"ถ้าพวกแกยังกล้าส่งเสียงโวยวายรบกวนการพักผ่อนของฉันอีกแม้แต่แอะเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือนก็แล้วกัน!"
น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกใต้ดังก้องขึ้นภายในห้องดินเหนียวคับแคบ กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวเก่าๆ และกลิ่นยาจีนรสขมไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หลินชิงเซียนขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความเจ็บปวดแปลบปลา兹ที่ศีรษะราวกับถูกของหนักฟาดซ้ำๆ เล่นเอาสติเกือบหลุดลอย แต่สัญชาตญาณความเป็นแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 กลับทำงานอย่างรวดเร็ว สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในหัว—ร่างนี้คือ "หลินชิงเซียน" สะใภ้รองแห่งตระกูลสวี่ในชนบทห่างไกล มณฑลเฮยหลงเจียง ปี 1974 ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนต้องใช้คูปองแลกซื้อทุกสิ่ง และที่สำคัญ... เจ้าของร่างเดิมเพิ่งถูกแม่สามีจอมเคี่ยวอย่าง "แม่เฒ่าเฉิน" ผลักหัวกระแทกขอบเตียงเตาอั้งโล่จนสิ้นใจตายอย่างน่าอนาถ ด้วยข้อหาทำงานบ้านช้าและไม่มีปัญญาคลอดลูกชายสืบสกุลให้ลูกชายคนรองของบ้าน
"ตายจริง! นังตัวดี แกกล้าดีอย่างไรถึงมาขึ้นเสียงใส่ฉันยายแก่คนนี้!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของแม่เฒ่าเฉินแผดลั่นอยู่หน้าประตูไม้ผุๆ พร้อมกับเสียงทุบประตูปังๆ ราวกับจะพังมันให้พังครืนลงมา "นังสะใภ้ขี้เกียจ นอนอืดเป็นผีตายซากมาครึ่งค่อนวันแล้ว ข้าวปลาไม่ยอมทำ งานในแปลงนาก็ไม่ไปช่วย แกคิดจะกินข้าวฟรีของบ้านตระกูลสวี่รึไง วันนี้ถ้าแกไม่ลุกมาซักผ้ากองโตแล้วตักน้ำให้เต็มโอ่ง แกก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น!"
หลินชิงเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยประกายแสงวาวโรจน์ด้วยความเยือกเย็น ยุค 70 อย่างนั้นหรือ? ร่างกายผอมแห้งแรงน้อยที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำนี่หรือจะมาขวางทางเธอได้? ในมิติจิตวิญญาณของเธอยังมี "คลังโอสถทิพย์" และห้องทดลองทางการแพทย์สุดล้ำที่เธอวิจัยมากับมือครบถ้วนสมบูรณ์ ต่อให้ยุคนี้จะยากลำบากสักแค่ไหน แต่ด้วยความรู้แพทย์แผนปัจจุบันผสานกับศาสตร์โบราณ และมิติลับที่ติดตัวมา การจะเหยียบย่ำพวกคนหน้าหนาใจทมิฬให้จมดิน ก็เป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
"กินข้าวฟรีงั้นเหรอ?" หลินชิงเซียนพึมพำกับตัวเองริมฝีปากบางยกยิ้มหยัน เธอค่อยๆ พยุงร่างที่สะบักสะบอมลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ข้อต่อจะระบมไปหมด แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวและทรงพลังอย่างยิ่ง เธอเดินไปเปิดประตูห้องออกกว้างด้วยแรงที่ไม่เบานัก จนแม่เฒ่าเฉินที่กำลังเงื้อมือเตรียมจะทุบประตูอีกรอบเกือบเซถลาล้มหน้าคะมำ
"แก... นังสะใภ้สารเลว แกกล้าดียังไงมาทำกิริยาต่ำทรามใส่ฉัน!" แม่เฒ่าเฉินชี้หน้าด่ากราด ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว น้ำลายกระเด็นใส่หน้าผากของหลินชิงเซียน แต่หญิงสาวกลับไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอยืนกอดอกมองแม่สามีด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูสัตว์ทดลองตัวหนึ่งที่น่าเวทนา
"ต่ำทรามหรือ? คนที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น ปล้นแม้กระทั่งจดหมายและเงินที่สามีฉันส่งมาจากค่ายทหารเพื่อเอาไปปรนเปรอให้ลูกชายคนโปรดผลาญเล่น แบบนั้นถึงจะเรียกว่าต่ำทรามอย่างแท้จริงไม่ใช่หรือคะ คุณแม่สามี" หลินชิงเซียนสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบของลานบ้าน
