"ถ้าคิดจะพังประตูเข้ามาเพื่อโชว์พาวเวอร์ล่ะก็ บอกเลยว่าผิดเวลาครับรุ่นพี่!"
ผมกระแทกสายกีตาร์จนเกิดเสียงหอนแหลมบาดหู เสียงของมินดังขึ้นแทรกความเงียบงันทันทีหลังจากบานประตูห้องซ้อมถูกผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท ใบหน้าของเธอที่ปกติมักจะเชิดรั้นอยู่เสมอในตอนนี้กลับดูดุดันเหมือนลูกแมวที่ถูกต้อนจนมุม ผมวางนิ้วลงบนคอกีตาร์แน่น สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่ยังหลงเหลืออยู่
รุ่นพี่ปีสามคนนั้น—พี่ธันวา—ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่ดูอย่างไรก็กวนประสาท "โถ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กดื้อสองคนที่เอาแต่หมกตัวซ้อมเพลงที่ไม่มีวันได้โชว์ในงานใหญ่"
"หมายความว่ายังไงครับ" ผมถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะพุ่งขึ้นเป็นไฟแต่ใบหน้าของผมยังคงนิ่งสนิท ผมก้าวไปยืนขวางหน้ามินโดยสัญชาตญาณ
"ก็หมายความว่ารายชื่อศิลปินขึ้นเวทีน่ะ เขาตัดชื่อพวกเธอออกแล้ว" พี่ธันวาโยนกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้อง ก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม
มินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติก มือเรียวบางสั่นระริกขณะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอแค่กำกระดาษแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธปนผิดหวัง
"เหอะ... ตลกสิ้นดี" มินแค่นหัวเราะ "แค่เพราะเพลงที่ฉันแต่งมัน 'ไม่แมส' แค่เพราะมัน 'ไม่ถูกจริตกรรมการ' งั้นเหรอ"
ผมเดินเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของมินปะทะเข้ากับจมูก มันเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยและมักจะทำให้ใจเต้นผิดจังหวะเสมอในเวลาที่ผมควรจะโฟกัสกับคอร์ดเพลง ผมย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ เธอ แม้ปากจะอยากพูดประชดประชันตามนิสัย แต่ลึกๆ แล้วผมกลับอยากดึงเธอเข้ามาปลอบ
"ถ้าเขามองไม่เห็นค่า ก็แสดงว่าพวกเขามีรสนิยมต่ำเกินกว่าจะฟังเพลงของเธอออกครับ" ผมพูดเสียงนุ่มกว่าปกติ ซึ่งนั่นดูเหมือนจะทำให้มินชะงักไป
"คีย์... นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง" มินหันมาสบตาผม แววตาของเธอสับสน
"หมายความว่า" ผมลุกขึ้นยืนแล้วดึงกีตาร์ขึ้นมาสะพาย "เราจะซ้อมต่อ ซ้อมจนกว่าคนทั้งฮอลล์จะไม่มีทางเลือกนอกจากต้องฟังเพลงของเรา ต่อให้ชื่อไม่มีในลิสต์ แต่ถ้าพวกเราเล่นจนเวทีสะเทือนได้ ใครหน้าไหนจะกล้าไล่เราลงล่ะครับ"
มินมองผมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจไม่แพ้กัน "พูดได้ดีนี่... ไอ้คนปากร้าย"
ตลอดสามชั่วโมงหลังจากนั้น ห้องซ้อมถูกเปลี่ยนเป็นสนามรบ เราโต้เถียงกันเรื่องตัวโน้ตและจังหวะด้วยความรุนแรงพอๆ กับความหลงใหล มินตะโกนใส่ผมเมื่อผมใส่ลูกเล่นกีตาร์ที่มากเกินไป ส่วนผมก็บ่นเรื่องจังหวะการร้องที่เธอพยายามจะด้นสด ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือการที่เราต่างผลักดันกันและกันให้ออกจากกรอบที่ตัวเองขีดไว้
"ช่วงท่อนฮุค... ลองข้ามโน้ตตัวนี้ไป แล้วใช้จังหวะสแนร์ส่งแทนครับ" ผมเสนอขณะที่เหงื่อซึมตามไรผม
มินขมวดคิ้ว "มันจะดูโดดไปนะคีย์ นายกำลังจะทำลายโครงสร้างเพลงที่ฉันอุตส่าห์แก้มาสามรอบนะ"
"ถ้าเพลงเดิมมันทำให้เราถูกตัดชื่อ ก็ทิ้งมันไปสิครับ จะยึดติดกับซากปรักหักพังไปทำไม" ผมเดินเข้าไปหาเธออีกครั้ง คราวนี้เราอยู่ใกล้กันมากจนผมได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเธอ "เชื่อใจผมสักครั้ง... ได้ไหม"
วินาทีนั้น ความวุ่นวายในหัวผมเงียบกริบ สายตาของมินที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่เธอไม่ได้เอ่ยออกมา มือของเธอที่วางอยู่บนขาไมค์สั่นเล็กน้อย
มินขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าผากของเราเกือบจะชนกัน เธอกระซิบเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน "นายมันบ้า... คีย์ นายบ้าที่ทำให้ฉันเชื่อใจนายได้ขนาดนี้"
"แล้วคุณล่ะครับ..." ผมเว้นจังหวะ เสียงของผมแหบพร่าลง "กล้าที่จะเสี่ยงไปกับคนบ้าๆ อย่างผมไหม"
จังหวะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามือของเธอเพื่อยืนยันคำพูดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับเสียงตะโกนที่คุ้นหูจากคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
"มิน! คีย์! พวกเธออยู่ข้างในใช่ไหม เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกเธอแอบซ้อมอยู่!"
มินผละออกจากผมทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ผมสบถออกมาเบาๆ ในลำคอ เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือ 'ประธานชมรมดนตรี' คนที่เพิ่งเซ็นคำสั่งตัดชื่อพวกเราออกไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว!
เขากำลังถือบางอย่างในมือ—มันคือกุญแจสำรอง—และกำลังไขประตูเข้ามาในจังหวะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าตัวมินไว้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 26
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!