“ถ้ารู้ว่าจะต้องมานั่งตากยุงฟังความลับระดับชาติแบบนี้ ผมเอาเวลาไปแก้แบบแปลนห้องน้ำให้ลูกค้าดีกว่าครับ พู่กัน”
ธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของสวนหลังบ้านพักตากอากาศ เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้เก่าคร่ำคร่า สายตาจับจ้องไปที่แสงไฟสลัวจากบ้านหลังใหญ่ที่ห่างออกไป ไวน์ในแก้วทรงสูงสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงสั่นสะเทือนของโต๊ะที่เขาเผลอเคาะนิ้วเป็นจังหวะ
พู่กันที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้หันไปมองสถาปนิกปากร้าย เธอแค่นหัวเราะในลำคอพลางหยิบกิ่งไม้แห้งบนพื้นมาขีดเขียนลงบนดิน “ปากเสียเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยนะคุณธันวา ถ้าไม่อยากเล่าก็แค่บอก ไม่เห็นต้องหาเรื่องมาจิกกัดกันเลย คนอุตส่าห์ยอมเป็นหูเป็นตาให้แท้ๆ”
“เปล่าครับ ผมแค่สงสัยว่าทำไมต้องเป็นที่นี่” ธันวาละสายตาจากความมืดหันมามองใบหน้าของหญิงสาวที่ดูไร้เดียงสาในแสงจันทร์ “ทำไมต้องเป็นคุณที่ได้เห็นมุมนี้ของผม”
“เพราะคนอื่นมองเห็นแค่ ‘ธันวา สถาปนิกมือทอง’ ไงคะ” พู่กันวางกิ่งไม้ลงแล้วหันมาสบตาเขาตรงๆ “แต่ฉันมองเห็นธันวาที่เป็นคน... คนที่บางทีก็ดูเหงาจนน่าใจหาย”
ธันวานิ่งไป จังหวะการหายใจของเขาดูจะชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายของดินชื้นหลังฝนตกและกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวพู่กันทำให้กำแพงที่เขาสร้างไว้รอบตัวเริ่มสั่นคลอน เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวนั่งตัวตรง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามความเคยชิน แต่แววตาที่สะท้อนกับแสงจันทร์กลับปิดบังความอ่อนแอไว้ไม่มิด
“ครอบครัวผม... มันไม่ใช่ภาพวาดที่สวยหรูเหมือนงานที่ผมออกแบบหรอกนะครับ” เขาเริ่มเสียงเรียบ “พ่อผมมองว่าความสำเร็จคือสมการที่ต้องไม่มีตัวแปรผิดพลาด ลูกชายของเขาต้องเป็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ผมไม่มีสิทธิ์เลือกสีที่ชอบ ไม่มีสิทธิ์เล่นกีฬาที่อยากเล่น แม้แต่คณะที่เรียน ผมยังต้องเดินตามรอยไม้บรรทัดที่เขาวางไว้”
พู่กันนิ่งฟังโดยไม่แทรก เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ได้ออกมาจากปากของคนปกติ แต่มันกลั่นออกมาจากบาดแผลที่ฝังลึก
“แล้ววันหนึ่ง... ผมก็พัง” ธันวาแค่นยิ้มขมขื่น “ผมออกแบบอาคารหลังแรกในชีวิตด้วยหัวใจ แต่พ่อสั่งรื้อทิ้งหมดเพียงเพราะมัน ‘ดูไร้ระเบียบเกินไป’ วินาทีนั้นผมถึงรู้ว่า สิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิตเพื่อเป็นสถาปนิก ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ผมทำเพื่อเป็นเครื่องประดับบารมีให้เขา”
“คุณเลยกลายเป็นคนที่ต้องเป๊ะทุกอย่าง เพราะคุณกลัวว่าถ้าพลาด... คุณจะไม่มีค่าในสายตาใครเลย ใช่ไหมคะ?”
