ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 18

ความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงหัวเราะใสๆ ของรินรดายามเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอีกคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม มันบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคิรากร ราวกับมีใบมีดขึ้นสนิมมากรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ยังไม่ทันแห้งสนิท แก้วไวน์ในมือหนาถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างบ้าคลั่ง เขากำลังนั่งอยู่ ณ มุมอับสายตาของภัตตาคารหรูแห่งนี้—พิกัดที่สามารถมองเห็นทุกอิริยาบถของอดีตภรรยาได้อย่างชัดเจน แต่น่าสมเพชสิ้นดีที่เธอกลับไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวหางตาเหลือบแลมามองเขาเลยสักนิด "อร่อยไหมครับริน" กวินทร์เอ่ยถามพลางยื่นมือไปตักของหวานเลิศรสวางลงบนจานให้หญิงสาว รอยยิ้มอบอุ่นและแววตาทอประกายความห่วงใยนั้น ช่างทิ่มแทงอีโก้ของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำหัวใจเธอจนจมดินให้พังทลายลงไม่เป็นท่า รินรดาในวันนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เอาแต่นั่งรอคอยความเมตตาจากสามีในห้องนอนกว้างอย่างไร้ค่าอีกต่อไปแล้ว เธองดงาม เฉิดฉาย และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมั่นใจ ชุดเดรสผ้าไหมสีเอิร์ธโทนขับเน้นผิวพรรณผุดผ่อง รอยยิ้มที่เธอมอบให้ชายอื่นช่างเจิดจ้า... เจิดจ้าเสียจนคิรากรแทบหายใจไม่ออก "อร่อยมากค่ะกวิน ขอบคุณนะคะที่พามา" เสียงหวานใสที่เคยเอ่ยคำว่ารักและอ้อนวอนเขาในอดีต บัดนี้กลับถูกมอบให้กับผู้ชายคนอื่น ผู้ชายที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอในวันที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอออกไปจากชีวิต *แปล๊บ...* ความเจ็บปวดแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาจากอกด้านซ้าย มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบที่เขาเคยรู้สึก แต่มันคือความหึงหวง... ความหึงหวงที่ไร้ซึ่งสิทธิ์โดยสิ้นเชิง คิรากรแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง ดวงตาคมกริบทอประกายความดุดันและดุดันดั่งสัตว์ป่าที่กำลังจะคลั่ง เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนพนักงานสะดุ้งโหยง ก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนฉุดไม่อยู่ "อุ๊ย!" รินรดาอุทานเบาๆ เมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีก็ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศรอบโต๊ะดิ่งวูบลงทันที กวินทร์ขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าหญิงสาวโดยอัตโนมัติ แววตาคมกริบมองคิรากรด้วยความไม่เป็นมิตร "มีธุระอะไรไม่ทราบครับ คุณคิรากร ถึงได้เสียมารยาทมารบกวนเวลาส่วนตัวของคนอื่นแบบนี้" กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความท้าทาย คิรากรไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนสนิทของตนเอง สายตาคมกราดดุดันราวกับใบมีดกวาดมองไปที่รินรดา ซึ่งตอนนี้กำลังตีสีหน้านิ่งเรียบใส่เขา ความเย็นชาในดวงตากลมโตคู่นั้น ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ "ลุกขึ้น... กลับบ้าน" คำสั่งห้วนสั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช เธอยกจิบน้ำเปล่าอย่างใจเย็น ราวกับว่าคนที่ยืนหายใจหอบกระเส่าอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ "คุณคิรากรคงจำสับสนอะไรบางอย่างนะคะ ฉันมีชื่อค่ะ และที่สำคัญ... สามีตามกฎหมายของคุณก็หย่าขาดจากฉันไปนานแล้ว เราไม่ได้เป็นอะไรกัน" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด ทำให้คิรากรถึงกับหน้าชา "ริน!" เขาคำรามต่ำในลำคอด้วยความเหลืออด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้หมายจะฉุดกระชากให้ลุกขึ้นตามความต้องการ *เพี๊ยะ!* เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับผิวแก้มสากดังสนั่นท่ามกลางความเงียบของภัตตาคาร กวินทร์พยายามจะพุ่งเข้ามาขวาง แต่รินรดายกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมด้วยน้ำตา บัดนี้ลุกโชนด้วยไฟแห่งความเกลียดชังและเด็ดเดี่ยว "อย่าแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกของคุณ!" รินรดาตวาดกร้าว นัยน์ตาวาวโรจน์ "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน ไม่มีสิทธิ์มาหึงหวง หรือทำท่าทีเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันในตอนนี้ สายไปแล้วค่ะคิรากร... ผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีคนนั้น เธอตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้ว!" คำพูดนั้นเฉือนลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อหัวใจ คิรากรหน้าซีดเผือด เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ร่างกายชาดิกไปหมดเมื่อตระหนักได้ว่า กำแพงทิฐิที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ได้กลายเป็นคุกขังที่พรากผู้หญิงอันเป็นที่รักที่สุดไปจากชีวิตอย่างไม่มีวันหวนกลับ "ริน... ผมขอร้อง ฟังผมก่อน..." น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับสั่นพร่าและเจือไปด้วยความเวทนาอย่างน่าสมเพช "ไม่จำเป็นค่ะ" รินรดาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย เธอหันไปยิ้มหวานให้กวินทร์ "กวินคะ เราไปกันเถอะค่ะ รินไม่อยากทนหายใจร่วมกับคนเสียสติแถวนี้แล้ว บรรยากาศมันแย่หมด" "ครับคนเก่ง" กวินทร์ตอบรับด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะปรายตามองคิรากรด้วยสายตาผู้ชนะ แล้วประคองร่างระหงของหญิงสาวเดินผ่านหน้าอดีตสามีไปอย่างไม่สนใจใยดี คิรากรยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ปล่อยให้ความมืดมนและเสียงหัวใจที่แตกสลายกัดกินความรู้สึกจนย่อยยับ เขาทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่กวินทร์เพิ่งลุกขึ้นมาอย่างไร้เรี่ยวแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับแน่นหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจลูกแรกเอ่อคลอเบ้าตาอย่างน่าอดสู หากย้อนเวลากลับไปได้... เขาจะไม่มีวันทำร้ายผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด ทว่า ในขณะที่คิรากรกำลังจมดิ่งอยู่กับความทุกข์ระทมและความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขากดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงปลายสายดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรน *"คุณคิรากรคะ! รีบกลับมาที่คฤหาสน์ด่วนเลยค่ะ! คุณปู่... คุณปู่หัวใจวายกำเริบหลังจากที่รู้เรื่องเอกสารลับเกี่ยวกับสิทธิ์การเลี้ยงดู "น้องลีโอ" ถูกเปิดเผยออก... และตอนนี้ เอกสารฉบับนั้นระบุชัดเจนว่า... เด็กคนนั้น... คือสายเลือดแท้ๆ ของคุณ...!"* เพลิงกุหลาบดำขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%