"ถ้าโปรเจกต์รีสอร์ทอัปเปอร์วัลเลย์หลุดมือไปถึงมือบริษัทไอ้เมฆาเมื่อไหร่ ผมจะถือว่าแผนกออกแบบตกแต่งภายในของพวกคุณเป็นแค่กลุ่มเด็กฝึกงานที่เอาแต่ปั้นจิ้มปั้นเจ๊าะไปวันๆ นะครับคุณธันวา"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของท่านรองประธานกรรมการบริหารยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางกรุง เอกสารรายงานความเป็นไปได้ของโครงการถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มเสียงดัง *ปึ้ง* จนกระดาษA4แผ่นบนสุดขยับไหว
ธันวาปรายตามองสันแฟ้มหนาด้วยใบหน้านิ่งเรียบ สันกรามคมคันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึก มือหนาที่วางอยู่บนตักประสานกันแน่น นิ้วเรียวยาวเคาะลงเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โค้งศีรษะรับคำสั่งด้วยท่าทีสุภาพแต่ดื้อรั้นในที
"ทางเราจะจัดการให้เรียบร้อยครับท่าน" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองผ่านเลนส์แว่นกรอบบางไปยังผู้บริหารระดับสูง ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกจากห้องประชุมด้วยฝีเท้ามั่นคง ทว่าในใจกลับร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟสุมอยู่
ทันทีที่บานประตูห้องประชุมปิดสนิท ความอดทนที่สะสมมาตลอดสองชั่วโมงก็เกือบจะระเบิดออกมา ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นปลดเนกไทสีเทาเข้มออกสองนิ้วเพื่อให้อากาศไหลผ่านลำคอได้สะดวกขึ้น ร่างสูงก้าวเดินไปตามทางเดินปูพรมหนานุ่มมุ่งหน้ากลับไปยังอาณาจักรส่วนตัวของตัวเอง... แผนกออกแบบสถาปัตยกรรมที่ตอนนี้ บรรยากาศมันช่างน่าอึดอัดเสียเหลือเกิน
"ไงครับท่านสถาปนิกมือหนึ่ง หน้าตาเคร่งเครียดแบบนี้ สงสัยกาแฟแก้วโปรดจะรสชาติไม่ถูกปาก หรือว่า... โดนเฉ่งเรื่องหมาป่าตัวเดิมขโมยกระดูกไปอีกแล้วล่ะครับ"
เสียงใสแจ๋วที่เจือความกวนประสาทดังขึ้นทันทีที่ธันวาผลักประตูห้องทำงานเปิดออก ภาพของหญิงสาวในชุดเดรสยาวลายดอกไม้สีฟ้าพาสเทล ตัดกับรองเท้าผ้าใบสีขาวเลอะฝุ่นเล็กน้อยกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีครีม มือเรียวข้างหนึ่งถือแก้วชานมไข่มุกกำลังเคี้ยวหนึบหนับอย่างสบายอารมณ์ เส้นผมสีน้ำตาลประกายทองยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้หลวมๆ ปล่อยปอยผมเคลียคลอข้างแก้มใส ทำให้ภาพของ 'พู่กัน' นักออกแบบแลนด์สเคปสาวอิสระตัวแสบดูน่าหมั่นไส้ในสายตาของคนมองเป็นที่สุด
ธันวากวาดสายตามองสภาพของอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกระอาใจ นี่คือคนที่ทางบริษัทจ้างมาเป็นพาร์ทเนอร์จัดสวนรอบโครงการมูลค่าหลายพันล้านจริงๆ หรือ? แต่งตัวเหมือนจะไปเดินคาเฟ่มากกว่าจะมาลุยไซต์งานก่อสร้าง
"คุณพู่กันครับ นี่คือห้องทำงานของผม ไม่ใช่ร้านกาแฟสด และเอกสารบนโต๊ะคุณนั่น... มันคือสัญญาจ้าง ไม่ใช่ใบเมนูเครื่องดื่ม กรุณาวางลงแล้วเลิกเคี้ยวเสียงดังสักที มันรบกวนสมาธิคนอื่น" ธันวาเอ่ยเสียงนิ่งสนิท ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงความเฉียบคมชนิดที่คนฟังควรจะสะดุ้ง
แต่พู่กันหาได้แคร์ไม่ หญิงสาวกลืนไข่มุกเม็ดสุดท้ายลงคออย่างใจเย็น ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะกระจก เสียงกริ๊งเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ถูกส่งมาให้
"โห คุณธันวาขา อย่าเพิ่งทำหน้าดุเป็นยักษ์วัดแจ้งสقซิคะ คนเขากำลังเติมพลังสมองอยู่ คุณก็รู้ว่างานจัดสวนมันต้องใช้จินตนาการ ไม่เหมือนงานตึกสี่เหลี่ยมทึบๆ ของคุณหรอก ที่แค่นั่งก้มหน้าก้มตาคำนวณองศาแสงกับคานเหล็กจนหัวล้านไปข้างหนึ่ง" พู่กันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มที่มีส่วนสูงต่างกันเกือบหนึ่งคืบอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับท้าทาย
ธันวาก้มมองหญิงสาวที่สูงแค่ระดับอกของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความตึงเครียด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความหงุดหงิดในใจลดลงเลยแม้แต่น้อย
"หัวผมยังไม่ล้านครับคุณพู่กัน และโปรดจำไว้ด้วยว่าตึกสี่เหลี่ยมทึบๆ ที่คุณว่าเนี่ยแหละ คือที่ที่คุณต้องเข้าไปเดินตรวจแบบร่วมกับผมตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป... ตามคำสั่งของท่านรองประธาน"
