"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว ผมคงคิดว่าคุณกำลังวิ่งหนีเจ้าหนี้ ไม่ใช่เดินมาสำรวจไซต์งานกับผมนะครับ คุณพู่กัน"
ธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาเมทัลชีทของคาเฟ่เก่าริมคลองที่พวกเขาวิ่งเข้ามาหลบภัยได้อย่างเฉียดฉิว น้ำฝนเม็ดโตกระเซ็นเปียกชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของสถาปนิกหนุ่มจนแนบไปกับแผ่นอก แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงอาการหงุดหงิดเหมือนทุกครั้งที่แผนงานต้องสะดุด
ตรงกันข้าม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับทอดมองหญิงสาวที่กำลังยืนหอบหายใจจนไหล่บางไหวโยกด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้
"ใครวิ่งหนีเจ้าหนี้กันเล่าคุณธันวา พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย ฉันแค่... เดินตามหาแรงบันดาลใจในจังหวะที่มันเร่งรีบต่างหากเล่า" พู่กันสวนกลับทันควัน มือเรียวพยายามปัดปอยผมที่เปียกชื้นลู่แนบแก้มเนียนออกอย่างลวกๆ ก่อนจะกอดอกแน่นเพื่อซ่อนอาการหนาวสั่นจากอุณหภูมิที่ลดฮวบฮาบอย่างกะทันหัน
"แรงบันดาลใจหรือครับที่ทำให้คุณเดินสะดุดรากไม้เมื่อกี้ จนผมต้องคว้าเอวคุณไว้ไม่งั้นคงได้ลงไปนอนวัดพื้นดินโคลนด้วยกันทั้งคู่" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ ชายหนุ่มจงใจทิ้งน้ำเสียงทุ้มต่ำลงเล็กน้อยในจังหวะที่เอ่ยประโยคหลัง พร้อมกับขยับตัวเข้ามาประชิดเพื่อบังสายลมเย็นที่พัดลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ
ใบหน้าหวานของนักออกแบบแลนด์สเคปสาวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้จากความเปียกปอน หรือเพราะระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้เกินไปจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอกข้างซ้าย เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจที่ตัวเองมักจะแพ้ทางผู้ชายปากร้ายคนนี้อยู่เรื่อย
"ก็... ก็คุณเล่นเดินไม่รอกันนี่นา พื้นมันลื่น ฉันก็ต้องมีพลาดกันบ้างแหละน่า อย่ามาทำเป็นเหนือกว่าหน่อยเลยคุณสถาปนิก" พู่กันเชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตากลมโตหลุบหนีสายตาคู่นคมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
คาเฟ่ร้างแห่งนี้ถูกทิ้ง1ร้างมาหลายปี พื้นที่ภายในเต็มไปด้วยฝุ่นหนาและโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิม แต่กลิ่นอายความวินเทจยังคงหลงเหลืออยู่ ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายนอกที่มีเพียงเสียงฟ้าคำรามเป็นระยะ ด้านในกลับเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน
ธันวาถอดเสื้อสูทผ้าลินินเนื้อดีที่สวมทับออกอย่างไม่ลังเล ก่อนจะคลุมมันลงบนไหล่บางของหญิงสาวที่กำลังตัวสั่นเทา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้ลอยเข้าจมูกพู่กันทันทีที่เสื้อตัวนั้นสัมผัสผิว
"ใส่ไว้ซะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา งานโปรเจกต์นี้ยังอีกยาวไกล ผมไม่อยากทำงานกับคนป่วยที่เอาแต่ไอค็อกๆ แค็กๆ ใส่ผมหรอกนะ" น้ำเสียงดุๆ ที่เจือความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียนทำเอาพู่กันชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มปากแน่นก่อนจะดึงเสื้อสูทตัวนั้นให้กระชับเข้าหาตัว
"ปากเสีย..." เธอพึมพำเบาๆ แต่ยอมดึงปลายแขนเสื้อของเขามาห่อหุ้มมือตัวเองที่เย็นเฉียบ "แล้วนี่เราจะติดแหง็กอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนเนี่ย ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย ดูทรงแล้วฟ้าคงถล่มลงมาแน่ๆ"
"ก็ดีเหมือนกันไม่ใช่หรือครับ..." ธันวาเดินไปพิงขอบหน้าต่าง ทอดสายออกไปมองสายฝนที่โปรยปราย "นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้หยุดพักนิ่งๆ แบบนี้ วิ่งวุ่นวายกับต้นไม้ใบหญ้า กับแบบแปลนของเมฆา จนแทบไม่มีเวลาหายใจไม่ใช่หรือครับ"
พู่กันชะงักไปเมื่อได้ยินชื่อของ 'เมฆา' คู่แข่งคนสำคัญที่พยายามดึงเธอให้ไปร่วมงานด้วยเพื่อหวังจะเอาชนะธันวาโดยเฉพาะ บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
