สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 1

แบบร่างที่ไม่มีทางบรรจบ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณจะวางแนวท่อระบายน้ำขนานกับแนวเงาของระแนงไม้ตรงนี้ ผมแนะนำให้ไปเปิดตำราสถาปัตยกรรมพื้นฐานใหม่อีกรอบนะครับคุณพู่กัน หรือไม่ก็... ไปปรึกษาเด็กฝึกงานปีสามแถวนี้ดู อาจจะเก็ทไอเดียเรื่องฟังก์ชันเร็วกว่านี้ก็ได้" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ธันวาปรากฏตัวขึ้นหลังโครงสร้างคอนกรีตเปลือย เขาไม่ได้เอ่ยปากทักทายตามมารยาทด้วยซ้ำ แต่เลือกที่จะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแบบแปลนโครงการรีสอร์ทหรูริมทะเลสาบ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ด้วยจังหวะที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิด พู่กันชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพง เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจตั้งแต่เช้าตรู่ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ที่ต่อให้สวมหมวกนิรภัยสีขาวทับเรือนผมสีเข้มสลวยแค่ไหน ก็ยังคงมามาด 'คุณชายสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ' จนเธอนึกหมั่นไส้ "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณธันวา ผู้ชายที่เชื่อว่าโลกนี้หมุนรอบมุมฉากเก้าสิบองศาและความสมบูรณ์แบบงี่เง่านี่เอง" พู่กันสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "ช่วยกรุณาถอดแว่นคณิตศาสตร์แล้วหันมามองความงามของธรรมชาติบ้างนะคะ... อ๊ะ ขอโทษที ผมหมายถึง 'นะครับ'" เธอจงใจเน้นเสียงประชดประชันอย่างน่ารักน่าหมั่นไส้ พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้เขาหนึ่งที ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกนิดจนพู่กันต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นฝุ่นปูนและกาแฟดำลอยเข้ามาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดและดุดันในเวลาเดียวกัน "ผมไม่ได้มองโลกด้วยมุมฉากครับพู่กัน ผมมองโลกด้วยตรรกะและความเป็นจริง ทิศทางของแสงอาทิตย์ตอนบ่ายสามโมงตรงในโลเกชันนี้ มันส่องทำมุมสี่สิบห้าองศาเข้าหาตัวอาคารพอดี ถ้าคุณจัดวางสวนหย่อมกับแนวต้นไม้ตามใจชอบแบบนี้ เงาของพุ่มไม้จะทอดตัวลงมาบังกระจกรับแสงของห้องพัก VIP จนมืดสนิท... ลูกค้าที่จ่ายเงินหลักสิบล้าน คงไม่ปลื้มแน่ๆ ถ้าเปิดม่านมาแล้วเจอแต่ความมืดทึบเพราะนักออกแบบแลนด์สเคปอยากโชว์แนวคิดศิลปะนามธรรม" "แต่มันคือความโรแมนติกต่างหากล่ะคะ! ...เอ๊ย! ครับ!" พู่กันเผลอหลุดปากเสียงดัง เธอหน้าแดงซ่านด้วยความโมโหที่ตัวเองดันเผลอใช้คำลงท้ายผิดพลาดต่อหน้าคู่ปรับตัวฉกาจ "คุณมันพวกหัวโบราณ ไร้จิต1วิญญาณแห่งศิลปะ สถาปนิกอย่างคุณก็แค่วาดกล่องสี่เหลี่ยมใส่กระจกแล้วก็จบหน้าที่ ไม่เคยเข้าใจเลยว่าธรรมชาติกับงานออกแบบมันควรจะกอดคอกันไป ไม่ใช่ขัดขากันแบบที่คุณทำอยู่เนี่ย" "ถ้าการกอดคอกันหมายถึงการสร้างงานที่ล่มไม่เป็นท่าเพราะระบบระบายน้ำพัง ผมขอเป็นคนหัวโบราณที่โดนคุณด่าดีกว่าครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณพื้นที่ก่อสร้างก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าตาบึ้งตึงของหญิงสาว "สรุปคือคุณจะไม่ยอมแก้แบบตามที่ผมเสนอใช่ไหมครับ" "ไม่ค่ะ! ...เอ๊ย! ไม่ครับ! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอคะ... ครับ! ฉันบอกว่าแบบนี้แหละคือที่สุดแล้ว ถ้าคุณอยากให้มันเป็นเส้นตรงเป๊ะแบบไม้บรรทัดนัก ก็ไปเอาหุ่นยนต์มาทำงานแทนฉันเถอะค่ะ!" พู่กันแทบจะกรี๊ดใส่หน้าเขา เธอปาทิ้งปากกาลงบนโต๊ะทำงานสนามเสียงดังลั่นจนคนงานแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว ธันวาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่ได้โกรธที่โดนเถียง กลับกัน... หัวใจเจ้ากรรมดันกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความฮึดสู้ มันไม่ใช่ความเกลียดชังที่น่ารำคาญ แต่เป็นความดื้อรั้นที่เปล่งประกายจนน่าประหลาด ผู้หญิงคนนี้มักทำให้เขาหลุดจากระเบียบวินัยที่ตั้งไว้เสมอตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน "โอเค ถ้าคุณยืนยันว่าจะเอาตามนี้..." ธันวาโน้มตัวลงมาใกล้กระดาษแปลน จนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียนจนพู่กันต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "งั้นเรามาพนันกันไหมครับ ถ้าแปลนของคุณทำให้ลูกค้าบ่นเรื่องแสงในสัปดาห์หน้า คุณต้องเป็นคนเลี้ยงกาแฟผมตลอดทั้งโปรเจกต์ แต่ถ้าผมคิดผิด... ผมจะยอมเรียกคุณว่า 'ท่านอาจารย์พู่กัน' ทุกครั้งที่เจอหน้า... ว่าไงครับ กล้าพอไหม" พู่กันเบิกตากว้าง เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด สมองประมวลผลความเสี่ยงและความคุ้มค่าอย่างรวดเร็ว ภาพการได้เห็นผู้ชายหยิ่งยโสคนนี้ต้องก้มหัวเรียกเธอว่า 'ท่านอาจารย์' มันช่างหอมหวานเสียจนปฏิเสธไม่ลง "ก็ได้ค่ะ! ...เอ๊ย! ครับ! กลัวที่ไหนล่ะ เตรียมตัวเตรียมเงินในกระเป๋าไว้เลี้ยงกาแฟฉันได้เลยคุณธันวา!" พู่กันเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่มกำลังซ่อนแผนการบางอย่างเอาไว้ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของธันวาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวยาวกดรับสายด้วยท่าทีเรียบเฉย แต่เพียงแค่ประโยคแรกที่ดังลอดออกมาจากปลายสาย สีหน้าของธันวาก็เปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความเคร่งเครียดทันที "ว่าไงเมฆา... มีอะไรถึงโทรมาหาฉันเวลานี้" พู่กันชะงักกึกเมื่อได้ยินชื่อนั้น 'เมฆา' คู่แข่งตลอดกาลของธันวาคนที่พยายามติดต่อซื้อตัวเธอให้ไปร่วมงานด้วยเมื่อเดือนก่อน เธอนิ่งฟังเงียบๆ โดยพยายามทำเป็นสนใจแบบแปลนตรงหน้า แต่หูคอยเงี่ยฟังบทสนทนาอย่างอดไม่ได้ "อ๋อเหรอ... ง1านออกแบบแลนด์สเคปชิ้นใหม่ที่กำลังประมูลอยู่เหรอ..." เสียงทุ้มของธันวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาคมกริบตวัดกลับมามองพู่กันช้าๆ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหญิงสาวเย็นเฉียบลงในพริบตา "น่าเสียดายนะเมฆา ที่คนออกแบบที่นายพยายามติดต่ออยู่... เขากำลังยืนเถียงเรื่องท่อระบายน้ำอยู่ข้างๆ ฉันนี่เอง และคิดว่าเขาคงไม่สนใจหรอกนะ... ว่าไหมครับ *คุณพู่กัน*?" พู่กันหน้าถอดสีทันที เธอยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหินเมื่อตระหนักได้ว่า... ธันวารู้เรื่องที่เมฆาติดต่อเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว! --- **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความกวนและละมุนของพวกเขานะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ**
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%