สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 13

ความหวังครั้งใหม่

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงกระดาษแผ่นใหญ่ที่ถูกดึงออกจากเครื่องปริ้นเตอร์ตัวยักษ์ดังพรืด เป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบในห้องประชุมเล็กของสำนักงานสถาปนิกธันวาคม หลังจากการลุ้นระทึกมาสามชั่วโมงเต็ม "ผ่าน..." ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ราวกับไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง นิ้วเรียวยาวที่มักจะถือปากกาคุมงานด้วยความมั่นใจ กลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสารประเมินโครงการรีสอร์ทเชิงนิเวศ ที่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่งเซ็นอนุมัติผ่านรอบแรกด้วยคะแนนสูงสุดในรอบปี พรวด! เสียงเก้าอี้เลื่อนถอยหลังอย่างแรงจนขาเหล็กครูดกับพื้นห้อง ตามมาด้วยเสียงปรบมือดังลั่น พู่กันกระโดดโลดเต้นจนแทบจะเอาหัวโขกกับโคมไฟระย้าดีไซน์มินิมอลกลางห้อง เธอสวมชุดเอี๊ยมยีนส์ตัวเก่งที่เลอะคราบสีน้ำเล็กน้อยจากการวิ่งวุ่นตรวจโมเดลแลนด์สเคปเมื่อคืน ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับด้วยหยดน้ำตาแห่งความปีติ ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ "เยส! บอกแล้วไงคะ... เอ๊ย! บอกแล้วไงว่าโปรเจกต์เรามันปังปุริเย่ระดับสิบดาว!" พู่กันเกือบจะเผลอหลุดคำลงท้ายคุ้นเคย แต่รีบเปลี่ยนเกียร์แทบไม่ทันเมื่อสบเข้ากับสายตานิ่งสนิทของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบ ธันวานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำ แว่นตากรอบบางถูกถอดออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ เขายกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อไล่ความตึงเครียดที่สะสมมาแรมเดือน รอยยิ้มบางเบาที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายค่อยๆ แย้มออกอย่างช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือมาดนิ่งเหมือนเคย แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งอกและความจริงใจอย่างที่สุด "เก่งมากครับ... คุณพู่กัน" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความอบอุ่นไว้อย่างชัดเจน จนคนฟังถึงกับชะงักไปชั่วขณะ บรรยากาศในห้องที่เคยอึมครึมด้วยความกดดัน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความฟีลกู๊ดที่อบอวลไปด้วยเคมีแปลกประหลาด ระหว่างสถาปนิกผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์กับนักออกแบบแลนด์สเคปสาวผู้มีหัวใจอิสระ ทั้งคู่ผ่านค่ำคืนที่ต้องแก้แบบนับครั้งไม่ถ้วน ผ่านกาแฟแก้วแล้วแก้วเล่า และการเถียงกันคอเป็นเอ็นเรื่องการจัดวางต้นไม้กับโครงสร้างคอนกรีต แต่วินาทีนี้ ทุกความขัดแย้งกลับหลอมรวมกลายเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ "ทีแรกฉันนึกว่าคุณจะสั่งแก้แบบใหม่อีกรอบซะแล้วค่ะ... ธันวา" พู่กันแกล้งหยอกล้อพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเลعة "เห็นทำหน้ายักษ์ใส่ฉันตั้งแต่ตอนเดินเข้าห้องกรรมการ จนกรรมการเขานึกว่าฉันเป็นจำเลยที่คุณคุมตัวมาขึ้นศาลซะอีก" "ผมไม่ได้ทำหน้ายักษ์ครับ ผมแค่ใช้สมาธิ" ธันวาเถียงหน้าตาย หยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาหมุนเล่นในมือแก้เขิน "อีกอย่าง... ถ้าผมไม่เคี่ยวกับคุณตั้งแต่แรก เราคงไม่ได้คะแนนนำโด่งทิ้งห่างโปรเจกต์ของบริษัทคุณเมฆาไปตั้งสามสพึงหรอกนะครับ" พอได้ยินชื่อ 'เมฆา' รอยยิ้มบนใบหน้าของพู่กันก็จางลงเล็กน้อย เธอกอดอกแล้วถอนหายใจเบาๆ "พูดถึงตาเมฆานั่นแล้ว... เมื่อเช้าก่อนเข้าห้องประชุม ฉันเห็นเขาเดินมาวนเวียนแถวโซนจัดแสดงโมเดลด้วยค่ะ แถมยังทำหน้าเหมือนคนอมขี้ไก่เดือนมาด้วยตอนเห็นพวกเราเดินถือแฟ้มสีน้ำเงินเข้าไป" พู่กันเล่าด้วยน้ำเสียงติดตลก พลางทำหน้าล้อเลียนคู่แข่งคนสำคัญ "ท่าทางเขาคงหัวร้อนน่าดูที่โดนทีมนักออกแบบไร้ชื่อเสียงอย่างพวกเราปาดหน้าเค้กคว้าโปรเจกต์ร้อยล้านไปครอง" "คนประเภทนั้น มักจะมองความสำเร็จเป็นเรื่องของการเอาชนะครับ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความคมคาย ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วที่ประสانกันอยู่บนโต๊ะ "แต่สำหรับผม... โปรเจกต์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเอาชนะใคร แต่มันคือการพิสูจน์ว่า เราสามารถสร้างสรรค์พื้นที่ที่ธรรมชาติกับมนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบต่างหากล่ะครับ" คำพูดนั้นทำให้พู่กันถึงกับนิ่งงบ เธอมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากวันแรกที่ร่วมงานกัน จากผู้ชายปากจัด จู้จี้จุกจิก และน่ารำكات บัดนี้ธันวาได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด เป็นคนที่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเธอในทุกปัญหา และเป็นคนที่ทำให้เธอเริ่มมองเห็นอนาคต... ออนาคตที่มีโปรเจกต์อื่นๆ รอให้พวกเขาร่วมมือกันสร้างสรรค์อีกมากมาย "พูดจาเท่เป็นบ้าเลยนะคะวันนี้... สถาปนิกธันวา" พู่กันแกล้งแซวกลบเกลื่อนความใจเต้นแปลกๆ ในอก "ระวังเถอะค่ะ ชมฉันมากๆ แบบนี้ เดี๋ยวฉันเรียกค่าตัวแพงขึ้นนะ" "ถ้าเป็นคุณ... ต่อให้เรียกแพงแค่ไหน ผมก็ยินดีจ่ายด้วยบัญชีส่วนตัวครับ ไม่ใช่บัญชีบริษัท" ธันวาตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่มุกหยอดที่หลุดออกมาแบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาอุณหภูมิบนใบหน้าของพู่กันพุ่งสูงปรี๊ดจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างกระจก ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ชักจะอันตรายต่อหัวใจเธอเกินไปแล้ว! บรรยากาศกำลังดำเนินไปใน2จังหวะที่น่ารักและชวนอมยิ้ม ทั้งสองเริ่มพูดคุยถึงแผนการลงพื้นที่จริงในสัปดาห์หน้า การเลือกพรรณไม้ที่จะมาช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับโครงสร้างปูนเปลือย และการแบ่งโซนพื้นที่พักผ่อนให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกว่าเส้นขนานที่เคยต่างคนต่างอยู่ ได้ถูกถักทอเข้าหากันอย่างลงตัว ผ่านงานออกแบบที่พวกเขารัก แต่ความสุขมักจะเดินทางมาสั้นเสมอ... ในขณะที่ธันวากำลังก้มลงหยิบแท็บเล็ตเพื่อเปิดแปลนโครงการรอบสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับชื่อผู้ส่งที่ทำให้บรรยากาศอบอุ่นในห้องหยุดชะงักลงทันที หน้าจอแสดงข้อความจาก **'เมฆา'** คู่แข่งทางธุรกิจที่เพิ่งพ่ายแพ้ไปหมาดๆ *[เมฆา: ยินดีด้วยนะธันวา ที่นายชนะรอบนี้... แต่ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ของเล่นชิ้นโปรดที่นายกำลังปั้นใหม่อยู่เนี่ย ความจริงแล้วเธอมีสัญญาลับที่เซ็นไว้กับบริษัทฉันตั้งแต่เดือนก่อนแล้วนะ หวังว่านายจะยังไม่หลงรักเธอก่อนที่โปรเจกต์นี้จะเจ๊งคามือหรอกนะ]* ธันวาชะงัก นิ้วที่ถือแท็บเล็ตแข็งค้าง ดวงตาคมกริบกวาดอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองพู่กันที่กำลังยิ้มแย้มและพูดเจื้อยแจ้วเรื่องต้นไม้โดยไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยสักนิด... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความหวังครั้งใหม่นี้นะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%