"ถ้าคิดจะรื้อค้นข้าวของคนอื่น อย่างน้อยก็น่าจะมีความเกรงใจหลงเหลืออยู่บ้างนะครับ คุณนักร้องนำ"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นกะทันหันจากกรอบประตูห้องซ้อมดนตรี ทำให้มือเรียวที่กำลังถือสมุดโน้ตปกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าถึงกับชะงักค้าง มินสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาตีกับซี่โครงอย่างแรง เธอรีบหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่สวยกำลังจ้องมองมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
คีย์ยืนอยู่ที่นั่น เสื้อยืดสีดำยับยู่ยี่เล็กน้อยบ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการนอนไม่เต็มตื่นมา เส้นผมยุ่งเหยิงไม่ได้เซ็ต แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลุคแบบนี้กลับขับเน้นออร่าความแบดบอยสายซึนของเจ้าตัวให้พุ่งกระฉูดจนน่าหมั่นไส้
"ฉันไม่ได้รื้อนะ" มินเชิดหน้าขึ้นทันทีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แม้ในใจจะแอบร้อนรนเพราะหลักฐานคาหนังคาเขา "มันตกลงมาจากชั้นวางหนังสือต่างหาก ใครใช้ให้คุณเอามาวางไว้หมิ่นเหม่เองเล่า อีกอย่าง... สมุดเล่มนี้มันสะดุดตาฉันก่อน มันฟ้องว่าอยากให้เปิดอ่านต่างหากล่ะ"
"ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยนะครับ"
คีย์สาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยก้าวย่างช้าๆ แต่มั่นคง ความสูงของเขาทำให้มินต้องแหงนหน้าขึ้นมองเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่มินคุ้นเคยดีแต่ก็ทำให้ลมหายใจสะดุดทุกทีที่เข้าใกล้
"แล้วตกลง... เจออะไรที่น่าสนใจไหมล่ะครับ ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนมีความลับซะขนาดนั้น"
คีย์ปรายตามองสมุดโน้ตในมือของมิน มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันตามแบบฉบับ แต่นัยน์ตากลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่รวดเร็วเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทันสังเกต แต่มินที่จ้องมองเขาอยู่ตลอดกลับจับสังเกตความผิดปกตินั้นได้
ใช่... คีย์กำลังกังวล
ไอ้ท่าทางปากแข็งทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่มือข้างที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าางเกงกลับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นั่นคือหลักฐานชั้นดีว่าสมุดเล่มนี้มีความหมายกับเขามากแค่ไหน และมันต้องมีความลับบางอย่างที่เขาไม่อยากให้ใครล่วงรู้ โดยเฉพาะ... คนอย่างเธอ
"ฉันยังไม่ได้เปิดดูข้างในเลยสักหน้าเดียว..." มินโกหกหน้าตาย แม้ความจริงนิ้วเรียวของเธอเพิ่งจะเปิดผ่านกระดาษโน้ตที่เต็มไปด้วยลายมือยึกยือแต่เป็นระเบียบ และตัวโน้ตดนตรีที่ถูกขีดฆ่าแก้แล้วแก้อีกนับครั้งไม่ถ้วนไปหมาดๆ "แต่พอดูจากความเยินของปกแล้ว... เดาว่าคงเป็นสมุดจดสูตรอาหารมั้ง คีย์ผู้ชื่นชอบการทำครัวเงียบๆ"
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" คีย์ถอนหายใจยาวพรืด ยอมแพ้ที่จะต่อล้อต่อเถียง เขาขยับเข้าไปประชิดตัวมินจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว แรงกดดันจากร่างสูงทำให้มินต้องเผลอถอยหลังจนสะโพกไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยปริศนา
คีย์เอื้อมมือยาวๆ มาฉวยสมุดโน้ตเล่มนั้นออกจากมือของเธอไปอย่างง่ายดาย ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านหลังมือเธอเบาๆ สร้างความรู้สึกวูบวาบแปลกๆ จนมินต้องรีบดึงมือกลับแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เอาคืนมานะ!" มินโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า พยายามจะแย่งสมุดกลับมา แต่คีย์กลับชูมันขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่เขาสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ การเขย่งปลายเท้าจึงกลายเป็นความพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์
"ของของผม ทำไมผมจะต้องคืนให้คุณด้วยล่ะครับ" คีย์ก้มหน้าลงมามองเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่เหนือปลายจมูก มินชะงักค้าง ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ฉายแววซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "บอกเหตุผลผมมาสิครับว่าทำไมผมต้องให้คุณยืมอ่าน"
"ก็... ก็เพราะว่าเพลงที่คุณแต่งมัน..." มินอึกอัก คำพูดที่เคยเฉียบคมและทันคนหายไปไหนหมดไม่รู้เมื่อถูกสายคู่นั้นจ้องมอง "มัน... คาใจฉัน!"