ธันวามองพู่กันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันมีความประหลาดใจผสมอยู่กับความรู้สึกขอบคุณที่ลึกซึ้ง “คุณนี่มัน... อ่านคนได้น่ารำคาญจริงๆ พู่กัน”
“นั่นคือคำชมใช่ไหมคะ?” พู่กันยิ้มบางๆ
“เป็นคำเตือนครับ ว่าอย่ารู้มากเกินไปนัก” เขาพูดพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเธอ “การที่คุณเข้ามารับรู้เรื่องนี้ มันไม่ได้ทำให้ชีวิตผมดีขึ้นหรอกนะ แต่มันทำให้ผม... รู้สึกว่าความโดดเดี่ยวที่แบกไว้ มันเริ่มหนักจนผมไม่อยากถือไว้คนเดียวอีกแล้ว”
บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากมุมมืดของพุ่มไม้ ธันวาหันขวับไปทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเขาสาดส่องไปทางต้นเสียง พู่กันเผลอคว้าชายเสื้อของเขาไว้โดยสัญชาตญาณ
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากใต้เงาไม้ใหญ่ แสงจากไฟโซลาร์เซลล์สวนสาธารณะสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่กวนประสาทเป็นที่สุด
“บรรยากาศกำลังโรแมนติกเลยนะเนี่ย” เมฆาแสยะยิ้มพลางก้าวเข้ามาใกล้ “ไม่ยักรู้ว่าสถาปนิกผู้สูงส่ง จะมีเวลาว่างมาเปิดเปลือยความลับให้แลนด์สเคปดีไซน์เนอร์ระดับล่างฟังแบบนี้”
ธันวาลุกขึ้นยืนทันที เขาก้าวไปขวางหน้าพู่กันไว้โดยอัตโนมัติ รัศมีของความเย็นชาแผ่ออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ “มาทำไม เมฆา? ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัว”
“ส่วนตัวเหรอ?” เมฆาหัวเราะหึๆ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “บังเอิญผมเจอหลักฐานบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ‘โปรเจกต์มัดจำใจ’ ที่คุณพยายามปั่นหัวลูกค้าน่ะสิ... ถ้าสิ่งที่อยู่ในนี้หลุดออกไป คุณว่าความสมบูรณ์แบบที่คุณสร้างมาทั้งชีวิต จะเหลืออะไรบ้างล่ะ ธันวา?”
พู่กันเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับบนซองเอกสาร เธอรู้ดีว่านั่นคือเอกสารสำคัญที่ธันวาเคยบอกว่าหายไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
ธันวากำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนชัดเจน เขาไม่กลัวเรื่องงาน แต่สิ่งที่อยู่ในซองนั้นมันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาเพิ่งเล่าให้พู่กันฟังเมื่อครู่
“คุณขโมยมันไป...” ธันวากัดฟันพูด เสียงของเขาต่ำจนน่ากลัว
“แค่หยิบยืมมาตรวจสอบความโปร่งใสครับ” เมฆาโบกเอกสารในมือ “เอาล่ะ คุณธันวา... ถ้าไม่อยากให้ความลับที่เน่าเฟะของครอบครัวคุณถูกแฉกลางงานเปิดตัวโปรเจกต์ คืนนี้พู่กันต้องไปกับผม”
พู่กันมองหน้าธันวาที่ดูเหมือนจะสติขาดผึ่ง มือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่น สัมผัสที่สั่นเทาของเขาบอกเธอว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือเรื่องของหัวใจที่เขากำลังปกป้องสุดกำลัง
“ปล่อยพู่กันเดี๋ยวนี้” ธันวาขู่เสียงรอดไรฟัน
“เลือกเอานะครับ... ระหว่างเกียรติยศที่เหลืออยู่ หรือผู้หญิงคนนี้” เมฆาเปิดซองเอกสารออกเพียงเสี้ยวหนึ่ง ให้เห็นรูปถ่ายใบเก่าที่ธันวาไม่เคยอยากให้ใครเห็นที่สุดในชีวิต
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเหงาที่อบอุ่นนี้ด้วยกันนะครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ•ตอนที่ 15
ความลับใต้เงาไม้
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์มัดจำใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!