"คุณไม่มีสิทธิ์... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดแทนชีวิตของรินด้วยซ้ำ กวินทร์!"
เสียงของรินรดาสั่นพร่าด้วยความโกรธที่อัดอั้นมานาน เธอขว้างแก้วไวน์ในมือลงบนพรมหนาจนเกิดเสียงอู้อี้ ความเงียบสงัดเข้าครอบงำห้องรับรองหรูหราทันที คิรากรที่ยืนพิงผนังอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจับจ้องเหตุการณ์ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังดูละครเวทีที่เขาทั้งเกลียดและอยากมีส่วนร่วมไปพร้อมๆ กัน
"ริน... ผมทำไปเพื่อคุณ! เพื่อให้ไอ้คนที่ไม่เคยเห็นค่าคุณต้องรู้ซึ้งว่าเขาทำลายอะไรไป" กวินทร์ก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคาม แต่เขากลับชะงักเมื่อเห็นรินรดาถอยห่างอย่างรังเกียจ
"สิ่งที่เขาทำลาย... มันคืออดีตที่รินเข้มแข็งพอจะก้าวข้ามมาได้ แต่คุณกำลังใช้ความปรารถนาดีจอมปลอมมาลากรินกลับไปอยู่ในโคลนตมเดิมๆ อีกครั้ง" รินรดาแค่นยิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำแต่ไร้หยดน้ำตา "รินผ่านจุดที่ต้องร้องขอความรักจากใครมาแล้ว และรินไม่ต้องการให้ใครมาเป็น 'เจ้าของ' ชีวิตรินอีก ไม่ว่าจะเป็นเขา... หรือคุณ"
คิรากรขยับตัวเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ จากตัวเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจจะสะดุด เขาไม่ได้มองกวินทร์ แต่เขากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ที่พยายามซ่อนเร้นเอาไว้
"รินรดา... ถ้าผมบอกว่า สิ่งที่กวินทร์ทำ มันทำให้ผมตระหนักได้ว่าผมเป็นคนโง่แค่ไหน คุณจะยอมฟังสิ่งที่ผมจะพูดต่อจากนี้ไหม?" คิรากรลดน้ำเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ มือหนาเอื้อมหมายจะแตะแขนเธอ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบราวกับสัมผัสนั้นเป็นพิษร้าย
"คุณไม่จำเป็นต้องสำนึกผิดเพื่อซื้อเวลาคืนหรอกค่ะคุณคิรากร สิ่งที่รินต้องการตอนนี้ คือความสงบ... และอนาคตที่ไม่มีคุณวนเวียนอยู่ใกล้ๆ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนน่าอึดอัด รินรดากำหมัดแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เธอเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียง ปล่อยให้ผู้ชายสองคนยืนเผชิญหน้ากันด้วยรัศมีความแค้นที่แผ่กระจาย คิรากรตามเธอออกมา ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านเรือนผมสลวยของเธอ เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว
"ผมรู้ว่ารินเกลียดผม... แต่เรื่องลูก..."
รินรดาหันขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "คุณพูดอะไรนะ?"
คิรากรสูดหายใจลึก เขายื่นมือถือเครื่องหนึ่งออกมา หน้าจอแสดงภาพถ่ายของเด็กน้อยวัยสองขวบที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน ภาพนั้นชัดเจนจนเห็นรอยยิ้มสดใสและดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากใครบางคน... อย่างไม่ผิดเพี้ยน
"เด็กคนนั้น... ทำไมเขาถึงมีใบหน้าเหมือนผมในวัยเด็กนัก? และทำไมรินถึงพยายามปกปิดเขาไว้ตลอดสามปี?" คิรากรก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลืออยู่ "รินรดา... นี่คือวิธีที่เธอแก้แค้นผมเหรอ? ไม่ใช่ด้วยการจากไป... แต่ด้วยการพรากเลือดเนื้อเชื้อไขของผมไปซ่อนไว้ในที่ที่ผมไม่มีวันหาเจอ?"
