เชฟสาวมือฉมังกับกองทัพผักข้างบ้านของนายทหารหนุ่ม•ตอนที่ 2

เพื่อนบ้านหน้าตายที่ทำตัวประหลาด

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
เสียงเคาะประตูรั้วไม้ระแนงสีขาวดังขึ้นเป็นจังหวะที่สาม สะท้อนความมั่นอกมั่นใจของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน รินรดาชะครงตัวขึ้นจากแปลงผักสวนครัว มือเรียวที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายเปื้อนคราบดินจางๆ วางกระชอนรดน้ำลงบนขอบถังไม้ไผ่ ดวงตาคู่คมกวาดตามองร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองทะมัดทะแมงที่ยืนตระหง่านอยู่หลังประตูรั้ว ร่างนั้นให้ความรู้สึกราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ตั้งตระหง่านท้าทายสายลม แต่กลับมีกลิ่นอายความสะอาดสะอ้านของสบู่สมุนไพรเจือจางในอากาศ "ผมคิดว่าผมพูดภาษาไทยชัดเจนดีนะครับคุณรินรดา" ผู้กองศิลาเอ่ยขึ้นทันทีที่บานประตูถูกเปิดออกครึ่งหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงความจริงจังจนคนฟังต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "หรือว่า 'กระเทียมมังกร' ที่คุณว่าหายากนักหนา ถึงขั้นต้องปลูกไว้ในกระถางลับหลังครัว มันไม่มีอยู่จริง... แค่เป็นกลิ่นมโนของนายทหารต๊อกต๋อยอย่างผมกันแน่?" รินรดาหรี่ตามองชายหนุ่มผู้มีตำแหน่งเป็นนายทหารประจำค่ายใหญ่ฝั่งตรงข้าม เธอใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อตามกรอบหน้าอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย "ถ้าหูของคุณผู้กองไม่ได้ฝาดไปเอง และจมูกไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพจากการสูดดมดินปืนมาทั้งสัปดาห์..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งระวังตัว ปลายเสียงลากยาวเล็กน้อยอย่างจงใจยั่วโมโห "คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใครว่า กลิ่นที่เตะจมูกคุณเมื่อตอนเที่ยง มันไม่ใช่แค่กระเทียมธรรมดา... แต่มันคือสมุนไพรชั้นเลิศที่ต่อให้คุณเอาเงินทั้งกองร้อยมาแลก ผมก็ยังต้องคิดดูสามตลบว่าจะแบ่งให้สักหัวดีไหม" ศิลาไม่โกรธเคือง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผ่านไหล่บางเข้าไปสำรวจอาณาจักรสีเขียวขจีที่ซ่อนตัวอยู่หลังบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังนี้ แววตาของเขาฉายความประหลาดใจวูบหนึ่งเมื่อพบว่า แปลงผักที่ควรจะเหี่ยวเฉาตามสภาพดินลูกรังในย่านนี้ กลับอุดมสมบูรณ์เขียวขจีราวกับต้องมนต์สะกด ยิ่งผักชีฝรั่งและต้นหอมกลุ่มนั้นด้วยแล้ว ใบของมันช่างแผ่ขยายอวบอิ่มและส่งกลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะจมูกซ้ำอีกระลอก จนต่อมรับรสของชายหนุ่มเริ่มประท้วงขึ้นมาเงียบๆ "ท่าทางคุณจะไม่ได้แค่ปลูกผักไว้กินเล่นแก้เหงานะครับ" ศิลาพยักเพยิดไปทางแปลงผักกาดขาวที่หัวแน่นตึงผิดฤดูกาล "ดูจากสภาพแวดล้อมแล้ว ถ้าป้าสมศรีญาติสนิทมิตรสหายจอมเขมือบของคุณมาเห็นเข้า คงไม่แคล้ววิ่งโร่ไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าคุณแอบซุกซ่อนสมบัติล้ำค่าเพื่อฮุบที่ดินมรดกคนเดียวแน่ๆ" รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาแข็งค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที ชื่อของป้าสมศรีเปรียบเสมือนตัวจุดชนวนระเบิดเวลาในใจเธอ หญิงสาวถอดถุงมือออกโยนลงตะกร้าเสียงดังปึงปัง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดรั้วไม้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมสะอาดจากตัวนายทหารหนุ่มปะทะเข้ากับปลายจมูก แต่เธอกลับเลือกที่จะโฟกัสความหงุดหงิดที่มีต่อญาติผู้พี่ตัวแสบมากกว่า "เรื่องป้าสมศรี... ผมจัดการให้คุณได้นะครับ ถ้ารำคาญนัก" ศิลาเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดของเธอได้ ท่าทีที่สุขุมและจริงจังทำให้รินรดาต้องชะงักไป "นายทหารอย่างผมมีวิธีทำให้คนประเภทนั้นเลิกมาวุ่นวายกับที่ดินทำกินของชาวบ้าน โดยไม่ต้องใช้กำลัง... แค่ใช้กฎหมายและหลักฐานเรื่องโฉนดที่ดินที่พวกเขากำลังพยายามตุกติกอยู่" "คุณรู้เรื่องโฉนดของผมได้ยังไง?" รินรดาถามเสียงห้วน ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของเขา พยายามค้นหาเจตนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความหวังดีกะทันหันนี้ "ผมเป็นทหารนะครับ ไม่ใช่นักสืบเอกชน แต่เรื่องชาวบ้านในละแวกนี้ โดยเฉพาะบ้านที่ชอบส่งเสียงโวยวายเสียงดังน่ารำคาญทุกเช้าอย่างบ้านป้าสมศรีของคุณ... มันเข้าหูผมตั้งแต่ย้ายมาอยู่ได้สามวันแรกแล้วล่ะครับ" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความขบขันไว้ในแววตา "สรุปว่าไงครับ... จะให้ผมช่วยจัดการป้าของคุณให้ราบคาบก่อน หรือว่าคุณอยากจะเอา 'กระเทียมมังกร' ของคุณมาแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับผมก่อนดี?" รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด สมองอดีตเชฟสาวประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขามีทั้งความนิ่ง เงียบ และอำนาจมืดบางอย่างในคราบเครื่องแบบทหารที่น่าเกรงขาม การมีเขาเป็นพันธมิตรย่อมดีกว่าการเป็นศัตรูอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายความจริงใจที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่เสแสร้งแกล้งทำได้ง่ายๆ "ถ้าคุณอยากได้กระเทียมมังกรนัก..." รินรดาผ่อนลมหายใจยาว เหยียดยิ้มมุมปากอีกครั้งด้วยความมั่นใจ "เย็นนี้... สCอุปทานอาหารฝีมือผมสักมื้อสิครับผู้กอง แล้วผมจะตัดสินใจอีกทีว่าจะยอมเปิดคลังสมุนไพรลับให้คุณหรือเปล่า" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมสันเป็นครั้งแรก "ตกลงครับ... หวังว่าอาหารฝีมือเชฟตกยากคนนี้ จะอร่อยคุ้มค่ากับการที่ผมต้องไปปะทะฝีปากกับป้าสมศรีนะ" ชายหนุ่มหมุนตัวกลับเตรียมเดินเข้าบ้าน ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงรถกระบะเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทหน้าบ้านของรินรดาอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างท้วมของป้าสมศรีที่ก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าบึ้งตึง มือข้างหนึ่งถือเอกสารปึกใหญ่สะบัดไปมาด้วยความโกรธจัด "รินรดา! แกออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! แกกล้าดียังไงถึงไปแจ้งเรื่องเขตที่ดินกับผู้ใหญ่บ้าน ห่ะ!" เสียงแหลมสูงแผดลั่นทำลายบรรยากาศเงียบสงบของช่วงบ่ายลงทันที รินรดายืนนิ่ง ใบหน้าสวยคมไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่ทว่า... ผู้กองศิลาที่เพิ่งเดินพ้นรั้วบ้านตัวเองไปเมื่อครู่ กลับหันหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ก้าวมาขวางหน้าประตูรั้วบ้านของรินรดาไว้ราวกับภูเขาที่พร้อมปกป้อง พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังพอจะทำให้ป้าสมศรีต้องสะดุ้งโหยง "ขอโทษด้วยนะครับป้า... พอดีว่าแปลงผักตรงนี้ อยู่ในความดูแลของผมด้วยเหมือนกัน ถ้าป้ามีปัญหาอะไร เชิญคุยกับทนายความของกองร้อยผมก่อนดีกว่าไหมครับ?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งกลิ่นอายธรรมชาติและกลลวงนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือฉมังกับกองทัพผักข้างบ้านของนายทหารหนุ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%