สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 12

รอยร้าวในโครงสร้าง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่ถูกดึงขาดสะบั้นด้วยแรงอารมณ์ดังแคว้งท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ธันวากำลังใช้สันมือข้างหนึ่งนวดขมับตัวเองอย่างแรง แว่นสายตาไร้กรอบถูกถอดวางไว้บนโต๊ะกระจกสะท้อนเงาหลอดไฟนีออนสีขาวโพลนจนปวดตา ขณะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์สเปกแรงสูงเบื้องหน้ากำลังรันโปรแกรมสามมิติโชว์โครงสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่บิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าใจหาย "ถ้าตรงนี้รับน้ำหนักไม่ได้ตามสเปก... ทั้งโปรเจกต์คือพังนะครับคุณพู่กัน" น้ำเสียงของธันวาเรียบสนิท แต่มันเต็มไปด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านจนคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง พู่กันยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตจ้องมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างใช้ความคิด เส้นผมสีน้ำตาลประกายทองที่รวบเป็นมวยลวกๆ เริ่มหลุดลุ่ยลงมาเคลียกรอบหน้าจากการทำงานติดต่อกันมาร่วมสิบชั่วโมง "ก็ฉันบอกแล้วไงคะ... เอ๊ย! ฉันบอกแล้วไงว่า ทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมสวนหย่อมด้านบนน่ะ ถ้าปรับโครงสร้างรับแรงเฉือนตรงนี้หน่อย มันจะช่วยกระจายน้ำหนักได้..." พู่กันเกือบเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิม แต่รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเพื่อไม่ให้เสียฟอร์มต่อหน้าสถาปนิกปากจัดคนนี้ "คุณกำลังใช้ความรู้สึกในการออกแบบแลนด์สเคปมาทับซ้อนกับวิศวกรรมโครงสร้างนะพู่กัน อาคารนี้นะครับ ไม่ใช่ประติมากรรมกระดาษอิงkjet ที่ลมพัดแล้วปลิวตามใจชอบ" ธันวาหันขวับมามอง เธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างดุดัน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนมองแอบใจหาย "นี่! ธันวา คุณจะว่าฉันเพ้อเจ้อก็บอกมาตรงๆ เถอะค่ะ!" พู่กันเผลอเสียงดังใส่ด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่ลองคำนวณใหม่ด้วยสูตรของคุณดูล่ะคะ เผื่อสมองอันปราดเปรื่องระดับเทพของสถาปนิกมือหนึ่งจะมองเห็นทางออกที่ดีกว่าการมายืนบ่นฉันเป็นคนแก่!" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำงานแข่งกับความตึงเครียด ธันวาไม่ได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นเสียงอย่างเคย เขากลับถอนหายใจยาวเหยียด ปิดเปลือกตาลงช้าๆ เพื่อควบคุมสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอนิ่งๆ "ผมไม่ได้บ่นเพราะคุณทำงานแย่หรอกนะ..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยอย่างหาได้ยาก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่จนระยะห่างลดลงอย่างน่าใจหาย "แต่เพราะผมกลัวว่า... ถ้าแบบแปลนนี้ผ่านไปถึงมือเมฆาเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นจุดอ่อนเดียวที่มันใช้เหยียบเราให้จมดินต่างหากล่ะครับ" ชื่อของ "เมฆา" ลอยเข้ามากลางวงสนทนาเหมือนหมอกร้ายที่พัดผ่านเข้ามาทำลายบรรยากาศ พู่กันชะงักไปเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ เมื่อนึกถึงคู่แข่งทางธุรกิจจอมเจ้าเล่ห์คนนั้น ที่พยายามติดต่อเธอหลังไมค์เพื่อดึงตัวไปร่วมงานและขอข้อมูลลับของโปรเจกต์นี้แลกกับตัวเลขค่าจ้างมหาศาล "คุณ... รู้เรื่องที่เมฆาติดต่อฉันเหรอ?" พู่กันถามเสียงแผ่ว ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา "ผมรู้ทุกอย่างนั่นแหละครับ" ธันวาตอบเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนเธอต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ "รวมถึงเรื่องที่คุณลังเลว่าจะเลือกโปรเจกต์นี้... หรือจะเลือกทางเดินที่ง่ายกว่ากับมันด้วย" "ธันวา! คุณดูถูกฉันเกินไปแล้วนะ!" พู่กันเงยหน้าขึ้นเถียง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความซื่อสัตย์ "ถึงฉันจะบ้าเงินหรือชอบงานศิลป์ตามใจตัวเองแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะเอาความเหนื่อยยากของทีมไปขายให้ใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ!" จังหวะนั้นเอง สายตาของธันวาก็จับจ้องริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของเธออย่างเผลอไผล ความใกล้ชิดทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แนวซิตรัสผสมวานิลลาจางๆ จากตัวหญิงสาวลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะตามระเบียบวินัย กลับเริ่มรวนเรอย่างไร้เหตุผล ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือหนาขึ้นไปคว้าแท่งดินสอไม้เนื้อดีที่วางอยู่ใกล้ๆ แล้วโน้มตัวลงข้ามโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนพู่กันต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ถ้าคุณไม่ได้คิดจะไป... ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ" ธันวากระซิบเบาๆ ริมฝีปากหยักได้รูปขยับอยู่ใกล้แก้วnนเนียนจนใจสั่น "แก้โครงสร้างสวนลอยฟ้านั่นใหม่ ภายในคืนนี้... ทำให้มันไร้ที่ติ จนแม้แต่เมฆาก็ไม่มีวันหาช่องโหว่เจอ" "แล้วถ้าฉันทำได้ล่ะ?" พู่กันเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ถ้าคุณทำได้..." ธันวาเว้นจังหวะ สายตาคมกريบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นอย่างมีความหมาย "ผมจะยอมทำตามคำสั่งคุณทุกอย่าง... หนึ่งอย่าง เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ว่าไงล่ะครับ คุณนักออกแบบคนเก่ง" นิ้วเรียวของธันวาเลื่อนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดไฟล์แปลนสามDขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะปล่อยมือ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะของธันวา—ซึ่งตั้งค่าพรีวิวข้อความหน้าจอไว้—ก็สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ: *[ส่งภาพถ่ายลับเบื้องหลังการประชุมของธันวาและพู่กันให้คุณเมฆาเรียบร้อยแล้วครับ ยอดเงินโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย]* ธันวาชะงักกึก สายตาคมตวัดกลับไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นทันที ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองหน้าพู่กันที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงหน้าด้วยแว่นตาที่เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจสุดขีด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%