“กล้าดียังไง!”
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของสวี่จวินเฮิงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงคับแคบ แรงกดดันมหาศาลจากนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลลาญ แม่เฒ่าเฉินที่เมื่อครู่ยังยืนเท้าสะเอวปากเปียกปากแฉะด่าทอราวกับเจ้าเข้าทรง ถึงกับตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เข่าทั้งสองข้างอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นดินอัดแน่นทันที
หลินชิงเซียนกะพริบตาปริบๆ นางมองแผ่นหลังกว้างในชุดทหารสีเขียวเข้มที่ยืนบังร่างของนางไว้มิดชิด กลิ่นอายความดิบเถื่อนผสมกลิ่นอายฝุ่นควันจากการเดินทางไกลโชะเข้าจมูก แต่น่าแปลกที่ความอบอุ่นสายหนึ่งกลับไหลซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ สามีในนามที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานแล้วเขาก็ต้องรีบกลับค่ายทหารผู้นี้... เขากลับมาทันเวลาพอดิบพอดีอย่างกับนัดไว้
“จวิน... จวินเฮิง ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกแม่สักคำเล่า!” แม่เฒ่าเฉินละล่ำละลักละลานเสียงสั่นเครือ พยายามปั้นหน้ายิ้มแห้งเหือดส่งให้บุตรชาย แต่ดวงตาคมปลาบของสวี่จวินเฮิงกลับไม่ได้มองนางด้วยความเคารพรักแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองรอยฟกช้ำสีม่วงคล้ำที่หน้าผากของภรรยา สลับกับรอยข่วนบนแขนเรียวที่ถูกแม่สามีใจร้ายหยิกข่วนก่อนหน้านี้
เพลิงโทสะในอกของนายหนุ่มแทบจะระเบิดออกมาเป็นจุล!
“ถ้าผมไม่กลับมาวันนี้... ภรรยาของผมคงถูกพวกท่านรังแกจนตายคือนาร้างนี่ไปแล้วสินะครับ... อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่า ‘พวกท่าน’ ร่วมมือกันสูบเลือดสูบเนื้อนางจนหยดสุดท้ายต่างหาก!” สวี่จวินเฮิงแค่นหัวเราะเสียงเย็นเฉียบ น้ำเสียงทุบต่ำดุดันจนแม่เฒ่าเฉินและสะใภ้รองที่แอบดูอยู่หลังประตูถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
หลินชิงเซียนแอบหยิกมุมปากยิ้มกริ่มในใจ นางเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อสีเขียวเข้มของสามีเบาๆ พร้อมกับแสร้งทำเป็นบีบน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร “พี่จวินเฮิง... ท่านกลับมาก็ดีแล้วค่ะ ชิงเซียน... ชิงเซียนแค่อยากจะขอแบ่งแป้งข้าวโพดมาทำโจ๊กประทังชีวิตสักหน่อย เพราะตั้งแต่ท่านไปค่ายทหาร แม่ก็ยึดบัตรปันส่วนอาหารไปหมด แถมยังให้ฉันทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ... ฮือ... ถ้าท่านมาช้ากว่านี้อีกนิด ฉันคงไม่ได้พบหน้าท่านอีกแล้วแน่ๆ ค่ะ”
แม่เฒ่าเฉินแทบสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อได้ยินคำฟ้องร้องอันน่าเวทนาของลูกสะใภ้ “นังตัวดี! แกกล้าฟ้องเรอะ! อีเด็กนี่มันตอแหล จวินเฮิง ลูกอย่าไปเชื่อมันนะ มันขี้เกียจสันหลังยาว ไม่ยอมทำงานบ้าน...”
“หุบปากซะ!” สวี่จวินเฮิงตวาดลั่นจนแม่เฒ่าเฉินสะดุ้งโหยงหุบปากฉับทันที ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป เบี้ยเลี้ยงและคูปองอาหารของผม จะถูกส่งตรงถึงมือภรรยาแต่เพียงผู้เดียว หากใครกล้าแตะต้องข้าวของของนางแม้แต่เมล็ดเดียว หรือกล้าบังคับให้นางทำงานเกินกำลังอีก... อย่าหาว่าผมคนนี้ไม่รู้จักคำว่ากตัญญู!”
