กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย•ตอนที่ 24

เปิดใจก่อนสาย

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงสะท้อนจากสายกีตาร์โปร่งรุ่นวินเทจในห้องซ้อมเงียบลงไปนานนับนาทีแล้ว แต่บรรยากาศระหว่างคนสองคนกลับยังคงสั่นค้างราวกับคลื่นความถี่ที่ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ มินยืนกอดอกพิงแผงกันเสียงสีเทาเข้ม ดวงตากลมโตคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บสายแจ็คอย่างตั้งใจเกินเหตุ ราวกับว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นมีเรื่องน่าสนใจมากกว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า "เลิกทำเป็นหูทวนลมแล้วหันมาคุยกันให้รู้เรื่องสักทีได้ไหมครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ หมายถึง นายจะเงียบไปถึงไหน คีย์" มินเผลอหลุดสำนวนติดปากของอีกฝ่ายออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะขยับตัวเข้าไปประชิดโต๊ะมิกเซอร์ที่กั้นกลางระหว่างพวกเขาสองคน "เรื่องที่ทิ้งไว้เมื่อวันก่อน นายยังไม่ได้เคลียร์กับฉันเลยนะ" คีย์ชะงักมือที่กำลังม้วนสายแจ็ค ดวงตาคมดุภายใต้กรอบผมยาวรกระร้ายตวัดขึ้นมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนหลบไปมองตู้แอมป์ข้างห้องแทน รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนความไหวหวั่นในแววตา ทว่ามีหรือที่คนอย่างมินจะไม่ทันสังเกตเห็น "เรื่องไหนล่ะครับคุณนักร้องนำ เรื่องที่เธอร้องเพี้ยนในท่อนฮุก หรือเรื่องที่เธอชอบทำหน้ายุ่งใส่ผมเวลาซ้อมเบสไม่ทันใจ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่จงใจกวนประสาท ทว่าจังหวะการเว้นวรรคของลมหายใจกลับสะดุดเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะคีย์!" มินกระแทกเสียงใส่ด้วยความหมั่นไส้ มือเรียวตบลงบนโต๊ะมิกเซอร์ดังปั้งจนฝุ่นผงจางๆ ลอยคว้าง "นายก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร... ข้อความในสมุดโน้ตเพลงเล่มนั้น แล้วก็สายตาที่นายมองฉันบนเวทีวันก่อน มันหมายความว่ายังไงกันแน่ หึ? เป็นมือกีตาร์อัจฉริยะแต่ปอดแหกลงทุนปลอมตัวเป็นคนปากร้ายใส่ฉัน ทำไม กลัวว่าถ้าบอกความจริงแล้วฟอร์มจะแตกหรือไง" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความเร็วและตรงประเด็นทำให้คีย์ถึงกับต้องถอนหายใจยาว ชายหนุ่มวางสายแจ็คในมือลงอย่างจำยอม เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้ามเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน ความกดดันรอบตัวเข้มข้นขึ้นจนมินต้องกลืนน้ำลายลงคออึือกใหญ่ แม้ปากจะเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่เวลาที่คีย์เงียบแล้วจ้องนิ่งๆ แบบนี้ มันก็มีพลังทำลายล้างความมั่นใจของเธอได้ไม่น้อยเลยทีเดียว "เธอนี่นะ... จู่ๆ ก็รุกฆาตซะจนตั้งตัวไม่ทันเลยรึไง" คีย์เอ่ยเสียงเบา รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงแววตาที่ลึกล้ำและอ่านยากยิ่งกว่าโน้ตตัวไหนๆ ในโลก "บางทีการรู้มากเกินไปมันก็ไม่ได้ทำให้เพลงมันเพราะขึ้นหรอกนะมิน" "แต่มันทำให้ฉันไม่ต้องมานั่งเดาใจคนซึนๆ อย่างนายไง!" มินสวนกลับทันควัน ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "นายคิดว่าตัวเองเท่มากหรือไงกับการทำเป็นผลักไสฉัน ทั้งๆ ที่เพลงทุกเพลงที่แต่งขึ้นมามันมีชื่อฉันซ่อนอยู่ในคอร์ดตลอดเวลา