กลิ่นอายความเย็นเยียบของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นช้าลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังประกาศชัยชนะและความเจ็บปวดในคราวเดียวกัน
นิ้วเรียวบางภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีครีมกำลังกำซองเอกสารสีน้ำตาลในมือแน่น จนกระดาษเนื้อหนายับย่นไม่เป็นทรง ในหัวของเธอยังคงก้องกังวานด้วยเสียงประกาศกร้าวของความจริง—ความจริงที่คิรากร อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ไม่มีวันปฏิเสธได้อีกต่อไป
"คุณรินรดาคะ เชิญทางนี้ค่ะ ผลตรวจทางพันธุศาสตร์เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เสียงพยาบาลสาวที่เดินออกมาจากห้องปฏิบัติการดึงเธอกลับสู่ปัจจุบัน รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป เธอยืดกายขึ้นตรงอย่างสง่างาม แววตาที่เคยอ่อนแอและเต็มไปด้วยน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับฉายประกายความแข็งแกร่งดั่งเพชรที่ผ่านไฟร้อนมาอย่างโชกโชน
เธอก้าวเข้าไปรับซองเอกสารนั้นด้วยมือที่มั่นคง แม้หัวใจจะสั่นไหวรุนแรงเพียงใดก็ตาม
ภายในห้องรับรองพิเศษที่เงียบสงบ รินรดานั่งลงบนโซฟาหนังแท้ เปลือกตาปิดลงชั่วครู่เพื่อรวบรวมสติ ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในวันที่เธอถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชาโภคินยังคงชัดเจน วันนั้น... เธออุ้มท้องลูกน้อยวัยสัปดาห์แรกๆ ออกมาท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดอย่างไร้ความปรานี คำพูดดูถูกดูแคลนของคิรากรที่ว่า *'เด็กคนนี้อาจไม่ใช่สายเลือดของฉัน เธออย่าเอาความสกปรกมาผูกมัดฉันเลยดีกว่า'* ยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ
แต่ตอนนี้... กระดาษแผ่นเดียวในซองนี้ จะเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่สลักชื่อเขาลงไปในฐานะ 'พ่อ' อย่างสมบูรณ์แบบ พ่อผู้ที่กำลังจะได้รับบทเรียนราคาแพงจากการกระทำของตนเอง
รินรดาดึงแผ่นกระดาษออกมา สายตากวาดมองตัวอักษรและตัวเลขทางพันธุศาสตร์ที่ยืนยันผลลัพธ์อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
*ความน่าจะเป็นในการเป็นบิดา (Probability of Paternity): 99.99%*
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างอดไม่ได้ ความรู้สึกตื้นตันใจและความเจ็บปวดผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก เธอนึกถึงดวงตากลมโตคู่สวยของน้องลีโอ ลูกชายวัยสองขวบที่มักจะเอ่ยถามถึง 'คุณพ่อ' ด้วยความไร้เดียงสา ทุกครั้งที่ลูกชายเอียงคอถาม รินรดาก็ได้แต่กอดแกแนบอกแล้วสัญญาว่าเธอจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้เอง
แต่ทว่า... สายใยสายเลือดเป็นสิ่งที่ตัดไม่ขาด และในเมื่อตระกูลอัครเดชาโภคินโดยเฉพาะคุณปู่ของเขาต้องการทายาทสายตรงจนถึงขั้นหัวใจวายกำเริบเมื่อรู้ความจริง เธอก็พร้อมที่จะใช้ "ความจริง" นี้เป็นกรงขังหัวใจของคิรากรให้ดิ่งลงสู่ห้วงความสำนึกผิดที่ไม่มีวันได้รับการอภัย
"แม่จ๋า..."