"คาใจ?" คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาหวิว "หึ... คุณเนี่ยนะคาใจเรื่องเพลงของคนอื่น ปกติเห็นมั่นใจในเสียงร้องของตัวเองจะตาย ไม่ใช่ว่าแอบคิดไปไกลว่าผมแอบแต่งเพลงนี้ให้คุณหรอกนะครับ?"
"หลงตัวเองที่สุด!" มินแยกเขี้ยวใส่ หน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฮึดฮัด "ใครจะไปคิดแบบนั้นกัน! ฉันแค่... แค่สงสัยว่าทำไมมือกีตาร์ปากจัดอย่างคุณ ถึงได้มีลายมือเขียนโน้ตที่ดู... อ่อนโยนขนาดนั้นต่างหาก"
บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบลงไปถนัดตา
คำพูดของมินไม่ได้คมคาย แต่มันกลับตรงเข้าไปกระแทกใจคนฟังอย่างจัง คีย์นิ่งงันไป รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงความนิ่งงันที่สะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้นานแสนนาน
มินเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป เธอกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย มันไม่ใช่แววตาโกรธเคือง แต่มันคือความรู้สึก 'ถูกมองทะลุปรุโปร่ง' จนเกราะป้องกันที่คีย์สร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย
"คุณเห็นมันแล้วสินะ..." เสียงของคีย์แผ่วเบาลง เจือความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง
"อืม..." มินพยักหน้ารับตามตรง น้ำเสียงอ่อนลงโดยอัตโนมัติ "เพลงนั้น... ชื่อเพลงอะไรเหรอคีย์? ฉันเห็นตรงหัวกระดาษมันเว้นว่างไว้... แต่ท่วงทำนองในนั้น มันไม่ได้เศร้าอย่างที่ชอบทำเป็นแอ๊คอาร์ตใส่ฉันนี่นา มัน... เหงา แต่ก็อบอุ่นแปลกๆ"
คีย์ก้มมองสมุดโน้ตในมือตัวเอง นิ้วเรียวไล้ไปตามสันปกเก่าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมินอีกครั้ง แววตานั้นไหววูบราวกับผิวน้ำยามต้องลม
"เพลงที่ไม่มีชื่อหรอกครับ..." คีย์เว้นจังหวะ เลียริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้มินแทบหยุดหายใจ "เพราะมันเป็นเพลงที่ผมแต่งให้คนปากเก่งคนหนึ่ง... ตอนที่เธอกำลังร้องไห้เงียบๆ อยู่คนเดียวหลังเวทีคอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้ว"
มินเบิกตากว้าง สมองประมวลผลย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อปีปีก่อน ภาพวันนั้นซ้อนทับเข้ามาในหัว... วันที่เธอกลัวจนแทบอาเจียนหลังลงจากเวทีเพราะคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ และนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมมืดที่คิดว่าไม่มีใครเห็น
"ยะ... อย่าบอกนะว่า..."
ยังไม่ทันที่มินจะได้เอ่ยถามอะไรให้กระจ่างชัด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบานประตูห้องซ้อมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงก็ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะ
"ไอ้คีย์! มิน! พวกแกอยู่กันนี่เอง รีบออกมาดูนี่เร็ว! ยัยมีนวงข้างห้องมันเพิ่งโพสต์คลิปแฉพวกเราลงกลุ่มคณะแล้วโว้ย!"
เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของ 'กรณ์' มือกลองประจำวงที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง ทำให้ทั้งมินและคีย์ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว บรรยากาศโรแมนติกและเปราะบางเมื่อครู่ถูกกระชากกลับสู่โลกความเป็นจริงในเสี้ยววินาที
คีย์หันไปขมวดคิ้วใส่เพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิด ขณะที่มินหันไปมองหน้ากรณ์สลับกับคีย์ด้วยความตกใจ... และในวินาทีที่คีย์หันกลับมาสบตากับมินอีกครั้ง สมุดโน้ตเล่มนั้นก็ร่วงหล่นลงบนพื้น เผยให้เห็นหน้ากระดาษที่กางออก ซึ่งมีชื่อของมินถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ กำόบอยู่ที่มุมกระดาษบรรทัดสุดท้ายอย่างชัดเจน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทนี้ด้วยกันนะครับ
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 6
ความลับในบทเพลง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!