สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 3

กาแฟขมกับมุกตลกฝืดๆ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณสถาปนิกยังทำหน้าเหมือนอมขี้ไก่ต้มแบบนี้ ผมเกรงว่าต้นไม้ในโครงการคงเฉาตายก่อนที่เราจะเคลียร์แบบแปลนเสร็จนะครับ" น้ำเสียงใสแจ๋วที่เจือรอยยิ้มกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับแก้วกาแฟลาเต้เย็นที่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักตัวเก่าในเพิงพักชั่วคราวหน้าไซต์งาน เสียงน้ำแข็งกระทบผนึกแก้วดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางไอแดดช่วงบ่ายที่แผดเผาจนอากาศแทบจะบิดเบี้ยว ธันวาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขร่างแบบแผ่นใหญ่ แว่นสายตาแบบกรอบโลหะบางเฉียบถูกดันขึ้นสันจมูกด้วยนิ้วชี้ เขาปรายตามองหญิงสาวในชุดเอี๊ยดกันเปื้อนสีเขียวขี้ม้าที่มีรอยเปื้อนดินจางๆ ตรงหัวเข่า ผมยาวรวบเป็นมวยลวกๆ หลุดลุ่ยจนมีปอยผมเคลียข้างแก้ม "กาแฟขมๆ กับมุกตลกฝืดๆ นี่คือกลยุทธ์ในการง้อคนอื่นของคุณเหรอครับ คุณพู่กัน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มุมปากด้านขวากลับกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ใคร, ใครกันที่ต้องง้อคุณ" พู่กันลากเก้าอี้พลาสติกมานั่งลงตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ เธอเท้าคางกับขอบโต๊ะ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนจ้องมองเขาเขม็ง "ฉันแค่มีมนุษยสัมพันธ์อันดีในฐานะเพื่อนร่วมงานต่างหากล่ะคะ... เอ้ย! ครับ! พูดผิด พูดตามฟอร์มคุณต่างหาก" ธันวาส่ายหัวเบาๆ กับความกะล่อนที่แก้ตัวไม่ค่อยเนียนเท่าไรนัก เหตุการณ์จากแชตในคืนก่อนยังติดอยู่ในหัวของเขา *Seen* ที่ค้างคาใจ พร้อมกับข้อความที่ถูกลบไปอย่างรวดเร็ว—เขาเห็นมันทันก่อนที่อีกฝ่ายจะกดยกเลิก มันคือประโยคที่ว่า *'ถ้าดุแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักนักจัดสวนคนนี้นะคะ'* แม้เธอจะแก้เกี้ยวด้วยการบอกว่าพิมพ์ผิดส่งผิดกลุ่ม แต่หัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบกลับปั่นป่วนจนนอนไม่หลับไปค่อนคืน "ถ้ามนุษยสัมพันธ์ของคุณคือการเดินมาแซะผมกลางไซต์งานตอนบ่ายสอง ผมว่าคุณเก็บแรงไว้เดินตรวจแนวท่อระบายน้ำจะดีกว่านะครับ" ธันวาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ ความหวานมันที่กลมกล่อมกำลังดีตัดกับรสขมเข้มของเอสเพรสโซช็อตทำให้เขาแปลกใจนิดหน่อย เธอจำได้สินะว่าเขาชอบกาแฟรสชาตินี้ "อ้าว ก็เห็นคุณนั่งขม The Matrix อยู่คนเดียว กลัวสมองส่วนครีเอทีฟจะตีบตันจนออกแบบตึกออกมาเป็นแท่งคอนกรีตไร้จิตวิญญาณอีก" พู่กันลอยหน้าลอยตาตอบพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ "อีกอย่าง... เรื่องเมื่อคืน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทนะ ธันวา" ประโยคหลังน้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความขี้เล่นถูกแทนที่ด้วยความลังเลชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยหลบสายตาคมกริบของเขาไปมองม้วนกระดาษแปลกๆ บนโต๊ะแทน ธันวาชะงักมือที่กำลังถือดินสอ เขาวางมันลงอย่างช้าๆ บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงเหลือแค่พื้นที่ตรงโต๊ะไม้ตัวนี้ เสียงเครื่องจักรไกลๆ และเสียงคนงานก่อสร้างกลายเป็นเพียงฉากหลัง "เรื่องไหนล่ะครับ" ธันวาแกล้งถาม น้ำเสียงนุ่มทุ้มลงกว่าเดิม "เรื่องที่บอกว่าผมดุ หรือเรื่องที่บอกว่าจะ..." "หยุดเลยนะ!" พู่กันรีบยกมือขึ้นห้าม ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดตัดกับผิวสีน้ำผึ้ง "ฉันบอกแล้วไงว่าพิมพ์ผิด ส่งผิด! จะรื้อฟื้นทำไมเนี่ย คุณนี่มัน... เจ้าคิดเจ้าแค้นชะมัด เป็นสถาปนิกหรือผู้พิพากษาคะเนี่ย" "ผมแค่ทวนความจำ" ธันวาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองคนตรงข้ามที่ตอนนี้กำลังนั่งบิดไปบิดมาด้วยความเขินอายอย่างนึกเอ็นดู "คนเราถ้าไม่ได้คิดอะไร จะไม่มีทางพิมพ์ประโยคแบบนั้นออกมาได้หรอกครับ มันต้องผ่านกระบวนการคิดในสมองส่วนลึกก่อนจะนิ้วกลายมาเป็นตัวอักษรนะ คุณนักจัดสวน" "คุณธันวา!" พู่กันโวยวายเสียงเบาแต่หน้าแดงแจ๋ เธอคว้าแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นมาดูดเพื่อกลบเกลื่อนความจำนนต่อหลักฐาน "เลิกวิเคราะห์ฉันเหมือนแปลนโครงสร้างอาคารสักทีได้ไหม ฉันไม่ใช่เสาเข็มนะ จะได้มาวัดระดับความรู้สึกกันง่ายๆ" "แต่คุณก็ทำให้ฐานรากในใจผมมันสั่นคลอนไปหมดแล้วนะ..." เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้พู่กันสำลักกาแฟพรวดออกมาเบาๆ เธอยกมือขึ้นปิดปาก ไอโขลกๆ จนหน้าดำหน้าแดง ธันวาถอนหายใจยาวรีบหยิบทิชชьюส่งให้ด้วยความตกใจ มือหนาเอื้อมไปลูบหลังให้อย่างเบามือโดยอัตโนมัติ "ระวังหน่อยสิครับ โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ" น้ำเสียงดุแต่แฝงด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด พู่กันรับกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก หัวใจเธอดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาที่แตะอยู่บนแผ่นหลังยังคงทิ้งความร้อนผ่าวไว้ แม้เขาจะรีบชักมือกลับทันทีที่ตั้งสติได้ก็ตาม "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" เธอกระซิบเสียงสั่น ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ "ผมไม่ได้บ้าครับ" ธันวาขยับตัวกลับมานั่งท่าเดิม แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด "ผมแค่พูดความจริง... เมฆาโทรหาคุณใช่ไหม เมื่อเช้า" บรรยากาศที่กำลังหวานชื่นเปลี่ยนฉับพลันเมื่อชื่อนี้ถูกเอ่ยขึ้น พู่กันชะงัก เงยหน้าขึ้นมองธันวาที่ตอนนี้สายตากลับมาคมกริบและจริงจังอีกครั้ง รังสีความหึงหวงและระแวดระวังแผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มอย่างชัดเจน "เอ่อ..." พู่กันออเซาะเสียงเบา "คุณรู้ได้ยังไงคะ" "ผมมีตาหูครับ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ "มันพยายามติดต่อคุณทุกวิถีทางเพื่อให้ไปร่วมโปรเจกต์รีสอร์ตฝั่งโน้นใช่ไหม มันเสนออะไรให้คุณล่ะ เงินเดือน x2 หรืออิสระในการออกแบบที่มากกว่าโปรเจกต์นี้?" "ธันวา..." พู่กันมองหน้าเขา น้ำเสียงเริ่มจริงจังขึ้น "ฉันเป็นมืออาชีพพอนะคะ งานไหนรับแล้วฉันไม่ทิ้งกลางคันหรอก ถึงเมฆาจะเสนอให้ฉันออกแบบทั้งภูเขา แต่ถ้าสภาพแวดล้อมการทำงานกับคนร่วมงานมันแย่ ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก" "แล้วถ้าคนร่วมงานคนนี้... มันน่ารำคาญล่ะ" ธันวาถามเสียงแผ่ว ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณจะยังอยู่ไหม" พู่กันเม้มปากชั่วครู่ ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบ "ก็น่ารำคาญจริงค่ะ..." เธอเว้นจังหวะ เลื่อนมือไปแตะริมขอบกระดาษร่างแบบของเขาเบาๆ "แต่แปลก... ยิ่งคุย ยิ่งเถียง ยิ่งรู้สึกว่าถ้าไม่มีเสียงดุๆ ของคุณคอยเบรก คงขาดสีสันน่าดู" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อตอบรับความรู้สึกนั้น แต่เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของพู่กันก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจางหายไปทันที *เมฆา (คู่แข่งทางธุรกิจ)* พู่กันมองหน้าธันวาอย่างลังเลว่าจะกดรับดีไหม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตัดสินใจ ธันวากลับยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นมาจากมือเธอหน้าตาเฉย! "คุณธันวา! จะทำอะไรน่ะ ส่งคืนมานะ!" พู่กันร้องเสียงหลง พยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่ธันวาไม่สนใจ เขากดรับสายแล้วเปิดสపీกเกอร์โฟนทันที ก่อนจะกดวางสายใส่หน้าอีกฝ่ายในเวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา "ธันวา! คุณไปตัดสายเขาทำไม เดี๋ยวเขาก็หาว่าเราเสียมารยาทหรอก!" พู่กันโวยวาย หน้าตาตื่นตระหนก ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของชายหนุ่มทาบทับลงมาปกคลุมร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงแดดยามบ่ายภายนอก "ผมไม่สนมารยาทกับคนที่คิดจะมาแย่งของๆ ผมหรอกครับ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่ทรงพลังจนพู่กันต้องกลืนน้ำลาย "และอีกอย่าง..." เข้มโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนพู่กันต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "ถ้าคุณยังกล้าชื่อ 'เมฆา' เข้ามาในรัศมีสามเมตรจากนี้อีก... ผมจะลงโทษคุณด้วยการให้แก้แบบแลนด์สเคปใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ... โดยไม่มีข้อแม้เลยนะครับ" *ตึ้ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะ หน้าจอแสดงข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิด—*แม่บ้านสำนักงานใหญ่: "คุณธันวาคะ ประธานบริษัทสั่งเปลี่ยนแปลกะทันหัน ให้คุณพู่กันถอนตัวจากโปรเจกต์นี้และย้ายไปดูแลฝั่งคุณเมฆาแทนภายในวันนี้ค่ะ!"* ธันวาชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองหน้าจอ ขณะที่พู่กันที่นั่งอยู่ตรงข้ามกำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงกับข้อความที่เธอเพิ่งเห็นผ่านหางตาเช่นกัน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ ---
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%