"ถ้าคุณเมฆาเดินเข้ามาเพื่อจะพูดเรื่องเดิม ผมว่าเอาเวลาไปตรวจแบบแปลนห้องน้ำชั้นสามของโครงการคุณให้รอดจากการโดนเทศกิจสั่งรื้อก่อนจะดีกว่านะครับ"
น้ำเสียงของธันวาไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา ร่างสูงในชุดเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกก้าวเข้ามาขวางหน้าพู่กันไว้ครึ่งก้าว สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและการปกป้องพุ่งพล่านจนสันกรามคมขึ้นรูปชัดเจน
เมฆา คู่ปรับทางธุรกิจที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มพาสติก ยักไหล่ด้วยท่าทางกวนประสาท สายตาคมปลาทูทอดกวาดมองผ่านไหล่กว้างของธันวาไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ใจเย็นน่าคุณธันวา ผมแค่วะ... แวะมาทักทายคุณพู่กันในฐานะเพื่อนร่วมวงการที่ชื่นชมผลงาน ไม่ได้จะมาทำสงครามประสาทอะไรสักหน่อย... หรือว่ากลัวว่าคนเก่งเขาจะมองเห็นความต่างระหว่างโปรเจกต์งานเนี๊ยบๆ กับงานลวกๆ กันแน่นะครับ"
"งานลวกๆ ที่คุณว่า ทำยอดขายถล่มทลายไปสองโครงการติดจนคุณต้องวิ่งเต้นวิ่งหาซื้อตัวคนออกแบบคนเดิมไปร่วมทีมด้วยนี่ เขาเรียกว่าความสามารถหรืออาการหน้ามืดตามัวเหรอครับคุณเมฆา" ธันวาย้อนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย
พู่กันที่ยืนเม้มปากเงียบมาตลอด สูดหายใจเข้าลึกๆ เธอเกลียดที่สุดคือการถูกมองเป็นวัตถุทางธุรกิจที่ใครจะแย่งชิงไปไหนก็ได้ตามใจชอบ หญิงสาวก้าวพ้นเงาร่างสูงของธันวาออกมา ยืนเคียงข้างเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"ขอบคุณสำหรับคำชมเรื่องฝีมือนะคะ... เอ๊ย! ครับ" พู่กันเกือบเผลอหลุดปากพูดสำเนียงคุ้นชิน แต่รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเหลือบไปเห็นหางตาของธันวาที่เหลมามองด้วยความขบขันระคนแปลกใจ "แต่พอดีว่าตารางงานของดิฉัน... เอ้ย ของผม เต็มยาวไปจนถึงปีหน้า และที่สำคัญ ผมชอบทำงานกับสถาปนิกที่ใช้สมองมากกว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมครับ เชิญทางโน้นเลยครับ คุณเมฆา"
เมฆาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเจอไม้นี้ "ปากดีทั้งคู่... หวังว่าตอนส่งมอบงานแล้วงบไม่บานปลายจนต้องเอาบ้านไปจำนองนะคุณธันวา ส่วนคุณพู่กัน... ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ประตูห้องทำงานผมเปิดต้อนรับเสมอ"
พูดจบ เมฆาก็หันหลังเดินกลับออกไปด้วยท่าทางฮึดฮัด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลชวนเวียนหัวในพื้นที่ห้องประชุมชั่วคราว
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธันวายังคงยืนนิ่ง สายตาทอดมองตามหลังคู่ปรับก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน แววตานิ่งสนิทคาดเดาความรู้สึกยาก "เก่งขึ้นนี่ครับ กล้าต่อปากต่อคำกับไอ้เมฆาแล้ว"
"ก็มีคุณธันวาคอยยืนเป็นโล่กันกระสุนให้อยู่ใกล้ๆ ทำไมผมจะกล้าไม่ได้ล่ะครับ" พู่กันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มซุกซนปรากฏที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความใจเต้นแรงเมื่อครู่ เมื่อกี้ตอนที่แผ่นหลังกว้างนั้นก้าวมาบังเธอไว้จากสายตาคุกคามของเมฆา ยอมรับตามตรงว่ามัน... อุ่นกว่าที่คิด
"ปากดี" ธันวาพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากหยักกลับแอบยกยิ้มขึ้นนิดหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน "แล้วนั่น... คุณกำลังทำอะไรกับแปลนสวนหย่อมโซน B ของผมอีกครับพู่กัน"
พู่กันสะดุ้งเล็กน้อย รีบเอาตัวบังกระดาษแผ่นนั้นไว้ทันที "เปล่าสักหน่อย! ผมไม่ได้ทำอะไรพังเสียหน่อย แค่... ปรับนิดๆ หน่อยๆ ตามจินตนาการของศิลปินเท่านั้นเองครับ"
"หลบครับ" ธันวาเสียงเข้ม ยื่นมือยาวมาจับข้อมือบางแล้วดึงออกเบาๆ เพื่อกวาดสายตาดูแผ่นแปลนที่ถูกแกะแก้ด้วยดินสอ 2B ของเจ้าตัวแสบ
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกผู้คลั่งความสมบูรณ์แบบกวาดมองลายเส้นที่ถูกขีดเขียนเพิ่มเข้าไป ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง นานจนพู่กันเริ่มใจคอไม่ดี กลัวว่าตัวเองจะโดนเทศนาชุดใหญ่เรื่องการทำลายระเบียบโครงสร้างที่วางไว้
"คุณธันวา... คือผมเห็นว่าถ้าเราเปิดพื้นที่ตรงมุมทิศตะวันออกให้ทางเดินมันโค้งรับกับเงาของต้นปีบทองช่วงบ่าย มันจะทำให้แสงที่ส่องลงมาตกกระทบกับระเบียงไม้มันดูมีมิติมากกว่าแบบเหลี่ยมเดิมที่คุณตีโจทย์ไว้นะครับ... แล้วก็ตรงบ่อน้ำ ผมเพิ่มหินธรรมชาติแบบซ้อนชั้นเข้าไป เพื่อให้เสียงน้ำไหลมันกลบเสียงถนนด้านนอกได้ดีขึ้นด้วย" พู่กันอธิบายรัวเร็ว ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบ เธอก็ยิ่งใจคอไม่ดี "ถ้า... ถ้ามันพังมาก คุณจะให้ผมลบร่างใหม่หมดก็ได้นะ คือผมแค่คิดว่ามันน่าจะ..."