นายกลัวอะไรคีย์? กลัวว่าความรู้สึกของตัวเองมันจะปิดไม่มิดแล้วสินะ" คำพูดนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งปักเข้ากลางใจ คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับมินแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้ลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นอายความอับชื้นของห้องซ้อมดนตรีคลุ้งอยู่ในห้วงความรู้สึก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงแอร์คอนดิชันเนอร์เก่าๆ บนผนัง คีย์มองใบหน้านวลเนียนที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้นริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อรอคำตอบ ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเขาชัดเจน ชายหนุ่มเม้มปากแน่น ขยับตัวจะอ้าปากพูดบางอย่างออกไปเพื่อปัดป้องความจริงที่กำลังจะหลุดรอดจากริมฝีปาก "ฉันก็แค่วิเคราะห์ตามเนื้อผ้า..." คีย์เริ่มแก้ตัว น้ำเสียงทุ้มเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อเจอกับสายตาดุดันคาดคั้น "เธอคิดมากไปเองหรือเปล่ามิน ดนตรีมันก็แค่โน้ตที่เรียงร้อยเข้าด้วยกัน ไม่มีอะไรซับซ้อนขนาดนั้นหรอก" "โกหก!" มินสวนกลับทันที เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความน้อยใจที่สะสมมานาน "ถ้ามันไม่มีอะไรซับซ้อน ทำไมตอนที่ฉันบอกว่าจะถอนตัวจากวง นายถึงทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแบบนั้นล่ะ! ทำไมตอนที่ฉันป่วย นายถึงเป็นคนแรกที่เอาช็อกโกแลตร้อนมาวางไว้หน้าห้องซ้อมทั้งๆ ที่ปากบอกว่ารำคาญฉันนักหนา!" คีย์นิ่งงัด สรรพคำพูดที่เตรียมไว้เพื่อบ่ายเบี่ยงถูกกลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น มือหนาเผลอกำหมัดแน่นข้างลำตัวจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกมากมายที่พยายามเก็บซ่อนไว้ใต้เกราะกำบังความปากร้าย กำลังจะพังทลายลงด้วยคำถามเพียงไม่กี่ประโยคของหญิงตรงหน้า "เธอนี่มัน..." คีย์เค้นเสียงออกมาอย่างจนมุม ดวงตาคมไหววับด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความรัก ความอึดอัด และความกลัวที่จะสูญเสีย "ปากเก่งจริงๆ นะ... ถ้าฉันบอกความจริงไป เธอจะรับมือไหวหรือไงมิน" "ก็ลองดูสิ!" มินก้าวเท้าเข้าไปประชิดจนหน้าอกแทบจะชิดกัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "อย่ามาทำเป็นเก่งแต่พูดนะคีย์ ถ้ามีความกล้าพอก็พูดออกมาให้หมดสิว่านาย..." ประโยคท้าทายยังไม่ทันได้หลุดออกจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและชวนใจเต้นระทึกเมื่อครู่นี้ลงในพริบตา ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' มือกีตาร์วงคู่แข่งเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ โดยมีสีหน้าแปลกใจระคนสงสัยเมื่อเห็นระยะห่างระหว่างมินกับคีย์ที่ใกล้ชิดกันเกินกว่าเหตุ "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย พอดีผมเอาฮาร์ดดิสก์เอฟเฟกต์กีตาร์ที่ยืมไว้มาคืน... โอ๊ะ คีย์ หน้าตานายดูเครียดๆ นะ หรือว่ากำลังซ้อมบทสารภาพรักกันอยู่พอดี?" ธันวาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่จุดประกายความวุ่นวายขึ้นมาทันที มินรีบผละถอยหลังออกมาจากคีย์อย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความเขินอายและหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนคีย์สบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับโน้ตที่ไม่ลงตัวของนายปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%