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องพร้อมกับกวินทร์ผู้เป็นเพื่อนสนิทและผู้ปกป้องเธอมาตลอด ทำให้รินรดารีบซ่อนแผ่นเอกสารลงในซองตามเดิม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นระบายขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อสายตาประสานเข้ากับดวงตาคู่ใสของลูกชาย
น้องลีโอวิ่งเข้ามาซุกตัวเข้ากับอ้อมกอดของมารดา กลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อนๆ ช่วยชะล้างความตึงเครียดในจิตใจของรินรดาให้มลายหายไปจนสิ้น เธอโอบกอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก สูดความหอมจากกลุ่มผมนุ่มด้วยความรักล้นปรี่
"ว่าไงครับคนเก่งของแม่ เหนื่อยไหมครับที่ต้องมาโรงพยาบาลกับคุณน้ากวินทร์" รินรดาก้มลงหอมแก้มยุ้ยๆ นั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ไม่เหนื่อยเลยครับ! ลีโอเป็นเด็กดีนะ แม่จ๋าดูนี่สิครับ น้ากวินทร์ซื้อหุ่นยนต์ให้ลีโอด้วย!" เด็กชายชูของเล่นในมืออวดด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มบริสุทธิ์ไร้เดียงสานี้คือพลังใจเดียวที่ทำให้รินรดาก้าวเดินต่อไปได้ในวันที่โลกทั้งใบโหดร้าย
กวินทร์ยืนมองภาพความผูกพันของแม่ลูกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาทร เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างโซฟา ก่อนจะส่งสายตาเชิงคำถามมายังซองเอกสารในมือของเธอ
"ผลออกแล้วใช่ไหมครับ ริน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนสนิท เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ค่ะ... ผลยืนยันชัดเจน ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราคาดไว้"
กวินทร์ถอนหายใจยาวเหยียด แม้เขาจะรู้ดีว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรตั้งแต่แรก แต่เมื่อมันถูกยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว มันหมายความว่าสงครามประสาทครั้งใหญ่ระหว่างเธอกับคิรากรกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และเขา... ในฐานะคนที่คอยประคับประคองเธอมาตลอด จะไม่มีทางยอมให้ใครมาทำร้ายสองแม่ลูกนี้อีกเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด
"แล้วเธอจะเอายังไงต่อ? ทางฝั่งคุณปู่ของคิรากรส่งคนติดต่อมาหาฉันบอกว่า อาการท่านเริ่มทรงตัวแล้ว และท่านต้องการพบน้องลีโอ... รวมถึงตัวเธอด้วย" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
รินรดาก้มมองลูกชายที่กำลังนั่งเล่นของเล่นบนตักของเธอ แววตาของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและมั่นคง เธอลูบศีรษะลูกน้อยเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกวินทร์ด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา
"ในเมื่อพวกเขาอยากได้ทายาทนัก... ฉันก็จะพาไปส่งให้ถึงที่ค่ะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "แต่การกลับไปเหยียบตระกูลอัครเดชาโภคินครั้งนี้... ฉันจะไม่ได้กลับไปในฐานะ 'อดีตภรรยาที่น่าสมเพช' อีกต่อไปแล้ว"
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังวางแผนทวงคืนความยุติธรรมให้กับชีวิตตนเองและลูกชาย ประตูห้องรับรองพิเศษก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและดุดัน รังสีความเย็นชาและอารมณ์คุกรุ่นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์ของคิรากรกวาดมองภาพตรงหน้า—ภาพของอดีตภรรยาที่เขากล่าวหาว่าไร้ค่า กับเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับส่องกระจก... และชายหนุ่มแปลกหน้าที่ยืนเคียงข้างเธออย่างสนิทสนม
คิรากรหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู กำปั้นทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความจริงที่กระแทกเข้าตาทำให้เขารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม
เอกสารในซองสีน้ำตาลที่รินรดากำลังถืออยู่... หลุดร่วงลงสู่พื้น เสียงกระดาษกระทบพื้นห้องดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา คิรากรก็ก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับคว้าข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความสั่นระริกและโกรธเกรี้ยวระคนตื่นตะลึง
"นี่มันหมายความว่ายังไง... รินรดา!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยมั่นคงกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "เด็กคนนี้... ลูกของฉันใช่ไหม!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 19
ผลตรวจที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!