"คุณหมายความว่ายังไงที่บอกว่าห้องเต็มหมดแล้ว?"
เสียงของธันวาหลุดลอดออกมาด้วยโทนต่ำที่พยายามสะกดกลั้นความหัวเสียไว้อย่างเต็มที่ สถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบแบบแผนและตารางเวลาทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนจ้องหน้าพนักงานต้อนรับของรีสอร์ทกลางหุบเขาด้วยสายตาที่เรียบสนิทจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนเคาน์เตอร์ไม้สักเป็นจังหวะเนิบนาบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
"ต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆ ครับคุณธันวา พอดีวันนี้ทางเทศกาลโคมไฟจัดขึ้นกะทันหัน ทำให้แขกจากส่วนกลางแห่กันมาจองห้องพักจนเต็มทุกยูนิต แม้แต่ห้องสวีท VIP ก็ไม่มีเหลือแล้วครับ" พนักงานหนุ่มกะพริบตาปริบๆ เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามไรผมเมื่อเจอรัศมีตึงเครียดแผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกชื่อดัง
ธันวาถอนหายใจยาว พยายามสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่อไม่ให้เผลอระเบิดอารมณ์ใส่เด็กหนุ่มที่ทำตามหน้าที่ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ที่คุกรุ่น เขากวาดสายตามองไปรอบล็อบบี้ที่เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว เสียงจอแจระignite ความหงุดหงิดในอกให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก เพราะเป้าหมายของการมาตรวจไซต์งานแลนด์สเคปโปรเจกต์นี้ เขาต้องการความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบเพื่อสะสางแบบร่าง ไม่ใช่การมาติดแหง็กกลางเทศกาลประหลาดแบบนี้
"แล้วแถวนี้ไม่มีโรงแรมอื่นอีกเลยหรือไง" เสียงใสๆ แต่แฝงความกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง พู่กันในชุดเอี๊ยดยีนส์เซอร์ๆ กับหมวกแกะสลักลายใบไม้ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เธอชะโงกหน้าไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของพนักงานก่อนจะหันมาเลิกคิ้วใส่ชายหนุ่ม "โอ๊ะ โอ... สงสัยคราวนี้สถาปนิกผู้เพอร์เฟกต์ของเราจะต้องนอนรับลมหนาวใต้ต้นไม้ซะแล้วล่ะมั้งคะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง... ครับ!"
เธอรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตที่ส่งตรงมาให้ ธันวาหรี่ตามองหญิงสาวตัวแสบที่ทำหน้าลอยชายราวกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องสนุก ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาทั้งคู่ต่างก็ตกเป็นเหยื่อของความผิดพลาดในการจองห้องพักของบริษัท
"ถ้าคุณยังพูดมาก ผมจะปล่อยให้คุณนอนตากน้ำค้างจริงๆ ด้วย พู่กัน" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาพราวระยับด้วยความเข่นเขี้ยว
"อ้าว! พูดแบบนี้ก็ใจร้ายไปหน่อยนะครับคุณธันวา เรามาทำงานร่วมกันนะ จะทิ้งเพื่อนร่วมชะตากรรมให้อยู่กลางป่าเขาลำไพรได้ยังไง" พู่กันทำปากยื่นอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปทางพนักงานต้อนรับด้วยรอยยิ้มหวานหยด "น้องคะ... มันไม่มีทางออกจริงๆ เลยเหรอคะ แบบว่า... ซอกหลืบอะไรก็ได้ ที่ซุกหัวนอนสักคืนน่ะค่ะ... ครับ!" เธอรีบเบรกเสียงสูงของตัวเองอีกรอบเมื่อธันวาขยับตัวเข้าใกล้
พนักงานหนุ่มยิ้มแห้งๆ ก่อนจะก้มลงเปิดสมุดบันทึกเล่มหนา พลิกดูหน้ากระดาษที่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาแดงยุ่งเหยิงไปหมด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาที่มีความหวังริบหรี่
"มันก็พอจะมีอยู่ห้องหนึ่งครับ..." พนักงานลังเล "แต่..."