"คุณรู้เรื่องนั้น..." พู่กันเอ่ยเสียงแผ่ว
"ผมรู้ทุกเรื่องแหละครับที่เกี่ยวกับโปรเจกต์นี้... และเกี่ยวกับคุณ" ธันวาหันกลับมามองเธอเต็มตา แววตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกซึ้งที่อ่านยาก จนทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ
"ทำไม... ทำไมคุณต้องคอยตามขัดขา ตามกวนประสาทฉันตลอดด้วยล่ะคุณธันวา ถ้าฉันไปทำงานกับคุณเมฆา ชีวิตคุณอาจจะสงบกว่านี้ก็ได้นะ ไม่มีคนคอยเถียง ไม่มีคนคอยกวนโมโหทุกวัน" พู่กันตัดสินใจถามออกไปในสิ่งที่ค้างคาใจมานาน ความเงียบในคาเฟ่ร้างนี้บีบให้เธอต้องหาคำตอบจากผู้ชายตรงหน้า
ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง สายตาของเขาสะท้อนภาพเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน
"ถ้าไม่มีคุณคอยเถียง ไม่มีคนคอยกวนโมโห... ชีวิตผมคงเงียบเหงาจนน่าเบื่อตายเลยล่ะครับพู่กัน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจริงจังเป็นครั้งแรก "ที่คุณเห็นผมกวนประสาท... จริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผมได้ยืนมองคุณใกล้ๆ แบบนี้ก็ได้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกมาดนิ่งทำเอาพู่กันสมองตื้อตันไปชั่วขณะ เธอกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะหยอดที่ไม่ทันตั้งตัวนี้ กำแพงความเย็นชาและท่าทีตั้งป้อมใส่กันตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพังทลายลงในพริบตาด้วยประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" พู่กันหน้าแดงก่ำ ลามไปถึงใบหู เธอยกมือขึ้นดันอกแกร่งของเขาเบาๆ เพื่อถอยรักษาระยะห่าง แต่ธันวากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ยอมให้ถอยหนี
"ไม่ได้บ้าครับ... และผมก็พูดจริงทุกคำ" ธันวาก้มหน้าลงมามองเธอใกล้ขึ้น ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำคาญ "ผมอาจจะเป็นสถาปนิกที่ชอบความสมบูรณ์แบบ แต่กับเรื่องของคุณ... ผมยอมให้มันมีความรู้สึกที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานได้เสมอนะครับ"
หัวใจของพู่กันเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู บรรยากาศรอบตัวอุ่นขึ้นมาทันตาเห็นแม้ว่าข้างนอกฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ตาม เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธหรือหาทางแก้เขินตามสไตล์คนปากแข็ง แต่ทว่า...
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาที่พู่กันสวมอยู่ดังขึ้นทำลายความเงียบและโมเมนต์สีชมพูลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ ก่อนจะผละตัวออกไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาดูหน้าจอ
รอยยิ้มอุ่นๆ และแววตาหวานซึ้งเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งเรียบในทันทีที่เขาเห็นชื่อผู้ที่โทรเข้ามา
พู่กันมองปฏิกิริยานั้นด้วยความสงสัย เธอยืนล파บอยู่กับที่ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติขณะที่ธันวากดรับสาย
"ครับ... ว่าไงเมฆา" ธันวาเอ่ยชื่อคู่ปรับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่สายตายังคงมองตรงมาที่พู่กัน
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของเมฆาจะดังลอดออกมาจากลำโพงที่เปิดเสียงดังพอให้พู่กันได้ยินชัดเจน ท่ามกลางเสียงฝน
*“ฉันไม่ได้โทรมาเรื่องงานหรอกธันวา... แต่ฉันแค่จะบอกว่า ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามกับคาเฟ่ร้างที่คุณกับพู่กันติดฝนอยู่พอดี และฉันกำลังจะเดินเข้าไปรับเธอกลับ... คิดว่าคงไม่รบกวนเวลาสวีทของคุณหรอกนะ”*
ธันวาหรี่ตาลงทันที กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ขณะที่พู่กันเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับบุคคลที่ไม่คาดฝันที่กำลังก้าวเข้ามาในสมรภูมินี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาหลบฝนและอินไปกับความรู้สึกอุ่นๆ ด้วยกันเสมอนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 7
วันฝนตกที่คาเฟ่ร้าง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!