พูดจบ สวี่จวินเฮิงก็ไม่สนใจเสียงโวยวายตีโพยตีพายของมารดาอีกต่อไป เขารวบเอวบางของหลินชิงเซียนขึ้นมาประคองอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นไข่ในหิน ก่อนจะพาเดินก้าวฉับๆ ออกจากบ้านหลักตรงดิ่งไปยังเรือนพักหลังเล็กทรุดโทรมที่เป็นเรือนหอของพวกเขาทันที
ปัง! ประตูไม้เก่าแก่ถูกปิดลงเพื่อกั้นเสียงหนวกหูจากโลกภายนอก
ภายในห้องพักอันมืดทึบและหนาวเหน็บ สวี่จวินเฮิงค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงไม้แข็งอย่างระมัดระวัง ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลและความเหนื่อยล้าฉายแววความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาหยาบกร้านเอื้อมออกไปแตะรอยฟกช้ำที่หน้าผากของนางเบาๆ กลัวว่าน้ำหนักมือเพียงนิดเดียวจะทำให้นางเจ็บปวด
“เจ็บมากไหม... ชิงเซียน?” เสียงทุบพร่าเอ่ยถามแผ่วเบา แววตาที่ใช้มองนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคลั่งรักจนล้นปรี่
หลินชิงเซียนชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นคมของสามีหนุ่ม ทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและดุดันต่อหน้าคนอื่น แต่กลับอ่อนโยนและยอมสยบให้นางเพียงผู้เดียว ชายหนุ่มคนนี้ช่างแตกต่างจากผู้ชายในยุค 70 ทั่วไปเสียจริง
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ... พอเห็นหน้าพี่จวินเฮิง อาการเจ็บพวกนี้ก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ” หลินชิงเซียนอมยิ้มบางๆ พลางส่ายหัวปฏิเสธ ทว่าในใจกลับกำลังตื่นเต้นระทึกขวัญยิ่งกว่าสิ่งใด
เพราะในเสี้ยววินาทีที่นางสัมผัสมือของสามีเมื่อครู่ จู่ๆ เสียงก้องกังวานลึกลับก็ดังขึ้นในหัวสมองของนาง—
*[ติ๊ง! ตรวจพบชีพจรความเครียดและอาการบาดเจ็บของเจ้าของร่าง ระบบมิติลับห้องยาพันปี (Millennium Medical Pavilion) ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ 100%!]*
ภาพเบื้องหน้าของหลินชิงเซียนพลันพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนที่สติสัมปชัญญะของนางจะถูกดึงดูดเข้าสู่พื้นที่สีขาวโพลนกว้างใหญ่ไพศาล กลิ่นอายหอมหวลของสมุนไพรโบราณนับหมื่นชนิดลอยอบอวลเตะจมูกทันที เบื้องหน้าของนางคือชั้นวางยาไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แบ่งออกเป็นโซนสมุนไพรหายาก, โซนเครื่องมือแพทย์ล้ำสมัย, และที่สำคัญที่สุด... บ่อน้ำทิพย์วิญญาณสวรรค์ที่พวยพุ่งไอหมอกสีทองจางๆ ออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ!
มิติลับห้องยาประจำตระกูลที่นางสะสมมาทุกชาติภพ... ตามติดวิญญาณทะลุมิติตามนางมาด้วยจริงๆ!