"แต่อะไรล่ะครับ พูดมาเถอะ สภาพนี้ให้ผมนอนระเบียงผมก็เอา" ธันวาตัดบทอย่างหมดความอดทน
"คือ... มันเป็น 'ห้องพักพนักงานรับรองพิเศษ' ที่อยู่โซนด้านหลังสุดของรีสอร์ทครับ ปกติจะใช้เก็บอุปกรณ์และสำรองไว้กรณีฉุกเฉินจริงๆ มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่แค่ 'ห้องเดียว' และ... เอ่อ... เครื่องปรับอากาศอาจจะเสียงดังหน่อยครับ"
ความเงียบชั่วขณะเข้าปกคลุมบริเวณเคาน์เตอร์ ธันวาชะงักไปเล็กน้อย สมองของสถาปนิกคำนวณความเป็นไปได้ทันที—ห้องเดียว เตียงเดียว แปลว่าพวกเขาต้องนอนร่วมห้องเดียวกันอย่างนั้นหรือ? บ้าชัดๆ เขาไม่มีทางยอมเอาชื่อเสียงและความสงบส่วนตัวมาเสี่ยงนอนร่วมห้องกับยัยตัวแสบนี้เด็ดขาด
"ผมขอปฏิเสธ..."
"เอาค่ะ! พวกเราเอาห้องนี้!" พู่กันโพล่งขึ้นแทรกกลางปล้องทันที ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เธอหันมาคว้าแขนเสื้อของธันวาไว้แน่น ออกแรงดึงเบาๆ พร้อมกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "คุณธันวา! จะบ้าเหรอคะ นี่ยังค่ำอยู่ ถ้าเราไม่เอาห้องนี้ ได้ไปนอนในรถคันเล็กๆ ของคุณแน่ๆ ขอย้ำว่าแอร์รถคุณเพิ่งเสียเมื่อวานนี้นะคะ!"
ธันวากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาก้มมองมือบางที่เกาะแขนเสื้อเขาอยู่ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนหัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด เขาอยากจะปฏิเสธให้เด็ดขาด แต่สภาพอากาศข้างนอกที่เริ่มลดอุณหภูมิลงและลมหนาวที่พัดโชยเข้ามาทางประตูหน้าทำให้เขาต้องยอมจำนนต่อความเป็นจริง
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรายตามองหญิงสาวด้วยความจำยอม "ก็ได้... แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องนอนบนโซฟาตัวยาวห้ามล้ำเขตเด็ดขาด"
"รับทราบครับท่านประธาน!" พู่กันยิ้มร่าเริงจนตาหยี ท่าทางดีใจออกนอกหน้าเสียจนธันวาอดที่จะส่ายหัวไม่ได้
กุญแจทองเหลืองเก่าคร่ำครึถูกส่งมอบให้ ทั้งคู่เดินลัดเลาะผ่านทางเดินปูด้วยแผ่นหินที่ประดับด้วยโคมไฟสีส้มสลัว บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเดินลึกเข้ามาโซนด้านหลังของรีสอร์ท เสียงหริ่งหรีดเรไรขับกล่อมประสานกับเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ใหญ่ สร้างความรู้สึกเหงาจับใจแต่ในขณะเดียวกันก็มีความอบอุ่นแปลกประหลาดอบอวลอยู่ในบรรยากาศยามค่ำคืนนี้
ธันวาไขกุญแจเปิดประตูห้องพักหมายเลข 404 กลิ่นอายของไม้เก่าและกระดาษลอยแตะจมูก ทันทีที่ไฟสว่างขึ้น ภาพภายในห้องก็ปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่ห้องหรูหราเหมือนโซนด้านหน้า แต่เป็นห้องพักสไตล์วินเทจที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปเห็นวิวทิวสนต้องแสงจันทร์สลัว ตรงกลางห้องมีเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา และมุมห้องมีโซฟายาวสีน้ำตาลเข้มตั้งอยู่สมใจอยาก
"โห... โรแมนติกกว่าที่คิดแฮะ" พู่กันวางกระเป๋าเป้ลงบนพื้นเสียงดัง เธอเดินไปเปิดม่านรับแสงจันทร์ ร่างบางหันมายิ้มกว้างให้ธันวาที่กำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าประตู "นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทำหน้ายักษ์อยู่ ฉันนึกว่าเรามาฮันนีมูนกันนะเนี่ย"
ธันวาปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา "เลิกเพ้อเจ้อแล้วไปจัดการตัวเองซะ พู่กัน ดึกมากแล้วพรุ่งนี้เรามีงานเช้า"
สถาปนิกหนุ่มหยิบผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้พู่กันยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบ เสียงน้ำไหลซ่าจากด้านในห้องน้ำดังคลอเบาๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้ดูเป็นส่วนตัวเกินความจำเป็น หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า ค่ำคืนนี้พวกเขาสองคนต้องใช้พื้นที่ร่วมกันในระยะประชิดแบบนี้
