กระดาษโน้ตแผ่นยับยู่ยี่ถูกขยำเป็นก้อนกลม ก่อนจะลอยละลิ่วไปกระแทกถังขยะมุมห้องซ้อมดนตรีด้วยแรงอารมณ์
"ท่อนฮุกนี่มันแย่ยิ่งกว่าเสียงดีดสายกีตาร์ขาดตอนจูนเสียงซะอีก"
มินพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานตึงเครียด นัยน์ตากลมโตฉายแววหงุดหงิดจนแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด เธอตวัดสายตากลับมามองร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างพิงพนักโซฟาอยู่มุมห้อง คีย์กำลังเล่นโทรศัพท์มือถือด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้านราวกับเสียงกระดาษขยำเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน
ตั้งแต่ตกลงจะทำโปรเจกต์เพลงส่งอาจารย์ด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน นี่คือห้องซ้อมส่วนตัวของคณะที่พวกเขาใช้เป็นสนามรบขนาดย่อม และดูเหมือนว่าสนามรบแห่งนี้กำลังจะลุกเป็นไฟในไม่กี่นาทีข้างหน้า เมื่อมินทนเก็บความอึดอัดไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
"นายเลิกเล่นเกมแล้วเอาหูมาฟังฉันพูดสักหนาวทีได้ไหม คีย์" มินกระแทกเสียง วางปากกาในมือลงบนโต๊ะไม้เสียงดังลั่นจนเครื่องเขียนกระกระดอน
คีย์ชะงักนิ้วที่กำลังสไลด์หน้าจอเล็กน้อย เขายอมเงยหน้าขึ้น ปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางมันลงบนตัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสطิลนิ่งสนิท ไร้ระลอกคลื่นความรู้สึกใดๆ จนน่าหมั่นไส้
"พูดมาสิครับ ผมก็ฟังอยู่" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
"ดี ถ้างั้นเรามาตกลงเรื่อง 'กฎ' กันก่อน" มินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงความมั่นใจ แม้ในใจจะเต้นรำไม่เป็นจังหวะเพราะสายตานิ่งๆ คู่นั้นที่มองมา "เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย และป้องกันไม่ให้เราฆ่ากันตายซะก่อนเพลงจะเสร็จ นายต้องทำตามกฎของฉัน"
คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันอย่างนึกสนุก เขาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาประชิดตัวมินทีละน้อย จนหญิงสาวต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะโดยอัตโนมัติ ความกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของมือกีตาร์หนุ่มคนนี้ ทำให้มินเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"กฎอะไรอีกละครับ แค่เรื่องแต่งเนื้อร้องกับคอร์ดกีตาร์ที่ยังไม่ลงรอยกัน คุณก็ตั้งกฎเกณฑ์เยอะแยะจนผมนึกว่ากำลังเข้าค่ายทหารอยู่แล้วนะ มิน"
"นี่ไง! ข้อแรกเลย!" มินรีบยกมือขึ้นกั้นระยะห่างระหว่างอกแกร่งกับตัวเธอเอง "ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว ห้ามวิจารณ์เรื่องรสนิยมส่วนตัว และที่สำคัญ... ห้ามก้าวก่ายปมปัญหาในอดีตหรือเรื่องครอบครัวของฉันเด็ดขาด เราทำงานร่วมกันแค่ในฐานะพาร์ทเนอร์ทางดนตรี จบงานนี้ต่างคนต่างทางใครทางมัน เข้าใจไหมครับ?"
มินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เพื่อประชดประชันความกวนประสาทของอีกฝ่าย คีย์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นสุดขีด ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมใคร รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งลึกขึ้น ราวกับเขากำลังมองแมวป่าตัวน้อยที่พยายามกางกรงเล็บขู่ทั้งที่สั่นเทา
"ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวเหรอครับ..." คีย์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้มของมิน ทำให้เธอต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความตกใจ "ฟังดูยุติธรรมดีนี่ครับ... แต่เสียดายจัง"
"เสียดายอะไรของนาย ถอยไปเลยนะ!" มินดันอกอีกฝ่ายออกเบาๆ แต่คีย์กลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เขากลับก้าวเข้ามาประชิดยิ่งกว่าเดิม จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดติดกับขอบโต๊ะอย่างไร้ทางหนี
"เสียดายที่กฎข้อนั้น... มันใช้ไม่ได้ผลกับผมตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น คีย์ก็ยื่นมือยาวๆ ไปคว้าสมุดบันทึกเล่มสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้กองหนังสือเรียนของมินขึ้นมาทันที
"เฮ้ย! คีย์! เอาคืนมานะ!" มินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน้าถอดสีในพริบตา เธอพยายามจะคว้าสมุดเล่มนั้นกลับคืนมา แต่คีย์กลับชูมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยความที่เขาสูงกว่าเธอร่วมคืบ ทำให้มือเรียวเล็กของมินคว้าได้เพียงอากาศ
"ไหนดูซิ... ที่บอกว่าไม่มีอารมณ์แต่งเพลง ที่บอกว่าสมองตัน ที่แท้ก็เพราะมัวแต่เขียนเรื่องนี้อยู่สินะครับ" คีย์เปิดหน้ากระดาษอ่านผ่านๆ ด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดสายตาอ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของมิน
"เอาคืนมาเดี๋ยวนี้! คีย์ นายไม่มีสิทธิ์มาอ่านสมุดบันทึกของฉันนะ! มันละเมิดความเป็นส่วนตัว!" มินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและอับอาย เธอกระโดดหมายจะแย่งสมุดคืน แต่คีย์กลับพลิกตัวหลบอย่างง่ายดาย ทำให้เธอเสียหลักพุ่งชนเข้ากับอกแกร่งของเขาเต็มแรง
อ้อมแขนแข็งแกร่งเผลอยกขึ้นโอบเอวบางไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้เธอล้มลงไปกองกับพื้น กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของคีย์ลอยเข้าจมูก มินชะงักค้าง หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่กะทันหันทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ห้องซ้อมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโต้เถียง กลับเงียบสงบลงจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน
คีย์ก้มมองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน ดวงตากลมโตของเธอกำลังเงยขึ้นมองเขาด้วยความไม่พอใจแกมตื่นตระหนก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ทว่าในแววตานั้นกลับซ่อนความเปราะบางบางอย่างไว้ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่ถูกบันทึกไว้ในสมุดบันทึกเล่มที่เขากำลังถืออยู่
"ปล่อยได้แล้ว..." มินกระซิบเสียงสั่น เธียรพยายามดันตัวถอยห่าง แต่คีย์กลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นอีกนิดอย่างลืมตัว
"ผมบอกแล้วไงครับว่ากฎของคุณมันใช้ไม่ได้ผล" คีย์ก้มหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ จนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "และที่สำคัญ... ผมไม่ได้ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณ แต่คุณต่างหากที่เขียนเรื่องของผม... ลงในสมุดเพลงเล่มนี้"
มินสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหู เมื่อนึกถึงข้อความหน้าที่เธอเพิ่งเขียนระบายความรู้สึกอึดอัดที่มีต่อมือกีตาร์ปากร้ายคนนี้เมื่อคืนวาน
ก่อนที่มินจะได้อ้าปากเถียงหรือหาทางเอาตัวรอด ประตูห้องซ้อมดนตรีก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสๆ ของเพื่อนสนิทที่ดังแทรกเข้ามา
"มิน คีย์! อาจารย์ฝากเอาชีทเพลงมา— อุ๊ย!"
เสียงของบุคคลที่สามขาดหายไปในลำคอ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่หยุดชะงักลงทันที
มินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบผลักอกคีย์สุดแรงจนชายหนุ่มเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะหันขวับไปมองที่ประตูห้องซ้อม และพบกับสายตาตกตะลึงของเพื่อนสนิทที่กำลังยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าประตูกับภาพเหตุการณ์อันแสนสยิวเมื่อครู่
หัวใจของมินหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นคีย์ที่ยืนยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า พร้อมกับชูสมุดบันทึกของเธอขึ้นในระดับสายตา โดยที่เธอยังไม่ทันได้แย่งมันคืนมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทนี้ด้วยกันนะครับ
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนไม่ยอมใคร
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!