หลินชิงเซียนตื่นเต้นจนหัวใจแทบกระโดดออกมานอกอก ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ นางไม่รอช้า รีบจิตนาการหยิบ ‘โอสถทิพย์ฟื้นฟูมรกต’ เม็ดกลมสีเขียวมรกตใสที่ส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจออกมาจากชั้นวางยาทันที
“ชิงเซียน? ชิงเซียนน้องเป็นอะไรไป ทำไมเหม่อลอยเช่นนั้น?” สวี่จวินเฮิงเห็นภรรยานิ่งเงียบไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาเขย่าไหล่บางเบาๆ ด้วยความร้อนรน
หลินชิงเซียนดึงสติกลับมาจากมิติลับ นางแอบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ใต้ใบหน้าที่ดูอ่อนระโหยโรยแรง นางคว้ามือหนาของสามีมาวางไว้บนฝ่ามือของตน ก่อนจะแบมือออก เผยให้เห็นเม็ดโอสถสีเขียวมรกตใสเปล่งประกายเรืองรองจางๆ ในความมืดสลัวของห้อง
“พี่จวินเฮิง... ดูนี่สี้คะ นี่คือโอสถลับบรรพบุรุษที่ตระกูลฉันเก็บรักษาไว้ ท่านลองกินมันดูสิคะ ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลของท่านจะหายเป็นปลิดทิ้งแน่นอนค่ะ!” นางเอ่ยชักชวนด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม
สวี่จวินเฮิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นดวงตาที่เป็นประกายมั่นอกมั่นใจของภรรยา เขาก็ไม่ลังเลเลยสักนิด ชายหนุ่มหยิบเม็ดโอสถเข้าปากแล้วกลืนลงคอไปทันทีโดยไม่ถามไถ่ให้มากความ
เพียงชั่วพริบตาเดียว! ร่างกายกำยำของสวี่จวินเฮิงก็พลันสั่นสะท้าน ไอความร้อนสายหนึ่งพวยพุ่งจากท้องน้อยแผ่ซ่านไปทั่วทุกเส้นเลือดและกล้ามเนื้อ อาการปวดเมื่อยจากการเดินทางไกลนับร้อยลี้มลายหายไปจนหมดสิ้น ผิวหนังที่เคยกร้านแดดกลับเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังปราณและพละกำลังของเขาถูกเติมเต็มจนทะลักล้นราวกับเด็กหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่เพิ่งเกิดใหม่!
“นี่มัน...” สวี่จวินเฮิงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เขามองภรรยาของตนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทว่า ยังไม่ทันที่สวี่จวินเฮิงจะได้เอ่ยปากถามความจริงอันน่าเหลือเชื่อนี้ เสียงทุบประตูดังปึงปังอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าเฉินที่แผดก้องทะลุเข้ามาในห้อง
“ไอ้ลูกอกตัญญู! นังสะใภ้ตัวแสบ! พวกแกกล้าล็อคประตูใส่ฉันเรอะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถือว่ามีผัวเป็นทหารแล้วปีกกล้าขาแข็งรึไง ถ้าพวกแกไม่ยอมส่งเงินและคูปองแป้งมาให้ฉันวันนี้ ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าคอมมูนให้มาไล่พวกแกออกจากหมู่บ้านซะ!”
สวี่จวินเฮิงหน้ามืดครึ้มลงทันที เพลิงโทสะที่เพิ่งมอดดับไปกลับลุกโชนขึ้นมาใหม่อีกระลอก เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมจะพังประตูออกไปจัดการปัญหาเรื้อรังนี้ให้เด็ดขาด
ทว่า หลินชิงเซียนกลับเอื้อมมือเรียวไปคว้าแขนแกร่งของสามีเอาไว้เสียก่อน มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้คนมองต้องขนลุกซู่ นางสบตาคมกริบของสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกล
“พี่จวินเฮิง... อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยค่ะ” หลินชิงเซียนหัวเราะคิกคักในลำคอ แววตาฉายประกายสะใจอย่างปิดไม่มิด “ในเมื่อแม่อยากได้เงินและแป้งนัก... งั้นเรามา ‘เล่นสนุก’ กับคนตระกูลเฉินให้สะใจเล่นกันสักตั้งดีกว่าไหมคะ?”
พูดจบ หลินชิงเซียนก็พลิกฝ่ามือเรียก ‘โอสถป่วนประสาท’ ออกมาจากมิติลับห้องยาพันปี พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้สวี่จวินเฮิงถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดเสียวแทนคนข้างนอก!
---------------------------------------------
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมมานะคะ*
คุณหมอโอสถเทวดากับสหายทหารผู้คลั่งรักในทุ่งหญ้าหนาว•ตอนที่ 2
มิติลับสมุนไพรปรากฏ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอโอสถเทวดากับสหายทหารผู้คลั่งรักในทุ่งหญ้าหนาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!