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เสียงนั้นบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณถามถึงสิทธิ์ในตัวลูกงั้นเหรอคะ? วันที่คุณเซ็นใบหย่า วันที่คุณไล่รินออกจากบ้านโดยไม่ถามสักคำว่ารินกำลังอุ้มท้อง... วันนั้นคุณสละสิทธิ์ทุกอย่างไปหมดแล้ว!"
"ผมไม่รู้! ถ้าผมรู้ว่ารินท้อง... ผมไม่มีวัน..."
"คุณไม่มีวันทำแบบเดิมใช่ไหมคะ?" รินรดาตัดบท สายตาของเธอแข็งกร้าวแต่ทว่าแฝงความเหนื่อยล้า "คิรากร... การให้อภัยของรินมีให้ได้ ในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เคยร่วมชีวิตกัน แต่การลืม... ลืมว่าคุณเคยทิ้งรินกับลูกให้เผชิญชะตากรรมลำพังตอนที่รินอ่อนแอที่สุด เรื่องนั้นรินทำไม่ได้ และจะไม่มีวันทำ!"
คิรากรนิ่งงัน คำพูดของเธอเป็นดั่งโซ่ตรวนที่พันธนาการเขาไว้กับความผิดบาปที่เขาไม่อาจหลุดพ้น เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันอย่างจงใจ มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ในวินาทีที่รินรดาจะขัดขืน เขากลับดึงเธอกดแนบชิดกับผนังระเบียง ความเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันบ้าคลั่งปะทุขึ้นในแววตาของเขา
"ถ้าอยากจะเกลียดผม ก็เกลียดให้สุด... แต่อย่าคิดว่าจะหนีผมพ้นอีก รินรดา" เขาประกบริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นรุนแรง หิวกระหาย และเต็มไปด้วยความทรมานที่เขาเก็บกดไว้ตลอดเวลาที่ผ่านมา รินรดาสั่นสะท้าน มือพยายามผลักไสแต่กลับถูกเขากดล็อคไว้กับผนัง แรงปะทะของร่างกายทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างไม่อาจควบคุม
ในจังหวะที่ความวาบหวามเริ่มเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ กวินทร์ก็ก้าวออกมาที่ระเบียงและหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่บาดตาที่สุด
"ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!" กวินทร์คำราม ก่อนจะคว้าคอเสื้อคิรากรกระชากออก แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปที่พื้น ลีโอ... เด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งเดินเตาะแตะออกมาจากห้องนอนเพราะเสียงดังโวยวาย ยืนนิ่งอยู่ตรงประตูระเบียง ดวงตากลมโตมองภาพผู้ชายสองคนที่กำลังต่อยตีกันด้วยความหวาดกลัว
รินรดารีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูกชายไว้แน่นก่อนจะหันไปตวาดทั้งคู่ "พอที!"
ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงทุ้มของคิรากรที่หอบหายใจอย่างหนักดังขึ้น ท่ามกลางหยาดเลือดที่มุมปาก "ลีโอ..." เขาเรียกชื่อเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "หนูรู้ไหม... ผมคือพ่อของหนู"
รินรดาหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นลีโอเงยหน้าขึ้นมองคิรากร แล้วเอ่ยประโยคที่ทำลายกำแพงทุกอย่างลง "แม่คะ... คนนี้เหรอคะ ที่แม่บอกว่าเขาใจร้ายที่สุดในโลก?"
คิรากรนิ่งอึ้ง หัวใจของเขาราวกับถูกกระชากออกจากอก ในขณะที่รินรดาได้แต่ยืนนิ่ง... เพราะเธอยังไม่ทันสังเกตเห็นว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้า กวินทร์แอบหยิบกระดาษผลตรวจ DNA แผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อของคิรากรที่หล่นอยู่บนพื้น และกำลังมองมันด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงกำลังจะคลี่คลายนะคะ แล้วพบกันในตอนต่อไปค่ะ
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 30
ให้อภัยแต่ไม่ลืม
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!