"ใครบอกว่ามันพังครับ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแทรกขึ้นมาเบาๆ ธันวาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแปลน แววตาที่มองมาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือประกายความทึ่งที่ส่องประกายชัดเจนในดวงตาสีนิลคู่นั้น
"เอ๊ะ?" พู่กันกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลไม่ทัน
ธันวานิ้วเรียวยาวแตะลงบนรอยดินสอที่เธอเพิ่งวาดเพิ่มลงไปบนแปลน "คุณแก้โครงสร้างความแข็งกระด้างของผมด้วยความอ่อนช้อยของธรรมชาติ... แปลกมาก ทั้งๆ ที่ผมพยายามคำนวณสัดส่วนนี้มาเป็นเดือนเพื่อให้มันเป๊ะที่สุด แต่พอคุณใส่เส้นโค้งนี้เข้าไป มันกลับ... สมบูรณ์แบบกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก"
หัวใจของพู่กันกระตุกวูบ คำชมจากปากของสถาปนิกผู้หยิ่งทะนงในฝีมืออย่างธันวานั้นหายากยิ่งกว่างامงอก การได้รับการยอมรับจากเขาในเรื่องงาน ทำให้ความรู้สึกบางอย่างพองโตขึ้นในอกอย่างห้ามไม่อยู่
"พูดจริงเหรอครับเนี่ย ไม่ได้ปลอบใจผมใช่ไหม" พู่กันอดไม่ได้ที่จะแซว เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่เริ่มลามเลียพวงแก้ม
"ผมไม่เคยโกหกเรื่องงานครับพู่กัน" ธันวาตอบเสียงนุ่ม แววตาที่มองเธอมันเปลี่ยนไปจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง จากความรำคาญใจ กลายมาเป็นความเอ็นดูที่ซ่อนอยู่ใต้มาดนิ่ง และตอนนี้... มันกำลังขยับเข้าใกล้คำว่า 'ยอมแพ้ใจ' ไปทุกที
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบสงบลงอย่างมีความหมาย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกันหากไม่มีโต๊ะทำงานกั้นกลาง ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของอีกฝ่ายราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่าง
"คุณทำให้ผมต้องเปลี่ยนมุมมองหลายๆ อย่างเลยนะครับพู่กัน... ทั้งเรื่องงานออกแบบ และเรื่อง..."
ธันวาชะงักไปนิด ประโยคหลังกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อปลายนิ้วเรียวของพู่กันยื่นมาแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของเขาเพื่อจัดให้เข้าที่
"เรื่องอะไรเหรอครับ คุณสถาปนิกปากจัด" พู่กันเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มพรายที่ชวนให้คนมองใจสั่นระรัว
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะกุมมือบางที่ยังคงแตะอยู่บนอกของเขา หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะจนน่ากลัว และในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจออกไป...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขาหน้าห้องที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าซีดเผือดจนผิดปกติ
"คุณธันวาคะ!แย่แล้วค่ะ! แบบแปลนโครงสร้างหลักของตึกใหญ่ฝั่งทิศเหนือที่เพิ่งส่งอนุมัติ... จู่ๆ ก็โดนตีกลับเพราะมีลายเซ็นปริศนาอ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แบบแปลนซ้ำซ้อนส่งตรงจากสำนักงานใหญ่ของคู่แข่ง... ตอนนี้ทางนั้นกำลังจะฟ้องร้องเราข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาค่ะ!"
ธันวาชะงักกึก ร่างสูงผละออกจากพู่กันทันที นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาในเสี้ยววินาที กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนอีกครั้ง
เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางธุรการ... แต่มันคือเกมสกปรกที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล และเป้าหมายที่แท้จริงของมัน... ไม่ได้มีแค่บริษัทของเขาคนเดียว
ธันวากวาดสายตากลับมามองพู่กันที่ยืนหน้าซีดตัวแข็งค้างอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุดกึก เมื่อเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่เพิ่งถูกสอดเข้ามาใต้ประตูห้องทำงาน พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาแปะอยู่หน้าซอง...
*“ของขวัญต้อนรับการร่วมมือ... ระหว่างคุณกับคนที่คุณกำลังปกป้อง”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สายลมแผ่วเบา" เสมอมานะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 8
ทัศนคติที่เริ่มเปลี่ยนไป
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!