ่งหย่อนผิดคีย์ไปเล็กน้อย—ดังบาดหูอยู่ในห้องซ้อมดึกสงัด แต่มันก็ยังไม่น่าหงุดหงิดเท่ากับสายตาของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวนั้น ที่กำลังจ้องมองตรงมาโดยไม่คิดจะกะพริบตาเลยสักนิด
"ถ้าจะมองหาเศษขยะบนหน้าฉัน รบกวนจ่ายค่าจ้างเป็นคอร์ดเพลงใหม่ให้ก่อนนะ คีย์"
มินกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับวางปิ๊กกีตาร์ลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะท่อนฮุกที่เธอกำลังแต่งมันแย่ แต่เป็นเพราะไอ้ท่าทีนิ่งเงียบจนน่ารำคาญของมือกีตาร์หนุ่มอัจฉริยะต่างหาก ที่กำลังทำให้สมาธิของเธอพังไม่เป็นท่า
คีย์ไม่ตอบทันที เขาเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นมาวูบหนึ่งนั้นชวนให้หมั่นไส้เสียจนมินอยากจะหยิบกระดาษเนื้อเพลงปาใส่หน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองที
"เศษขยะไม่มีหรอก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวเล็กทีละก้าว "มีแต่นักร้องเสียงตกกระป๋องที่กำลังนั่งทำหน้าบึ้งเป็นตูดทอดปลาเค็มอยู่ตรงนี้ต่างหาก"
"นายว่าใครตกกระป๋องนะ!" มินดีดตัวผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ความสูงที่ต่างกันราวสิบคเซนติเมตรทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ทำให้แววตาดุดันและท่าทีดื้อรั้นของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย "ปากดีแบบนี้ เอาเวลาไปตั้งสายกีตาร์ของตัวเองให้มันตรงโน้ตเถอะ Mr. Perfect!"
"ก็ตั้งใจฟังเสียงเธออยู่เนี่ยแหละ"
คีย์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่กั้นด้วยโต๊ะทำงาน ตัวตนของเขารangรัศมีบางอย่างที่ทำให้ห้องซ้อมแคบลงไปถนัดตา กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของคนนอนน้อยตีเข้าจมูกมินจนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
จังหวะนั้นเอง... ระยะห่างที่ลดลงอย่างกะทันหันทำให้มินสังเกตเห็นประกายบางอย่างในดวงตาสีนิลของคนตรงข้าม มันไม่ใช่แววตากวนประสาทอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือสายตาที่จริงจังจนน่ากลัว สายตาที่เหมือนกำลังสำรวจลึกลงไปถึงข้างในความรู้สึกของเธอ
ทำไม... ทำไมอยู่ๆ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ แบบนี้ล่ะ?
มินรีบเบนสายตาหนีไปมองหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพเงาของพวกเขา มือเรียวแกล้งจัดกระดาษโน้ตบนโต๊ะให้เข้าที่เข้าทางเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหลาดที่จู่ๆ ก็แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง บ้าจริง... เธอเถียงชนะคนอื่นมาค่อนประเทศ ทำไมเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ทีไร เธอถึงรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อกันนะ
"มองอะไรเล่า ถอยไปห่างๆ เลยนะ อึดอัด" มินเอ่ยเสียงแข็ง พยายามดึงความมั่นใจของตัวเองกลับมาด้วยการยกมือขึ้นดันอกเสื้อของอีกฝ่ายเบาๆ
ทว่า... คีย์กลับไม่ยอมถอยหนี เขากลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายนิ้วของเขาเกือบจะสัมผัสโดนข้อมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ
"อึดอัด หรือว่า... ทำตัวไม่ถูกกันแน่ครับ คุณนักร้องนำ"
เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานอยู่ในความเงียบของห้องซ้อม คีย์โน้มใบหน้าลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ลมหายใจกั้น
มินรู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาที่พกพาความซินเดอเรชาเต็มพิกัด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีความอ่อนโยนบางอย่างซ่อนอยู่ลึกจนน่าใจหาย
คำว่า 'ปากเก่ง' ที่เธอพกติดตัวมาตลอดชีวิตหล่นหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ในหัวของมินตอนนี้มีแต่เสียงก้องของจังหวะหัวใจตัวเองที่เต้นรัวเร็วจนน่าอาย เธออยากจะอ้าปากเถียงกลับไปสักคำสองคำให้สมกับศักดิ์ศรี แต่ริมฝีปากเจ้ากรรมกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกดบางอย่าง
คีย์มองปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว รอยยิ้มร้ายกาจเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามเก็บงดมาตลอด
"มิน..."
เสียงเรียกชื่อเธอดังก้องในความเงียบ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและจริงจังเสียจนมินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวของมือกีตาร์หนุ่มค่อยๆ เอื้อมออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเบาๆ ที่เส้นผมซึ่งหลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มของเธออย่างถือวิสาสะ
สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับสร้างกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง มินสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบราวกับหล่นลงไปในเหวลึก ความคิดสับสนตีรวนกันไปหมด เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน... ไม่เคยเลยสักครั้งที่ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเองได้มากขนาดนี้
*ทำไม... ทำไมฉันถึงต้องใจเต้นแรงเวลาที่ผู้ชายคนนี้จ้องมองด้วยนะ?*
คำถามนั้นดังก้องอยู่ในหัว สมองพยายามร้องเตือนให้ถอยห่าง แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่
ในวินาทีที่ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มผสานเป็นจังหวะเดียวกัน คีย์ก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาแทบจะชิดกับขอบใบหูของเธอ...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ตามมาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาต
"ไอ้คีย์! มิน! พวกแกอยู่ในนี้รึเปล่า โปรดิวเซอร์เรียกประชุมด่วน—เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกแกหรือเปล่าเนี่ย?!"
เสียงโหลนของมือกลองประจำวงดังทะลุเข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างที่ชะงักกึกอยู่หน้าประตูเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
มินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต เธอดันร่างของคีย์ออกสุดแรงด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวหันขวับไปคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นสะพายไหล่โดยไม่กล้าสบตาใครทั้งสิ้น ก่อนจะก้าวฉับๆ เดินเลี่ยงผ่านหน้ามือกลองหนีออกไปจากห้องซ้อมทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
คีย์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีนิลมองตามร่างบางที่วิ่งหนีหายออกไปจากห้อง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้จะเสียดายจังหวะเมื่อครู่อยู่บ้าง แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายความมั่นใจบางอย่าง
เกมนี้... ดูท่าทางจะเริ่มสนุกขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะครับ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจังหวะหัวใจในบทนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนนี้จะพาพวกเขาก้าวไปสู่ทิศทางไหนในตอนหน้าครับ
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 13
ใครบางคนเริ่มหวั่นไหว
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!