พู่กันชะงักไปนิด รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าเรียวรีเจื่อนลงเล็กน้อย "เดี๋ยวนะคะ... คุณหมายความว่ายังไงที่ว่าต้องเข้าไปตรวจแบบร่วมกัน? ฉันนึกว่าเราแค่ส่งแบบแปลนข้ามไปข้ามมาทางอีเมลเหมือนโปรเจกต์อื่นๆ ซะอีก"
ธันวายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่พู่กันลงความเห็นว่า 'น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก' ร่างสูงก้าวถอยหลังไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานขึ้นมาเปิดหน้าจอแล้วยื่นส่งให้อีกฝ่ายดู
"งานนี้ท่านรองฯ ลงมาคุมเองครับ และท่านบอกว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างตัวตึกกับพื้นที่สีเขียวในโปรเจกต์ก่อนหน้านี้ ทำให้บริษัทเกือบเสียชื่อ ดังนั้น... เพื่อป้องกันความผิดพลาด เราสองคนจะต้องลงพื้นที่ด้วยกันทุกขั้นตอน นั่งทำงานห้องเดียวกัน และต้องส่งรายงานความคืบหน้าร่วมกันทุกสิ้นวัน"
พู่กันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "ห้องเดียวกัน?! คุณล้อฉันเล่นใช่ไหมเนี่ย ให้ฉันมานั่งทนฟังเสียงบ่นจุกจิกเรื่องความเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วของคุณแปดชั่วโมงเต็มทุกวัน ฉันคงประสาทกินตายพอดี!"
"ผมก็ไม่ได้ยินดีนักหรอครับที่จะต้องมาคุมเด็กดื้ออย่างคุณเหมือนกัน แต่คำสั่งก็คือคำสั่ง" ธันวาตอบเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าแววตากลับจริงจังไม่มีล้อเล่น "พรุ่งนี้แปดโมงเช้าที่ไซต์งาน ห้ามเลทแม้แต่วินาทีเดียว เพราะผมเกลียดคนไม่ตรงต่อเวลาที่สุด"
พู่กันเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ มือเรียวคว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดขึ้นมาสะพายไหล่ด้วยท่าทางฮึดฮัด ดวงตาคู่สวยจ้องมองสถาปนิกหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ก็ได้ค่ะ! อยากรู้นักว่าคนเนี๊ยบๆ อย่างคุณธันวา จะทนความแสบของฉันได้สักกี่น้ำ!" หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะหมุนตัวกระแทកส้นเท้าเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป เสียงประตูปิดลงดังปัง เป็นการประกาศสงครามขนาดย่อมๆ อย่างเป็นทางการ
ธันวายืนมองบานประตูที่ว่างเปล่าอยู่ครู่ใหญ่ ลลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาทางจมูกเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้... ให้ตายสิ ผู้หญิงอะไร ทั้งดื้อ ทั้งกวนประสาท และไม่เคยอยู่ในกรอบที่เขาขีดไว้เลยสักครั้ง
แต่ไม่รู้ทำไม... พื้นที่สีเทาและระเบียบที่น่าเบื่อหน่ายในชีวิตของเขา กลับดูมีสีสันขึ้นมาทันทีเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
มือหนายกสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อก ตั้งใจจะส่งข้อความไปเตือนเรื่องอุปกรณ์เซฟ티ที่ต้องเตรียมสำหรับวันพรุ่งนี้ นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความรัวเร็วด้วยความคุ้นชิน
*พรุ่งนี้เตรียมรองเท้าผ้าใบหนาๆ ไปด้วย พื้นที่ก่อสร้างมันไม่ได้ปูพรมแดงแบบที่คุณชอบเดินหรอกนะครับ*
พิมพ์เสร็จสรรพ ธันวาก็กดปุ่มส่งทันทีโดยไม่ทันได้คิดอะไร
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าดังขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาเอง ธันวาขมวดคิ้วเล็กด้วยความงุนงงเมื่อเห็นข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาจากแอปพลิเคชันสนทนา... มันไม่ใช่ข้อความตอบกลับจากพู่กัน แต่เป็นข้อความจากหน้าจอของเขาที่เผลอกดส่งเข้าห้องแชตส่วนตัวของ 'เมฆา' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ แทนที่จะเป็นชื่อของนักออกแบบสาวแลนด์สเคปคนนั้น!
ข้อความที่ส่งไป... เป็นประโยคยาวเหยียดที่เขาเผลอพิมพ์ความรู้สึกบางอย่างลงไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัว
*(คุณพู่กันครับ... ถึงคุณจะดื้อแค่ไหน แต่ผมก็ไม่อยากให้ใครมาแย่งคุณไปจากโปรเจกต์นี้เลยนะครับ)*
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างรวดเร็ว ธันวารีบใช้นิ้วกดค้างที่ข้อความนั้นเพื่อจะกดยกเลิกข้อความทันทีด้วยความตกใจสุดขีด
แต่ทว่า... หน้าจอกลับปรากฏสถานะสีเทาขึ้นมาว่า
*Seen...*
**ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้าง "สายลมแผ่วเบา" เสมอมานะครับ**
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 2
แปลนชีวิตที่แสนวุ่นวาย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!