คำพูดนั้นทำเอาแม่เฒ่าเฉินหน้าซีดเผือดลงถนัดตา ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัวชั่วขณะ เรื่องเงินจากค่ายทหารของสวี่จวินเฮิง... นังนี่มันรู้ได้อย่างไร? ปกติแล้วสะใภ้รองคนนี้ขี้ขลาดตาขาว หัวอ่อนยิ่งกว่าเต้าหู้ ซ้ำยังก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอด แต่วันนี้แววตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายอำมหิตและเยືือกเย็นจนเธอรู้สึกสันหลังวาบอย่างประหลาด
"แก... แกพูดเพ้อเจ้ออะไร! เงินทองที่ไหน เงินของไอ้ลูกอกตัญญูจวินเฮิงนั่นมันส่งมาให้ฉันในฐานะแม่ผู้ให้กำเนิดต่างหาก มันเป็นสิทธิ์ของฉัน!" แม่เฒ่าเฉินแผดเสียงกลบเกลื่อนความพิรุธ ทว่าเสียงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของลูกสะใภ้
"สิทธิ์งั้นเหรอคะ?" หลินชิงเซียนก้าวเท้าเข้าไปหาแม่เฒ่าเฉินทีละก้าว แรงกดดันรอบตัวที่แผ่ออกมาจากร่างของแพทย์หญิงมือหนึ่งทำให้คนแก่กว่าต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "กฎหมายสมรสในยุคนี้ระบุชัดเจนว่าเงินเดือนของทหารประจำการต้องส่งให้ภรรยาและครอบครัวครึ่งหนึ่ง แต่นี่คุณแม่เล่นฮุบเอาไปทั้งหมดแถมยังปล่อยให้ฉันกับสามีอดอยากปากแห้ง ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้าน หรือส่งจดหมายตรงไปที่กองร้อยของพี่จวินเฮิง... คุณคิดว่าหน้าตาของตระกูลสวี่ และอนาคตของพี่ใหญ่ที่กำลังจะสอบเข้าโรงงาน จะเหลือซากอะไรไหมคะ?"
"นัง... นังตัวดี! แกกล้าขู่ฉันเรอะ!" แม่เฒ่าเฉินกรีดร้องด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางยกมือขึ้นทำท่าจะตบลงบนใบหน้าขาวซีดของหลินชิงเซียนด้วยความบันดาลโทสะ
แต่ทว่า... มือเหี่ยวย่นนั้นกลับถูกมือเรียวบางควσόจับเอาไว้ได้อย่างแม่นยำในเสี้ยววินาที แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วของหลินชิงเซียนไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย มันหนักหน่วงและเต็มไปด้วยจุดกดทับเส้นประสาทที่ทำให้แม่เฒ่าเฉินรู้สึกชาแปลบขึ้นไปถึงข้อศอกจนต้องร้องโอดครวญออกมาเสียงหลง
"จำไว้นะคะคุณแม่ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บ้านหลังนี้ฉันไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมให้ใครมารังแกอีก หากใครกล้าหาเรื่องฉันหรือคิดจะเอาเปรียบฉันแม้แต่ชิ้นเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน..." หลินชิงเซียนกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน แต่แววตาเฉียบคมดุจใบมีดนั้นทำให้แม่เฒ่าเฉินถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูและเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้ทุกคนในลานบ้านต้องชะงัก
"เปิดประตู! ชิงเซียน! ผมกลับมาแล้ว!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีและบรรยากาศอันดุดันแผ่ซ่านไปทั่ว สวี่จวินเฮิงกวาดสายตาคมกริบมองมาที่แม่สามีและภรรยาที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ทันทีที่เขาเห็นรอยฟกช้ำที่หน้าผากของหลินชิงเซียน ดวงตาคมปลาบก็ลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล!
อวี้ซินหมอยายุค 70 ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะคะ
คุณหมอโอสถเทวดากับสหายทหารผู้คลั่งรักในทุ่งหญ้าหนาว•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในร่างใหม่ท่ากลิ่นไอชนบท
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอโอสถเทวดากับสหายทหารผู้คลั่งรักในทุ่งหญ้าหนาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!