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ธันวาก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาอ่อน ผมสั้นสีดำสนิทเปียกชื้นเล็กน้อย หยดน้ำเกาะพราวอยู่ตามกรอบหน้าคมคายและลำคอแกร่ง กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยฟุ้งไปทั่วห้องจนพู่กันที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"มองอะไร หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับผมตัวเอง
"เปล่าค่ะ... แค่คิดว่าคุณนี่รอดตัวไปนะ หน้าตาดีแถมยังเรื่องเยอะอีกต่างหาก" พู่กันลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเบาๆ "ถึงตาฉันบ้างล่ะ"
เธอกำลังจะเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำ แต่จังหวะที่ก้าวผ่านร่างสูง ธันวาที่ยืนเช็ดผมอยู่ก็พลิกตัวกลับมาพอดี ทำให้ไหล่บางชนเข้ากับแผงอกกว้างเข้าอย่างจัง!
แรงกระแทกทำให้พู่กันเสียหลัก เซถอยหลังแต่มือไวคว้าชายเสื้อของชายหนุ่มไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ส่วนธันวาด้วยสัญชาตญาณก็ใช้มืออีกข้างโอบเอวบางของเธอไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น
กลิ่นหอมเฉพาะตัวของแชมพูเด็กที่ติดอยู่บนเรือนผมของหญิงสาวลอยเข้าจมูกของธันวา ผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสดชื่น ดวงตากลมโตที่เงยขึ้นสบตาเขาในระยะประชิดเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประกายไหววับ หัวใจของสถาปนิกหนุ่มที่เคยถูกควบคุมด้วยกฎเกณฑ์และระเบียบวินัยอย่างเข้มงวด กลับเต้นรัวเร็วจนน่าตกใจในอกข้างซ้าย
"เอ่อ... คือ..." พู่กันอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อพบว่าใบหน้าของพวกเขาสองคนห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนแก้มเนียน
ธันวากลืนก้อนความเหนียวหนืดลงคอ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลายเป็นเสียงสะท้อนของความรู้สึกบางอย่างที่พยายามซ่อนเร้นมานานนับแรมเดือน ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนี้กำลังทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นทีละน้อย
"พู่กัน..." ธันวาเผลอเอמהเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่พร่าต่ำลงอย่างลืมตัว แววตาที่มักจะนิ่งสงบกลับเจือความอ่อนโยนและความหมายลึกซึ้งที่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธได้
หญิงสาวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกใหม่และร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ที่โอบเอวเธออยู่ขยับลูบไล้อย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังปังๆๆ จากภายนอกก็ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม!
"คุณธันวาครับ! คุณธันวาอยู่ในนั้นไหมครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้วครับ!"
เสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าคนงานดังลั่นผ่านบานประตูไม้ ตามด้วยแรงเขย่าลูกบิดห้องอย่างรุนแรง
ธันวาสดุ้งตึง รีบปล่อยมือออกจากเอวบางทันที ส่วนพู่กันก็กระโดดถอยหลังไปสามก้าวหน้าแดงแจ๋ด้วยความตกใจและเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญที่สุด
เขาก้าวเท้าฉับๆ ไปเปิดประตูห้องออกกว้างด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมจะอาละวาดใส่ใครก็ตามที่กล้ามาขัดความสุขของเขาในยามวิกาล แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
ไม่ใช่แค่หัวหน้าคนงานหน้าตาตื่นตระหนก แต่ยืนเคียงข้างกันนั้นคือ 'ใครบางคน' ที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนี้...
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 23
ที่พักที่มีแค่ห้องเดียว
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!