สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 18

คำถามที่คำตอบไม่สำคัญ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าวันหนึ่งโปรเจกต์นี้จบลง... เราสองคนจะอยู่ในสถานะไหนเหรอครับ คุณสถาปนิก" เสียงหวานใสที่เจือความจริงจังเกินกว่าทุกครั้ง ดังแทรกเสียงเครื่องยนต์ของรถมินิคูเปอร์สีเขียวคลาสสิกที่กำลังจอดนิ่งสนิทอยู่ริมฟุตบาทหน้าสำนักงาน เสียงแอร์ในรถที่ดังหึ่งๆ กลายเป็นสิ่งเดียวที่พยายามทำหน้าที่กลบความเงียบอันน่าอึดอัดที่โรยตัวลงมาทันที ธันวาชะืองานพิมพ์แบบแปลนในมือที่กำลังจะพับเก็บ มือหนาชะงักค้างกลางอากาศ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้หันไปสบตาคนถามทันที เขากลับเลือกที่จะจ้องมองรอยขีดเขียนด้วยดินสอ 2B บนกระดาษไขตรงหน้าอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้วินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ราวกับเข็มนาฬิกาในรถคันนี้จงใจเดินทอดน่องเพื่อลงโทษความขี้ขลาดของเขาเอง พู่กันไม่ได้เร่งเร้า เธอนั่งไขว่ห้าง มือเรียวบางกำสายกระเป๋าผ้าแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว ร่างบางเบนหน้าหนีออกไปมองกระจกข้างที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกแถวฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่มักจะเปื้อนรอยยิ้มกวนประสาทหรือคำพูดโบ๊ะบ๊ะอำเล่นตลอดเวลา กลับนิ่งสนิทจนน่าใจหาย ความเงียบระหว่างพวกเขามันไม่ใช่ความเงียบแบบคนแปลกหน้า แต่มันคือความอึดอัดของคนที่ "รู้ทัน" ความรู้สึกของกันและกันเสียจนน่ากลัว "ทำไมอยู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คุมโทนเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามสวมเกราะป้องกันตัวด้วยมาดของสถาปนิกผู้เคร่งขรึมและยึดมั่นในเหตุผล "ก็แค่ไม่อยากเป็นแค่ 'เพื่อนร่วมงานชั่วคราว' ที่บังเอิญมาแชร์โปรเจกต์บ้าๆ นี่ด้วยกันจนจบปีไงครับ" พู่กันหันกลับมามองเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด แม้ริมฝีปากจะพยายามยกยิ้มหยันตามนิสัยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ แต่คนมองอย่างธันวากลับรู้ดีว่าเธอกำลังใช้ความกล้าหาญทั้งหมดที่มีในชีวิตพุ่งชนกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมา ธันวาเม้มปากแน่นสันกรามคมชัดขึ้นจากการขบกรามเข้าหากันอย่างอดกลั้น เขาไม่ใช่คนพูดเก่งเรื่องความรู้สึก ยิ่งเป็นเรื่องของหัวใจ เขายิ่งถนัดที่จะออกแบบโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตให้รับน้ำหนักมหาศาล มากกว่าการบริหารจัดการ "ความรู้สึกของมนุษย์" ที่เปราะบางเสียยิ่งกว่ากระจกเงา ในหัวของสถาปนิกหนุ่มตีกันวุ่นวาย ความสมบูรณ์แบบที่เขาเทิดทูนมาตลอดชีวิตกำลังบอกว่า *'อย่าล้ำเส้น อย่าเปิดช่องว่างให้ความสัมพันธ์ทำลายงาน'* แต่เสียงลึกๆ ในมุมมืดของหัวใจกลับตะโกนก้องว่า เขากลัว... กลัวว่าถ้าตอบคำถามนี้ออกไปแล้ว ทุกอย่างระหว่างเขากับผู้หญิงคนนี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล หรือที่แย่กว่านั้นคือการที่เธออาจจะเดินจากไป ถ้าคำตอบของเขาไม่ตรงกับสิ่งที่เธอกำลังคาดหวัง ธันวาเลือกที่จะนิ่งเฉย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโดยสารอีกครั้ง แต่มันหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าบรรยากาศก่อนฝนตกเสียอีก พู่กันมองปฏิกิริยานั้นด้วยหัวใจที่ค่อยๆ ดิ่งวูบ รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากเจื่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอกลืนก้อนสะอื้นผ่าวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบของธันวาในยามนี้ ชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำปฏิเสธนับร้อยคำ มันคือการปฏิเสธแบบสุภาพโดยไม่ต้องเปลืองแรงเอ่ยปาก "อ่า... ผมเข้าใจแล้วล่ะครับ" พู่กันหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าสงสารที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมา มือบางเอื้อมไปบิดเปิดประตูรถทันที "ขอบคุณสำหรับงานวันนี้นะครับธันวา... เอ่อ ไม่สิ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมาด้วยครับ" ร่างบางผลักประตูรถเปิดออก ลลมยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าคมสวยที่ตอนนี้เริ่มรื้นด้วยหยดน้ำใสๆ เธอก้าวลงจากรถ ปิดประตูเสียงดังปัง ปล่อยให้สถาปนิกหนุ่มนั่งแข็งทื่ออยู่หลังพวงมาลัย โดยไม่หันกลับมามองอีกเลยแม้แต่น้อย ธันวานั่งมองแผ่นหลังบางที่เดินก้มหน้าหายลับเข้าไปในตัวตึกอพาร์ตเมนต์ มือหนากำพวงมาลัยรถแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอกแล่นริ้วขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก เขาอยากจะเปิดประตูวิ่งตามเธอไป คว้าแขนเล็กๆ นั้นไว้ แล้วตะโกนบอกความจริงทั้งหมดในใจออกไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... ร่างกายของเขากลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความลังเล หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนคอนโซลรถสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืด มีข้อความแจ้งเตือนไลน์เด้งขึ้นมาจากคู่แข่งตัวฉกาจอย่างเมฆา *[เมฆา]: พรุ่งนี้พู่กันนัดคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่สตูดิโอผมนะ คุณธันวาคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ พอดีเราคุยกัน "ถูกคอ" มากเป็นพิเศษซะด้วยสิ* ธันวาหรี่ตามองข้อความนั้น ความหึงหวงและโทสะพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดในชั่วพริบตา เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เพื่อพิมพ์ตอบโต้ แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงเคาะกระจกรถฝั่งคนขับก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ธันวาชะงัก หันขวับไปมองนอกกระจกด้วยความตกใจ ใบหน้าที่ควรจะเป็นพู่กันเมื่อครู่ กลับกลายเป็นชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบสะออดยืนยันตัวตนผ่านเงาสลัวของแสงไฟถนน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เขาเกลียดแสนเกลียดปรากฏอยู่บนใบหน้าของเมฆา พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่ชูขึ้นให้เขาเห็นชัดเจน หน้าจอนั้นแสดงภาพร่างแบบแปลนชิ้นเอกของพู่กัน ที่ถูกประทับตราโลโก้บริษัทของเมฆาเรียบร้อยแล้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%